ทอท.เปิดหน้าดินสนามบิน 4 พันไร่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ เชียงราย ดึงเอกชน PPP พัฒนาเชิงพาณิชย์ เพิ่มรายได้ ปัดฝุ่น 3 แปลงเด็ดสุวรรณภูมิ ประเดิมแปลง 37 เนรมิต 600-700 ไร่ ผุดโรงแรม สวนสนุก รีเทลเซล ขอแก้ผังเมืองปลดล็อกพื้นที่สีเขียว 723 ไร่ ใกล้วัดศรีวารีน้อย ขึ้นโปรเจ็กต์ยักษ์ กว้านซื้อที่เพิ่มแนวเส้นเสียง สร้างที่อยู่อาศัยรองรับพนักงาน เร่งเจรจากรมธนารักษ์เคาะข้อตกลงส่วนแบ่งรายได้ คาดปลาย พ.ค.สรุป

นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือ ทอท. เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า อยู่ระหว่างหารือร่วมกับกรมธนารักษ์ กองทัพอากาศ (ทอ.) และกรมทางอากาศยาน (ทย.) เพื่อนำที่ราชพัสดุทั้ง 6 สนามบินอยู่ในความดูแลของ ทอท. ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่ และเชียงราย พัฒนาเชิงพาณิชย์เพิ่มรายได้ส่วนที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non Aero) ให้อยู่ที่ 50% จากปัจจุบัน 40%

เขย่าสัดส่วนรายได้ 50 : 50

เนื่องจากปัจจุบันปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ภายในสนามบินเพื่อรองรับกับผู้โดยสารยังเติบโตไม่มาก ทั้งที่ปัจจุบัน ทอท.มีที่ดินอยู่จำนวนมาก 3,000-4,000 ไร่ ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าจะให้สัดส่วนรายได้ทั้งส่วนที่เกี่ยวกับการบิน (Aero) กับไม่เกี่ยวกับกิจการการบินอยู่ที่ 50 : 50 เหมือนกับสนามบินของต่างประเทศ

"หลังได้หารือเมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าปลายเดือน พ.ค.นี้ จะเคลียร์ข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อปลดล็อกเรื่องคอนเซ็ปต์ ข้อกฎหมาย การร่วมทุน PPP และการดำเนินตามกฎของ ICAO"

นายนิตินัยกล่าวว่า อย่างเช่น รูปแบบการพัฒนาตรงไหนจะเป็นเชิงสังคม หรือเชิงพาณิชย์ การคิดส่วนแบ่งรายได้จากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ให้กับเจ้าของที่ดิน เช่น กรมธนารักษ์ คิดส่วนแบ่งรายได้ส่วนไม่เกี่ยวข้องกิจการการบิน 50% ส่วนที่เกี่ยวกับการบินคิด 5% จะต้องตีความให้ชัดถึงอัตราส่วนที่ต้องจ่าย รวมถึงกฎหมายผังเมืองที่ยังเป็นอุปสรรค เพราะต่อไป ทอท.มีแผนแม่บทจะก่อสร้างพื้นที่ 6 สนามบินเพิ่ม จะต้องมีการออกแบบใหม่ เพิ่มพื้นที่เชิงพาณิชย์มากขึ้น จึงต้องสรุปข้อปัญหาของแต่ละสนามบินให้ชัดทั้งการพัฒนาในอาคารและนอกอาคาร

ดึงเอกชน PPP นำร่องสุวรรณภูมิ

สำหรับแปลงที่ดินจะนำมาพัฒนาได้เป็นลำดับแรก จะอยู่พื้นที่ภายในและภายนอกสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 3 แปลง ได้แก่ 1.แปลง 37 พื้นที่ 1,470 ไร่ อยู่ด้านนอกอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งปัจจุบันใช้สร้างไบก์เลนไปแล้ว ยังเหลืออยู่ 600-700 ไร่ 2.ที่ดินของ ทอท.เอง จำนวน 723 ไร่ อยู่นอกสนามบิน ใกล้วัดศรีวารีน้อย และ 3.พื้นที่หมู่บ้านจัดสรรติดกับสนามบินที่ ทอท.ซื้อเพื่อชดเชยเส้นเสียงหลังเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ อาจจะซื้อเพิ่มเติมเพื่อรวมเป็นแปลงใหญ่

