ชีวิตมีสไตล์ เดินทางสะดวกสบาย ในใจกลางย่านรัชโยธิน (Advertorial)

ชีวิตมีสไตล์ เดินทางสะดวกสบาย ในใจกลางย่านรัชโยธิน (Advertorial)

พูดถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ในกรุงเทพฯ เวลานี้ หลายคนคงต้องการหาที่อยู่ในเมือง ไม่ไกลจากที่ทำงาน และสามารถเดินทางได้สะดวก ในขณะเดียวกันก็ยังอยากจะมีพื้นที่ใช้สอยกว้างๆ มากกว่าการอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ (ถ้าทำได้) ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าหากว่ามีบ้านดูเพล็กซ์ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่งที่มีราคาพอๆ กัน และตั้งอยู่ในทำเลใกล้เคียง แถมมีความสะดวกสบายที่แทบไม่ต่างกัน เราคงเลือกซื้อบ้านมากกว่าห้องเดี่ยวในคอนโดตึกสูงอย่างแน่นอน

วันนี้เราเลือกปักหมุดไปที่ทำเลในโซนกรุงเทพเหนือ (จตุจักร-รัชโยธิน) ย่านที่หลายคนอาจจะเคยคุ้นกับการเดินทางผ่านไปผ่านมาในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ทันได้ทำความรู้จักในแง่ความเป็นที่อยู่อาศัยมากเท่าไหร่นัก หนึ่งในโครงการที่น่าสนใจที่เราจะพาไปดูกันก็คือ “บ้านกลางเมือง รัชโยธิน” จาก AP ซึ่งมีความน่าอยู่และเชื่อว่าจะตอบโจทย์คุณภาพชีวิตแบบคนเมืองได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียว เดี๋ยวเราไปดูกันก่อนว่า พื้นที่รอบๆ นี้มีอะไรที่เอื้อต่อไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างเราบ้าง

ไม่อยากใช้รถ ก็เดินทางได้สะดวก

เพราะอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าหลักทั้งรถไฟฟ้า​ BTS สถานีหมอชิต และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีจตุจักร การคมนาคมสาธารณะ มีครบทุกรูปแบบตั้งแต่ รถเมล์ รถตู้ รถสองแถว แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ฯลฯ และถ้ามองไปถึงแผนการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้เพิ่มเติมเข้าไปด้วย ก็จะมีสถานีรถไฟฟ้าอยู่ตรงปากซอยพหลโยธิน 34 พอดี ห่างจากบ้านกลางเมือง รัชโยธิน เพียง 650 เมตร ดังนั้นคำพูดที่ว่า “ไม่ต้องใช้รถก็อยู่ได้” ก็คงจะไม่เกินความจริงเลย

ศูนย์รวมแหล่งช็อปปิ้ง, ย่าน Hang Out และปอดสีเขียวของคนกรุง

เริ่มกันด้วยความเป็นศูนย์กลางของแหล่งช็อปปิ้งสำคัญๆ ในโซนกรุงเทพเหนือ อันประกอบไปด้วย Central Plaza Ladprao ห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่มีทั้งร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ร้านอาหารมากมาย รวมถึง Tops Market ที่เราสามารถจับจ่ายข้าวของเข้าบ้านได้ ตรงข้ามกันมี Union Mall แหล่งรวมเสื้อผ้าราคาน่าคบหาที่มีร้านค้ามากจนเลือกแทบไม่ถูก รวมถึงตลาดนัดวันหยุดชื่อดังอย่าง ตลาดนัดสวนจตุจักร อีกแหล่งที่รวบรวมสินค้าสุดชิคที่พลาดไม่ได้ เดินได้เรื่อยๆ ไปจนถึง ตลาดต้นไม้จตุจักร, ตลาด อ.ต.ก. และตลาดนัดเจเจกรีน กันเลยทีเดียว

หรือถ้าไลฟ์สไตล์ส่วนตัวชื่นชอบการ Hang Out สังสรรค์ ออกไปดูหนัง ฟังเพลง เพื่อผ่อนคลายความเครียดจากวันหนักๆ Major Cineplex รัชโยธิน อยู่ใกล้แค่อึดใจ หรือจะนัด Hang Out กับเพื่อนสนิท ใน The Avenue Ratchayothin ก็มีร้านอาหารให้เลือกมากมาย เชื่อเลยว่าชีวิตธรรมดาก็มีสีสันและไม่น่าเบื่อเหมือนที่เคยได้ไม่ยาก

