บริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัด เปิดเผยถึงผลประกอบการใน 2 ไตรมาสแรกของปี 2559 ว่าบริษัทปิดยอดผลประกอบการที่ 450 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าในไตรมาสที่ 3 และ 4 ผู้ต้องการสร้างบ้านจะปรับตัวได้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ทรงตัว ส่งผลให้ตัดสินใจสร้างบ้านมากขึ้นในช่วงปลายปีหลังจากที่รอโอกาสในการสร้างบ้านมาตลอด 6 เดือน ทิศทางของธุรกิจรับสร้างบ้านในครึ่งปีหลังจึงมีความเคลื่อนไหวในเชิงบวกมากกว่าลบ ส่วนการแข่งขันด้านราคาที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในวงการอสังหาริมทรัพย์จะส่งผลดีต่อผู้ต้องการสร้างบ้านเป็นอย่างมาก

โดยนายโกศล โควิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัด กล่าวว่า “จากสถิติของรอแยลเฮ้าส์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าผู้ต้องการสร้างบ้านมักจะตัดสินใจสร้างบ้านในช่วงปลายปีมากกว่าต้นปี ส่งผลให้ไตรมาสที่ 3 และ 4 มียอดขายที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปัจจัยบวกของธุรกิจรับสร้างบ้านในครึ่งปีหลังจึงเป็นความต้องการสร้างบ้านของผู้บริโภคที่ชะลอตัวและเฝ้าสังเกตการณ์มาตั้งแต่ต้นปี ส่วนปัจจัยลบอย่างการขึ้นราคาของวัสดุ เนื่องจากภาครัฐมีการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่จนส่งผลให้ความต้องการวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรอแยลเฮ้าส์แต่อย่างใด เพราะมีระบบการจัดการวัสดุที่ดีเยี่ยม ดังนั้น รอแยลเฮ้าส์จะไม่ลงไปมีส่วนร่วมในเรื่องการแข่งขันการลดราคาอย่างเช่นบริษัทรับสร้างบ้านอื่นๆ แต่จะใช้จุดเด่นในเรื่องของมาตรฐานการก่อสร้างและการรับประกันโครงสร้างของบ้านและการบริการอย่างครบถ้วนในการนำเสนอลูกค้า เพราะเราเชื่อว่ามากกว่าเรื่องราคา คือเรื่องของมาตรฐานการก่อสร้างและความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ลูกค้าจะให้ความสำคัญ”

ด้านนายประสงค์ โควิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัด เผยถึงแผนในครึ่งปีหลังของรอแยลเฮ้าส์ว่า “ใน 2 ไตรมาสสุดท้ายของปี รอแยลเฮ้าส์ตั้งเป้าทำยอดขายให้ถึง 550 ล้านบาท โดยจะมีการออกบูธในงานธุรกิจสร้างบ้านต่างๆ ทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ซึ่งเน้นการรุกตลาดในต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอีสานที่มีอัตราการเติบโตมากถึง 25% นำไปสู่การเปิดสาขาที่ 12 ของรอแยลเฮ้าส์ที่จังหวัดอุบลราชธานีในปลายปี 2559 ที่มีการลงทุนไปกว่า 100 ล้านบาทเพื่อตอบสนองต่อความต้องการสร้างบ้านของลูกค้าในภาคอีสาน  พร้อมกันนี้ รอแยลเฮ้าส์ก็ยังคงเดินหน้าและรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานในการก่อสร้างแบบรอแยลเฮ้าส์  โดยเพิ่งทำการตรวจรับรองมาตรฐาน ISO 9001ประจำปี 2559 ไป โดยผลการตรวจเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เนื่องจากเราผ่านการตรวจตามมาตรฐาน ISO เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งเรายังเป็นบริษัทรับสร้างบ้านรายเดียวที่มีคู่มือตรวจงานให้ลูกค้าได้เข้าใจวิธีการก่อสร้างตั้งแต่ต้นจนจบ”

HouseTrend-final edit01_resize

และนายโกศล โควิสุทธิ์ ยังได้เปิดเผยถึงเทรนด์ในการสร้างบ้านของปี 2017-2020 ดังนี้

HouseTrend-Solo 0101

1. Eco Friendly บ้านประหยัดพลังงานและรักษ์โลก : จุดประสงค์หลักคือการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าโดยไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม บ้านประเภทนี้จึงมักถูกออกแบบให้โปร่ง โล่ง สบาย เพื่อรับลมและความเย็นจากธรรมชาติ ในขณะเดียวกันก็ป้องกันความร้อนที่จะสะสมในบ้าน โดยทั่วไปการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานจะเน้นวิถีทางธรรมชาติ (Passive Cooling) เป็นหลัก แต่ต้องผสมผสานการออกแบบ ที่เตรียมการสำหรับการทำให้เกิดความเย็น ด้วยวิธีกลไกและการพึ่งพาเทคโนโลยี (Active Cooling) โดยอาจมีการติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อช่วยประหยัดพลังงานเพิ่มในบ้าน รวมทั้งการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อเก็บเป็นพลังงานทดแทน ซึ่งจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านไปในที่สุด

