กรมทางหลวงแนะ 11 เส้นทาง ให้ประชาชนใช้เป็นทางเลือก ในการเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครสู่ภาคเหนือ อีสาน และภาคใต้ เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2559

วันนี้ (8 เม.ย.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมทางหลวงแนะนำเส้นทางขึ้นสู่ภาคเหนือ 3 เส้นทาง คือให้ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต หรือทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ เข้าสู่ถนนพหลโยธิน ถึงต่างระดับบางปะอิน จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายเอเชีย หรือทางหลวงหมายเลข 32 มุ่งหน้าสู่ จ.นครสวรรค์

สำหรับผู้ที่อยู่ฝั่งตะวันตก กรมทางหลวงแนะนำให้ใช้วงแหวนตะวันตก ถึงต่างระดับเชียงรากน้อย จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าสายบางปะอิน-บางปะหัน หรือทางหลวงหมายเลข 347 เข้าสายเอเชียที่ อ.บางปะหัน และเส้นทางที่ 3 ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 บางบัวทอง-สุพรรณบุรี และเข้าสู่ถนนสายเอเชียที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท มุ่งสู่ จ.นครสวรรค์ ไปภาคเหนือ

กรมทางหลวงแนะ 11 เส้นทางเลี่ยงรถติดช่วงสงกรานต์ 2

สำหรับผู้ที่จะไปภาคใต้ เส้นทางแรก กรมทางหลวงแนะนำให้ใช้ถนนพระราม 2 หรือทางหลวงหมายเลข 35 เข้าถนนเพชรเกษม หรือทางหลวงหมายเลข 4 เส้นทางต่อมา คือให้ใช้ถนนเพชรเกษม หรือทางหลวงหมายเลข 4 ผ่าน อ.สามพราน จ.นครปฐม, อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และเส้นทางที่ 3 จากขนส่งสายใต้ใหม่ ให้ใช้ถนนบางกอกน้อย-นครชัยศรี หรือทางหลวงหมายเลข 338 เข้าสู่ จ.นครปฐม, จ.ราชบุรี และ จ.เพชรบุรี

กรมทางหลวงแนะ 11 เส้นทางเลี่ยงรถติดช่วงสงกรานต์ 3

ส่วนผู้ที่จะเดินทางไปภาคอีสาน สามารถใช้ถนนกาญจนาภิเษกทั้งวงแหวนตะวันตก และตะวันออก มุ่งหน้าต่างระดับบางปะอิน เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าสระบุรี และออกไปยังภาคอีสานต่อไป เส้นทางต่อมาคือใช้ถนนรังสิต-นครนายก หรือถนนสาย 305 ตรงไปยัง จ.นครนายก จากนั้นให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 33 มุ่งหน้าสี่แยกกบินทร์บุรี เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 304 กบินทร์บุรี-ปักธงชัย เพื่อไปนครราชสีมา และเส้นทางสุดท้ายให้ใช้ถนนรามอินทรา-สุวินทวงศ์ หรือทางหลวงหมายเลข 304 ผ่าน จ.ฉะเชิงเทรา พนมสารคาม กบินทร์บุรี ปักธงชัย ไปยังภาคอีสาน

สำหรับผู้ที่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 ผ่าน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี นายสุจิณ มั่งนิมิตร รองผู้อำนวยการสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวงแนะนำให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง เพราะถนนมีความลาดชันและมีเพียง 2 ช่องจราจร และยังอยู่ระหว่างการปรับปรุง ซึ่งล่าสุดเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถพ่วงชนกับรถยนต์รวม 8 คัน จึงขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใช้ความระมัดระวังและใช้เกียร์ต่ำขณะลงจากที่สูง

ส่วนมาตรการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน กรมทางหลวงได้ตั้งเต็นท์บริการไว้ที่บริเวณสำนักงานของแขวงทางหลวงกว่า 200 แห่ง ประชาชนสามารถแวะเข้าห้องน้ำ และพักคลายความเหนื่อยล้า ระหว่างทางได้

 

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก news.sanook.com