ในขณะเดียวกัน สำหรับคนที่ชื่นชอบการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปไกล ก็ยังมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เกือบ 200 ไร่ บริเวณจตุจักร พื้นที่ที่รวมสวนสาธารณะขนาดใหญ่ไว้ด้วยกันถึง 3 แห่ง นั่นก็คือ สวนจตุจักร สวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ) และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ถือเป็นทั้งแหล่งพักผ่อนหย่อยใจและพื้นที่ออกกำลังกายของคนทุกเพศทุกวัย

โดยรวมสำหรับการอยู่อาศัยในย่านนี้ เราเชื่อว่าสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ได้รอบด้านอย่างแท้จริง ซึ่งโครงการ “บ้านกลางเมือง รัชโยธิน” ก็ได้ทำเลที่ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 34 ห่างจาก Landmark สำคัญๆ ข้างต้นแค่เอื้อมเท่านั้น เราไปดูรายละเอียดของโครงการนี้กันเลยดีกว่า

รายละเอียดโครงการ

  • ราคาเริ่มต้น    7,690,000 บาท
  • เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
  • ลักษณะโครงการ    ทาวน์โฮม 3.5 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร จำนวน 92 ยูนิต
  • เนื้อที่ทั้งหมด    9 – 0 – 94.2 ไร่
  • ที่ตั้งโครงการ   ซอยพหลโยธิน 34 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
  • ค่าส่วนกลาง    67 บาท/ตารางวา/เดือน จัดเก็บล่วงหน้า 2 ปี
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ    พร้อมเข้าอยู่

วิธีการเดินทาง

อย่างที่บอกไปแล้วว่าโครงการ บ้านกลางเมือง รัชโยธิน ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 34 ห่างจากแยกรัชโยธินมาไม่ไกล ในขณะที่อยู่ใกล้กับแยกเกษตรนวมินทร์นิดเดียว และถ้าดูจากแผนที่ของโครงการก็จะเห็นว่า มีเส้นทางเข้าออกได้หลายเส้นทาง ทั้งจากฝั่งถนนพหลโยธิน เลี้ยวเข้าซอยพหลโยธิน 34 หรือ 32 ก็ได้ ทางถนนประเสริฐมนูกิจ เข้าจากซอยประเสริฐมนูกิจ 2 หรือเลือกเข้าจากทางถนนลาดพร้าว เข้าซอยโชคชัย 4 มาแยกวังหินและผ่านมาทางซอยเสนานิคม 1 ก็สามารถมาที่โครงการได้เช่นกัน

การเดินทางหลักๆ มายังโครงการ สะดวกมากๆ นะครับถ้าใช้รถส่วนตัว เพราะถนนในแถบนี้เชื่อมโยงเข้าออกได้หลายทาง ใช้เป็นเส้นทางหลีกหนีรถติดได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ถ้าวันไหนเกิดไม่อยากขับรถขึ้นมา ระบบขนส่งมวลชนต่างๆ ก็มีรองรับทุกรูปแบบเลยทีเดียว

สถานที่สำคัญใกล้เคียง

  • โรงพยาบาลเมโย
  • โรงพยาบาลวิภาวดี
  • โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย4
  • เมเจอร์ อเวนิว รัชโยธิน
  • เซ็นทรัล ลาดพร้าว
  • โรงเรียนหอวัง
  • โรงเรียสารวิทยา
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม
  • มหาวิทยาลัยศรีปทุม