HouseTrend-Solo 0202

2. Small is cool บ้านพื้นที่เล็กแต่ประโยชน์ใช้สอยคุ้มค่า : จากรายงานของ IFDA (International Furnishings and Design Association) พบว่า 49% ของคนอเมริกัน ต้องการบ้านที่มีขนาดเล็กลง แต่ตอบสนองได้ทุกความต้องการ ซึ่งมีแนวโน้มว่าเทรนด์นี้จะได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยอาจลดทอนห้องบางห้องที่ใช้ประโยชน์น้อยที่สุดออก หรือรวมห้องบางห้องเข้าด้วยกันแล้วใช้งานแบบมัลติฟังก์ชั่น โดย 76% ของสมาชิก IFDA มีแนวโน้มที่จะตัดห้องทานอาหาร หรือห้องนั่งเล่นอย่างเป็นทางการออก แล้วเปลี่ยนเป็นห้องที่ใช้งานได้อย่างหลากหลายสำหรับสมาชิกทุกคนในบ้าน ซึ่งสอดคล้องกับ 92% ที่บอกว่า ห้องที่สร้างขึ้นมาสำหรับคนแค่คนเดียวภายในบ้าน เช่น ห้องทำงานของพ่อ ห้องเก็บเสื้อผ้าของแม่ จะต้องกลายเป็นพื้นที่ส่วนรวมของทุกคนในบ้านภายในปี 2020

HouseTrend-Solo 0303

3. Home Tech บ้านอัจฉริยะ : ในอนาคต การสร้างบ้านจะต้องคำนึงถึงการรองรับกับระบบเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาไปอย่างรุดหน้าและแพร่ขยายการใช้งานจนกลายเป็นมาตรฐานเดียวกัน นั่นหมายความว่าทุกบ้านจะใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการอำนวยความสะดวกสำหรับการอยู่อาศัย โดยคาดว่าปี 2020 บ้านที่สร้างใหม่ทุกหลังจะเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบบางอย่าง เช่น การควบคุมระบบไฟด้วยรีโมต, Gesture Control หรือการสั่งการด้วยเสียง นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงขั้นตอนการสร้างบ้านและนวัตกรรมการสร้างบ้านที่มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือเทคนิคการสร้างแบบใหม่เข้ามาใช้ เช่น บ้านโครงสร้างเหล็ก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นบ้านที่ออกมาตรงตามความต้องการทุกอย่าง

HouseTrend-Solo 0404

4. Elderly Care บ้านสำหรับผู้สูงอายุ : ปัจจุบัน ประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรสูงวัยมากที่สุดในอาเซียน โดยคิดเป็น 10% ของประชากรทั้งหมด ตามมาด้วยสิงคโปร์ 9% และอินโดนีเซีย 7% ซึ่งในอีก 10 ปีข้างหน้า ผู้สูงอายุของไทยจะมีจำนวนมากถึง 20% ของประชากรทั้งประเทศ และอีก 20 ปีข้างหน้าไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสุดยอด คือมีประชากรผู้สูงอายุมากกว่า ร้อยละ 25 ของประชากรทั้งหมดดังนั้น การสร้างบ้านที่มีสมาชิกครอบครัวเป็นผู้สูงอายุจึงต้องออกแบบและปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและสอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงอายุด้วย เนื่องจากใน 1 วัน ผู้สูงอายุมักจะใช้เวลาอยู่ในบ้านไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมง “บ้าน” จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผู้สูงอายุ

HouseTrend-Solo 0505

5. Cluster บ้านหลายหลังในพื้นที่เดียวกัน : แนวโน้มของราคาที่ดินที่สูงขึ้น และความหนาแน่นของที่อยู่อาศัยที่เริ่มกระจายตัวออกไปเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดความนิยมสร้างบ้านที่ใช้พื้นที่ส่วนรวมด้วยกัน โดยเป็นความนิยมแบบไทยและการมองถึงประโยชน์ร่วมของการอยู่รวมกันแบบเป็นครอบครัวใหญ่ โดยบ้านลักษณะนี้ มักเป็นบ้านของพ่อแม่ ลูกชาย ลูกสาว หรือพี่น้อง ที่ตัดสินใจสร้างบ้านอาศัยอยู่บนพื้นที่เดียวกัน และพื้นที่ส่วนรวมของบ้านก็มักจะเป็น ที่จอดรถ สระว่ายน้ำ หรือสวนของบ้านนั่นเอง หรืออาจจะเป็นลักษณะ Multi Family เป็นการอยู่อาศัยแบบหลายครอบครัวแต่เป็นการขยายไปแนวสูง คือ หลายชั้นแต่มีส่วนบริการและสันทนาการร่วมกัน เช่น สระว่ายน้ำ ห้องทานอาหาร ฟิตเนส