"ทั้ง 3 แปลงจะเปิดประมูลให้เอกชนลงทุน PPP พัฒนาเชิงพาณิชย์ คาดว่าแปลง 37 น่าจะนำร่องได้ก่อน อยู่ระหว่างวางคอนเซ็ปต์รูปแบบการพัฒนา อาจจะเป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการบิน เพราะอยู่ในสนามบิน เช่น โรงแรม แต่กำลังพิจารณาจะพัฒนาอะไรเสริมอีก เพราะที่ดินมี 600-700 ไร่จะพัฒนาโรงแรมอย่างเดียวอาจจะไม่คุ้ม อาจจะมีสวนสนุก พื้นที่รีเทลเซล"

ขอผังเมืองปลดล็อกพื้นที่สีเขียว

สำหรับที่ดิน 723 ไร่ข้างสนามบิน ปัจจุบันติดโซนผังเมืองกำหนดเป็นพื้นที่สีเขียว (ที่ดินประเภทเกษตรกรรม) จึงไม่สามารถพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ได้ ต้องขอแก้ไขผังเมืองรวมจังหวัดสมุทรปราการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดิน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ตาบอด มีถนนเข้า-ออกได้ทางเดียวคือ ถนนวัดศรีวารีน้อย และค่อนข้างแคบ หากก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่จะมีปัญหาเรื่องการจราจร ซึ่ง ทอท.ต้องเร่งเคลียร์ข้อจำกัดนี้โดยเร็ว เพื่อให้การพัฒนาโครงการเดินหน้าได้เร็วขึ้น

"แปลงนี้เดิม ทอท.เคยกำหนดไว้จะพัฒนาเป็นแอร์พอร์ตซิตี้ แต่ติดข้อกฎหมายผังเมือง ส่วนรูปแบบการพัฒนาใหม่อาจจะเป็นมิกซ์ยูส เช่น โรงแรม ที่อยู่อาศัย ห้างสรรพสินค้า"

ส่วนที่ดินที่ ทอท.ซื้อจากเจ้าของบ้านที่อยู่แนวเส้นทางเสียงนั้น คงจะซื้อที่ดินเพิ่มโดยใช้อำนาจการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เพื่อนำมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่ซื้อเพื่อชดเชยเส้นเสียง ซึ่งแนวทางนี้จะทำให้ผู้ถือหุ้นเข้าใจและอนุมัติแผนการพัฒนาโครงการ เนื่องจากที่ดินปัจจุบันไม่ได้เป็นแปลงใหญ่ จะต้องซื้อที่ดินติดกันเพื่อรวมเป็นแปลงเดียวกัน ซึ่งแปลงนี้อาจจะพัฒนาเชิงสังคม เช่น พัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับพนักงานที่ทำงานในสนามบินสุวรรณภูมิ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ดินแปลง 37 รูปแบบการพัฒนาเดิมที่ ทอท.ศึกษา แบ่งพัฒนาเป็น 7 โครงการ มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ได้แก่ 1.ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ 2.ศูนย์แสดงสินค้าและการส่งออกระหว่างประเทศ 3.อาคารสำนักงานรองรับธุรกิจด้านท่าอากาศยาน 4.ศูนย์แสดงสินค้าชุมชน 5.แหล่งบันเทิงครบวงจร ทั้งโรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง และโรงละคร 6.โรงแรมระดับ 3-5 ดาว และ 7.โรงพยาบาลขนาด 150-200 เตียง

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์