บรรยากาศรอบโครงการ

พื้นที่ในซอยพหลโยธิน 34 เป็นถนน 2 เลนที่เชื่อมต่อกับซอยต่างๆ มากมาย ดังนั้นจึงมีรถราวิ่งผ่านในซอยตลอดทั้งวัน บริเวณปากซอยพหลโยธิน 34 อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลเมโยเลยครับ ช่วงต้นๆ ซอยจะเป็นบ้านเดี่ยว และตึกแถวเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่พอเลยเข้ามาในซอยอีกหน่อยก็จะเริ่มเห็นว่ามีโครงการคอนโดมิเนียม Low Rise ให้เห็นหลายโครงการ และมีแผงลอยขายของประปราย พอเลยจากหน้าโครงการไปนิดหน่อย ก็เป็นตึกแถวเรียงกันเป็นแถบ ซึ่งมีร้านค้า ร้านอาหาร คลินิค ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อเยอะเลยครับ เนื่องจากถัดไปอีกนิดก็เป็นตลาดสดศรีเสนาแล้ว ช่วงนี้ของซอยก็จะคึกคักมีบรรยากาศในแบบชุมชนมากหน่อย แค่เดินออกมาจากโครงการนิดเดียวก็มีของกินของใช้ รวมถึงร้านค้าให้พึ่งพาเยอะเลย จัดว่าอุดมสมบูรณ์มากๆ

ตัวโครงการบ้านกลางเมือง รัชโยธิน เป็นบ้านดูเพล็กซ์ทาวน์โฮม 3 ชั้นครึ่ง ที่มีเพียง 92 ยูนิตเท่านั้น ซึ่งน่าจะเป็นโครงการบ้านในแนวราบสร้างใหม่รายเดียวในแถบนี้เลยก็ว่าได้ เพราะพื้นที่รอบๆ โครงการถูกพัฒนาไปเป็นคอนโดมิเนียม Low Rise แล้วหลายเจ้า ทั้ง The Key ที่อยู่ติดกัน หรือจะเป็นโครงการของศุภาลัยที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แถมด้วย You2 Condo อีกแห่งที่อยู่ในซอยทางด้านหลัง ดังนั้นเรื่องความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านทางโครงการจึงเน้นเป็นพิเศษ รอบโครงการกั้นรั้วทึบสูง 3 เมตร และต่อแนวรั้วโปร่งขึ้นไปอีก 1.5 เมตร ยิ่งเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านมากขึ้นไปอีก ในขณะที่ตัวบ้านแบบดูเพล็กซ์ทาวน์โฮมของโครงการเองก็ออกแบบให้ดูสูงโปร่งมากพอ ดูเผินๆ แล้ว บ้านสูง 3 ชั้นครึ่งนี่ก็แทบจะสูงเท่ากับคอนโดชั้นที่ 4-5 เลยทีเดียว

พื้นที่ของโครงการแบ่งออกเป็น 2 เฟส นะครับ โดยโซนแรกจะมีจำนวนบ้านทั้งหมด 63 ยูนิต และส่วนที่ 2 ที่เป็น Private Zone มีจำนวนเพียง 29 ยูนิต ทำให้ลูกบ้านใน Private Zone นี้ได้เปรียบเรื่องความเงียบสงบเป็นส่วนตัวมากๆ เพราะจำนวนเพื่อนบ้านในโซนนี้มีน้อยมาก ในขณะที่ Facility ส่วนกลางทั้งหมดจะอยู่ที่โซนแรก ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย พร้อมห้องอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แยกชายหญิง และตู้ล็อคเกอร์ นอกจากนี้ยังมีสวนสาธารณะส่วนกลาง เป็นสนามหญ้ากว้าง พร้อมมุมนั่งเล่นพักผ่อน ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการ มี CCTV รอบโครงการตลอด 24 ชั่วโมง ประตูเข้าออกหลักด้วยระบบ Key Card มีเจ้าหน้าที่ รปภ. ประจำตลอดทั้งวัน ที่ประตูเข้าออกของทั้ง 2 เฟส

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • Access Card เข้า – ออกโครงการ พร้อมป้อมยามรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
  • กล้องวงจรปิดทางเข้า-ออก และภายในโครงการ
  • สวนสาธารณะขนาดใหญ่ พร้อมส่วนพักผ่อน
  • สโมสร สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และห้องสมุด
  • ระบบสายไฟฟ้าปักเสาพาดสาย ตามแบบมาตรฐานการไฟฟ้านครหลวง
  • ระบบท่อเมนประปา ตามมาตรฐานการประปานครหลวง

พาชมบ้านตัวอย่าง

บ้านทาวน์โฮมของ โครงการบ้านกลางเมือง รัชโยธิน มีเพียงแบบเดียวนะครับ ตัวบ้านสูง 3 ชั้นครึ่ง มีพื้นที่ใช้สอยรวม 193 ตร.ม. หน้าบ้านกว้าง 5 เมตร สามารถจอดรถได้ 2 คันพอดี ฟังก์ชั่นในบ้านแบ่งเป็น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ซึ่งภายในบ้านถูกออกแบบพื้นที่ใช้สอยมาได้คุ้มค่า ในขณะที่ยังคงความรู้สึกโอ่โถงอยู่สบาย ลองดูแปลนบ้านไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

โครงการบ้านกลางเมือง รัชโยธิน จัดว่าค่อนข้างได้เปรียบในเรื่องของทำเลที่ตั้งนะครับ เพราะถือเป็นโครงการบ้านทาวน์โฮมที่อยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพในการอยู่อาศัยมากๆ แถมแผนการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวมีกำหนดจะเริ่มสร้างในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว ก็จะยิ่งทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้นอีกหลายเท่า และแน่นอนว่าด้วยศักยภาพการเติบโตของที่ดินที่อยู่ในระยะใกล้รถไฟฟ้าขนาดนี้ น้อยมากที่จะมีโครงการบ้านในแนวราบให้เห็น เมื่อเทียบเรทราคาของคอนโดในแนวรถไฟฟ้าที่อยู่ในระดับเดียวกัน ต้องบอกว่า บ้านทาวน์โฮม ยังคงได้เปรียบในเรื่องของพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า และมีพื้นที่จอดรถแน่นอน ยิ่งแบบบ้านของ บ้านกลางเมือง ที่เป็น “ดูเพล็กซ์ทาวน์โฮม” ซึ่งให้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ในขณะที่ยังโอ่อ่าอยู่สบาย ไม่เหมือนกันทาวน์โฮมทั่วไป จึงตอบโจทย์การอยู่อาศัยในรูปแบบครอบครัวได้ดีเลยทีเดียว

 

(Advertorial)

We Recommend
The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap-เดอะ โมส อิสรภาพ

The Most Itsaraphap คอนโดมิเนียมจาก เนอวานา ไดอิ ดีไซน์ Natural Modern Condo ให้ความความเป็นธรรมชาติภายในโครงการมากที่สุดด้วยการวางคอนเซ็ปต์ 4 Green   Green Design การออกแบบสวนสีเขียวสไตล์ Natural Modern พร้อม Vertical Garden เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย ใกล้ชิดกับธรรมชาติ   Green Facility สิ่งอำนวยความสะดวกเหมาะสำหรับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนด้วย Green Working Space   Green Function จัดวางฟังก์ชั่นได้อย่างลงตัว คำนึงถึงทิศทางของลม แสงแดด เพื่อการอยู่อาศัยให้รู้สึกสบายที่สุด   Green Living สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เดินทางได้ง่ายด้วยรถไฟฟ้า         ชื่อโครงการ The Most Itsaraphap (เดอะ โมส อิสรภาพ) เจ้าของโครงการ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย จ.กรุงเทพฯ 10700 พื้นที่โครงการ  1-3-63 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 193 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 23.5 ตร.ม. 1 BEDROOM 28.5 ตร.ม. 2 BEDROOM  51 ตร.ม. ที่จอดรถ 40% สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming Pool, Fitness, Co-Working Space, Chilling Sky Deck, Play Space, CCTV, Access Card ปีที่สร้างเสร็จ Q4 2020 ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท   จุดเด่นโครงการ Natural Modern Condo พร้อม Vertical Garden วางฟังก์ชั่นอย่าลงตัวคำนึงถึงทิศทางแสงแดด ลม ให้ความรู้สึกโปร่งสบายในสไตล์เนอวานา ไดอิ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญหลายแห่ง เช่น รพ.ศิริราช เพียง 700 เมตร     ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนนท์, รถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีบางขุนนนท์ (ในอนาคต) และรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน (ในอนาคต)     สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โลตัส ปิ่นเกล้า, เมเจอร์ ปิ่นเกล้า, รพ.ศิริราช, ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, ม.ศิลปากร         

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!!   เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย     NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี     ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO   TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล     แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

เสน่ห์ของวันวาน Kanvela House

  ใครจะคิดว่าอาคารเก่าโบราณริมคลองกรุงเกษม จะกลายมาเป็น Hostel x Cafe สุดชิคที่ยังคงกลิ่นอายของวันวานไว้อย่างเต็มเปี่ยมอย่าง “Kanvela House” ซึ่งไม่ว่าใครที่ผ่านมาเห็นก็คงสะดุดตาจนนึกอยากรู้ว่าหลังประตูบานเฟี้ยมสีเขียวเข้มนี้ มีอะไรบ้างที่ทำให้ดึงดูดความสนใจเราได้มากขนาดนี้   เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณแมค - ภีระสิทธิ์ สีมูลเสถียร” หนึ่งในเจ้าของ และผู้ที่เป็นหัวเรือในการทำให้อาคารเก่าที่ปิดร้างไว้นานหลังนี้ ได้ย้อนเวลากลับมาชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง จากภาพเดิมที่เป็นห้องเสื้อตัดสูท กรุตู้ไม้แบบ built-in สำหรับแขวนเสื้อสูท และเก็บผ้าไว้รอบด้าน บวกกับสภาพที่ปิดร้างมานาน ทำให้บรรยากาศภายในทรุดโทรมจนแทบจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะต้องเริ่มต้นทางไหน แต่พอตัดสินใจรื้อบรรดาตู้ไม้ ฝ้าเพดาน และโครงพื้นไม้เก่าออกทั้งหมดแล้ว บรรดากระเบื้องเดิมๆ โครงสร้างอาคารเก่าที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ก็ทำให้ภาพของ Kanvela House ของคุณแมคเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ     สงบ เงียบ ไร้กาลเวลา   พื้นที่บริเวณชั้น 1 เกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของคาเฟ่ชื่อ “Buddha & Pals” ที่เสิร์ฟกาแฟรสเยี่ยม และอาหารแบบ All Day Dinning ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคของอาคารเก่า ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องอดไม่ได้ รีบถ่ายรูปเช็คอินบน Instagram กันรัวๆ เสน่ห์ของอาคารนี้อยู่ที่โครงการสร้างเก่าแก่ ที่ยังคงสภาพไว้อย่างดี จนคุณแมคแทบจะไม่ได้แตะต้อง เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นปูกระเบื้องที่เป็นกระเบื้องโบราณที่มีมาแต่แรก และยังอยู่ในสภาพที่ดี รวมถึงโครงสร้างอาคารปูน ตั้งแต่คาน เสา และผนังก่ออิฐมอญ ที่ปูนอาจจะกระเทาะหลุดบ้าง มีคราบสีที่ไม่สม่ำเสมอบ้าง แต่กลับกลายเป็นร่องรอยของกาลเวลา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เพียงแค่แต่งเติมบางส่วนให้แข็งแรงขึ้น และขัดแต่งให้สวยงามอีกหน่อย ก็กลายเป็นคาเฟ่เก๋ๆ ที่อยู่เหนือกาลเวลาไปโดยปริยาย       ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เห็นทั้งหมด คุณแมคบอกว่ามีทั้งที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า ซึ่งกว่าจะได้แต่ละชิ้นมาก็มีเรื่องเล่ามากมาย บางชิ้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่คุณแมคไปเจอโดยบังเอิญ และซื้อเก็บไว้เองนานแล้ว โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาใช้ทำอะไรดี แล้วพอถึงเวลาที่ต้องตกแต่ง Kanvela House บรรดาข้าวของเหล่านี้ก็ถูกหยิบมาจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ ผสมผสานจนกลายเป็นสไตล์การตกแต่งแบบ Rustic + Vintage ได้อย่างลงตัว   จากร่องรอยต่างๆ ในตัวอาคาร เราจะเห็นได้ว่า การรีโนเวทอาคารเก่าในครั้งนี้แทบจะไม่ได้แตะต้องตัวโครงสร้างเดิมเลย ฝ้าเพดานที่เดิมอาจจะถูกตีไว้ค่อนข้างเตี้ย ทำให้บ้านเก่าๆ มักจะดูแคบและอึดอัด พอรื้อฝ้าออกแล้วบรรยากาศโดยรวมก็ดูโล่ง โปร่งมากขึ้น ประกอบกับการเพิ่มเฟรมเหล็กกรุกระจกตลอดทั้งแนวด้านหน้าอาคาร เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รอยอดีตต่างๆ ภายในอาคารก็ปรากฏความสวยงามให้เห็นได้เต็มตามากขึ้น จนเรายังอดทึ่งไม่ได้กับไอเดีย และความพิถีพิถันในรายละเอียดต่างๆ ที่คุณแมคใส่ใจดูแลด้วยตัวเองทุกส่วนอย่างแท้จริง     ค้ามคืนไปกับ Kanvela House   จากคาเฟ่อันแสนชิวผ่านประตูไม้บานเลื่อนด้านหลังไปก็จะพบกับความสงบ ร่มรื่น ที่เหมือนแยกตัวออกมาจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พื้นที่ตรงกลางที่เป็นรอยต่ออาคารส่วนหน้ากับส่วนหลัง ถูกเปิดโล่งให้รับแสงได้มากขึ้น การเพิ่มต้นไม้เข้ามาในบริเวณนี้ทำให้ได้บรรยากาศคล้าย Glass House เล็กๆ มีทั้งไม้ดอก และไม้ใบที่ให้ความสดชื่นสบายตาไปอีกแบบ ก่อนขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นโซนของห้องพัก เราต้องถอดรองเท้าเก็บไว้ก่อนตามแบบธรรมเนียมบ้านไทย พื้นที่ชั้นบนถูกแบ่งออกเป็นห้องพักทั้งหมด 11 ห้อง โดยมีทั้งแบบดอร์ม และห้องเดี่ยว โดยห้องทั้งหมดนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ผสานกับพื้นไม้ ฝ้าเพดาน และผนังไม้เดิมๆ ได้เป็นอย่างดี จนเราแอบทึ่งไอเดียที่คุณแมคดัดแปลงบ้านเก่าให้มีความร่วมสมัย พร้อมฟังก์ชั่นการใช้สอยที่พอเหมาะพอดีได้ขนาดนี้     ห้องแบบดอร์มจะเป็นห้องพักรวม แต่สเปซภายในห้องก็กว้างมากพอให้ทุกๆ เตียงมีพื้นที่ส่วนตัวและมีล็อคเกอร์ขนาดใหญ่มากพอที่จะใช้เก็บกระเป๋าหรือแบ็คแพ็คใบใหญ่ได้จริง เตียงสองชั้นโครงเหล็กถูกยึดกับโครงสร้างอาคารไว้เป็นอย่างดี แล้วใช้สีแดงสดมาช่วยสร้างมิติให้กับห้องมากขึ้น จนแทบจะลืมภาพห้องไม้โบราณไปได้เลย   ในขณะที่ห้องเดี่ยว ก็มีให้เลือกทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ ขนาดห้องกำลังพอดีและเป็นส่วนตัว โทนการตกแต่งจะคงบรรยากาศเดิมของบ้านไม้ไว้มากกว่าห้องแบบดอร์ม ด้วยโทนสีที่สุขุมมากกว่า ประดับเพิ่มด้วยภาพวาดเก่า และเฟอร์นิเจอร์ไม้อื่นๆ อีกเล็กน้อยก็ลงตัว ได้กลิ่นอายบ้านไทยสมัยรัชกาล 5 อย่างเต็มเปี่ยม     ชานกว้างหน้าห้องพักบนชั้นสอง มีมุมพักผ่อนนั่งเล่นเยอะเลยค่ะ ทั้งมุมระเบียงที่ปลูกต้นไม้ไว้มากมาย หลายต้นสวยแปลกตาดี ในขณะที่ชานบ้านบริเวณนี้เปิดโล่งรับลมธรรมชาติเอื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี มีชุดเก้าอี้หวาย และเก้าอี้ไม้สำหรับการหย่อนใจได้ตามต้องการ เหมาะกับการมาซึมซับความเรียบง่ายสไตล์ไทยๆ ที่ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา     Kanvela House ยังคงขับเคลื่อนตัวเอง และแต่งแต้มสีสันอย่างค่อยเป็นค่อยไป ด้วยเจตนาที่ต้องการจะอนุรักษ์อาคารเก่าแก่นี้ไว้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ให้ถูกกลืนหายไปตามกระแสนิยม ในอนาคตพื้นที่ชั้นล่างจะมีร้านส้มตำสุดแซ่บเพิ่มเข้ามา แล้วคาเฟ่ชิคๆ ตอนกลางวัน จะเปลี่ยนเป็นแจ๊สบาร์แสนชิลในตอนกลางคืน ในขณะที่ห้องพักก็จะเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบมากขึ้น หลายๆ อย่างเป็นความตั้งใจของคุณแมคที่อยากให้ Kanvela House และ Buddha & Pals เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่คนจะได้มาแฮงค์เอ้าท์หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดคลาสสิคโดยมีฉากหลังเป็นร่องรอยของอดีตอันสวยงาม แล้ว Kanvela ก็คงจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป   Kanvela House Address :  716 Krungkasem Road, Wat Sommanat, PomPrap SattruPhai, Bangkok, Thailand Tel. : 061 585 9283 Facebook : https://www.facebook.com/kanvelahouse/

COMMON TU-คอมมอน ทียู

COMMON TU-คอมมอน ทียู

ชื่อโครงการ COMMON TU (คอมมอน ทียู) เจ้าของโครงการ บริษัท เดอะ ครีเอเตอร์ส เอชคิว จำกัด ที่ตั้งโครงการ ถ.คลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 พื้นที่โครงการ  2-1-82 ไร่ ลักษณะโครงการ High Rise จำนวนอาคาร 1 อาคาร จำนวนชั้น 31 ชั้น จำนวนยูนิต 506 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต ขนาดห้อง STUDIO 26.5-26.8 ตร.ม. 1 BEDROOM 30.8-32.2 ตร.ม. 2 BEDROOM  51.2 ตร.ม. ที่จอดรถ 213 คัน สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง บริการต้อนรับตลอด 24 ชม., ฟิตเนส 2 ชั้น พร้อมเทรนเนอร์, ห้องประชุมและห้องทำงาน ห้องสมุด 100 ที่นั่ง, Free Wifi, สระว่ายน้ำชั้น Rooftop, Glass House, บริการรถตู้รับ-ส่งไปมหาวิทยาลัยและในเมือง, CCTV และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ฯลฯ   ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2564 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ อาคารสูงที่สุดในย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดีไซน์ภายใต้คอนเซป “ILLUMINATION& LIFE BATTERY” จุดประกายไอเดียเพื่อสะท้อนความเป็นตัวตนและเติมพลังงานให้ผู้อาศัยไปพร้อมๆกัน        สถานที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, โลตัส คลองหลวง, แม็คโคร คลองหลวง, นิคมนวนคร      Pre sale วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 09.00-18.00 น. ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thecreatorshq.com หรือโทร 095-993-9992        

"SANSIRI SERVICE" พาไปชม “บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” จากบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ

“บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน” ด้วยบริการที่ใส่ใจจากแสนสิริ เพราะความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของการอยู่อาศัย "SANSIRI SERVICE" พร้อมให้บริการที่จะทำให้ลูกบ้านทุกคนอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย และครอบคลุมรอบด้าน แล้วคุณจะว้าวกับชีวิตดี๊ดี ที่ได้เป็นลูกบ้านแสนสิริ   #บ้านที่ได้มากกว่าบ้าน #SansiriService #CompleteYourLivingExperience สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://siri.ly/gn7 ----------------------------------------------------------- ติดตามเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่ Website : https://www.reviewyourliving.com Facebook : https://www.facebook.com/reviewyourliving Youtube : http://bit.ly/2CCTMBk

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

CLOUD Thonglor-Phetchaburi คอนโดใหม่จาก Risland บนระดับเหนือเมฆ

คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือ คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปไม่นาน จากแบรนด์อสังหาฯ สัญชาติฮ่องกง “Risland (Thailand)” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาจากการพัฒนาอสังหาฯมาแล้วใน 5 ประเทศทั่วโลก เมื่อเลือกที่จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ในประเทศไทยก็ต้องมาให้ว้าวกันนิดนึง     เริ่มกันด้วยเรื่อง Location ที่ตั้งโครงการอยู่ติดริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ระหว่างแยกพร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเป็นถนนเส้นคู่ขนานไปกับถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตั้งโครงการอยู่ในจุดที่สามารถเชื่อมต่อกับซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) และซอยสุขุมวิท 39 (พร้อมพงษ์) ได้ และยังมีถนน/ซอยที่ตัดไปออกสุขุมวิทได้หลายซอย จะเลือกใช้เส้นทางไหนก็สะดวก ในขณะที่อีกด้านของถนนก็มีอีกหลายซอยเช่นกันที่เชื่อมต่อกับถนนพระราม 9 ดังนั้นการเดินทางในบริเวณนี้จึงมีเส้นทางให้เลือกหลายทางด้วยกัน แถมด้วยรถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี BTS พร้อมพงษ์, ทองหล่อ และ Airport Rail Link ก็มีสถานีอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก พื้นที่รอบๆ ก็แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสุดหรู ร้านอาหารหลากสไตล์ อาคารสำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่ง Hang Out เก๋ๆ อีกเพียบ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายตามแบบฉบับคนเมือง จึงเรียกได้ว่า คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี อยู่ในทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพแห่งหนึ่งเลยทีเดียว     คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ถูกดีไซน์ออกมาในสไตล์ Modern Contemporary โดยทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกอย่าง Tandem Architects ในขณะที่ Design Worldwide Partnership (DWP) เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนการออกแบบ Landscape ก็ได้ 1819  มาเป็นผู้ดูแลให้ จึงมั่นใจได้ว่าพื้นที่ทุกตารางนิ้วของโครงการผ่านการคิด และออกแบบมาเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้สะท้อนเอกลักษณ์ของคำว่า “Feel The Cloud” ได้อย่างครบถ้วน     “Feel The Cloud” จุดเด่นสำคัญของคลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี คือความสูงของตัวอาคารที่สูงถึง 202 เมตร ถือว่าเป็นตึกที่สูงอันดับต้นๆบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ความสูงเหนือระดับก็จะต้องไม่ธรรมดา เพราะทางโครงการตั้งใจจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้แบบเต็มที่กันไปเลยด้วย Triple Facilities ทั้งส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนลอยฟ้า รวมกว่า 4,000 ตารางเมตรซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ให้พื้นที่ส่วนกลางเทียบกับจำนวนยูนิตมากที่สุดในโซนนี้ก็ว่าได้ โดย Hi-Light อยู่ที่สวนลอยฟ้าที่ชั้นบนสุดของอาคาร และ U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55 ที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเป็นส่วนตัว พร้อมดื่มด่ำวิวกรุงเทพฯได้อย่างเต็มตา แบบ 360 องศา ชนิดที่ว่าไร้ตึกใดๆ เข้ามาบดบังสายตากันไปเลย นอกจากนี้ยังมี Facilities บนชั้น29 และชั้น 4 อาทิ co working space, ห้องสมุด, ครัวส่วนกลาง, ห้องสำหรับเด็ก และห้องชมภาพยนตร์ เป็นต้น   สวนลอยฟ้า U-Shape Sky Swimming Pool บนชั้น 55fl   พื้นที่ Co-Working Spacegf และห้องสมุด   ห้องชมภาพยนตร์   สำหรับโครงการนี้ ทาง Risland (Thailand) เปิดตัวกันมาที่ราคาเริ่มต้น 3.5 ล้านบาท* เท่านั้น ซึ่งจะมีขนาดห้องให้เลือกทั้งหมด 5 Type ได้แก่ คลาวด์ สตูดิโอ 24 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท 31.5 – 32.5 ตารางเมตร คลาวด์ สวีท อีลิท 37.5 – 38 ตารางเมตร คลาวด์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์คลูซีฟ 54.5 ตารางเมตร คลาวด์ เพนท์เฮ้าส์ 80.5 – 102.5 ตารางเมตร     คลาวด์ สวีท  ขนาด 31.5 ตารางเมตร   คลาวด์ สวีท อีลิท ขนาด 38 ตารางเมตร   โครงการ คลาวด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี จะเปิด Pre-Sale อย่างเป็นทางการใน วันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ ณ โรงแรม Park Hyatt พบโปรโมชั่นพิเศษในงาน พร้อมชมห้อง ตัวอย่างได้ที่สํานักงานขายในเดือนกรกฎาคม สามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.cloudthonglor.com หรือ 02 026 6888