HouseTrend-Solo 0606

6. Back to nature บ้านอิงธรรมชาติ : กระแสการหวนคืนสู่ธรรมชาติกำลังมาแรงเป็นอย่างมาก และมีทีท่าว่าจะเป็นที่นิยมไปอีกหลายปี เนื่องจากผู้คนในยุคปัจจุบันรักตัวเอง รักสุขภาพ และรักธรรมชาติกันมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความนิยมการสร้างบ้านแบบใกล้ชิดธรรมชาติ และสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ เช่น การสร้างบ้านแบบเปิดโล่งเพื่อรับลมและรับแสงธรรมชาติ การแบ่งพื้นที่ของบ้านทำสวน ปลูกผัก ปลูกสมุนไพร โดยสมาชิกของ IFDA ยืนยันว่าบ้านจะต้องมีพื้นที่ส่วนนอกที่ไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษามากเพื่อให้ได้สามารถใกล้ชิดกับธรรมชาติได้ในทุกวัน

HouseTrend-Solo 0707

7. Personalization Selected บ้านตามความต้องการส่วนบุคคล : ลักษณะพื้นฐานของบ้านแบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก จะต้องเปลี่ยนไปเพื่อตอบสนองความต้องการของแต่ละบุคคลให้มากขึ้น โดยอิงกับเทรนด์ของการลดขนาดบ้านและการลดทอนห้องบางห้อง เพื่อให้บ้านกลายเป็นบ้านอย่างแท้จริง เช่น บางบ้านไม่มีห้องรับแขกแต่มีห้องซ้อมดนตรีของพ่อกับลูกชาย บางบ้านไม่มีห้องทานอาหาร แต่มีห้องสมุดและห้องทำงานของทุกคนในครอบครัว เป็นต้น นำมาซึ่งการสร้างบ้านแบบ Open Plan ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างหลากหลายตามความต้องการของแต่ละบุคคล

InteriorTrend-final_resize

พร้อมกันนี้ ยังพบว่าเทรนด์การตกแต่งบ้านในปี 2017-2020 ยังคงให้ความสำคัญในเรื่องของห้องน้ำ โดยเน้นความสำคัญของห้องน้ำมากขึ้น จากการตกแต่งห้องน้ำที่ได้รับความสนใจมาในระยะหนึ่ง จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีกในปีหน้า โดยพบว่าจะมีการใช้อ่างอาบน้ำ และติดตั้งจอโทรทัศน์ในห้องน้ำเพิ่มมากขึ้น

InteriorTrend-Solo01

ในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ จะต้องเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้สอยได้หลากหลาย โดยลักษณะของเฟอร์นิเจอร์ที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลายจะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก เพื่อตอบโจทย์ให้สอดคล้องกับบ้านในยุคสมัยใหม่ที่พื้นที่เล็กลง แต่ใช้งานได้คุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งได้รับความนิยมนำหน้าการบิลด์อินและเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่

InteriorTrend-Solo02

และยังมีการเพิ่มความน่าสนใจให้กับบ้านด้วย LED โดยไฟแบบ LED จะเข้ามาเติมเต็มจินตนาการแนว sci-fi ให้กับบ้าน สร้างสีสัน สร้างบรรยากาศที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลาของบ้าน จนกล่าวได้ว่าระบบไฟ LED นั้นจะกลายมาเป็นงานศิลปะอีกชิ้นหนึ่งของบ้าน

InteriorTrend-Solo03

สุดท้าย คือเรื่องของห้องครัว โดยมีแนวโน้มว่าห้องครัวของบ้านจะถูกใช้งานเพิ่มขึ้นนอกเหนือไปจากการใช้ประกอบอาหารเพียงอย่างเดียว นั่นคือการใช้เป็นสถานที่ทานข้าวของครอบครัวไปด้วย โดยการออกแบบห้องครัวจะต้องเพิ่มพื้นที่และโต๊ะสำหรับทานข้าวเข้าไป ซึ่งเป็นการประหยัดพื้นที่และค่าใช้จ่าย รวมทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นให้กับครอบครัวอีกด้วย

InteriorTrend-Solo04

ด้านนายประสงค์ โควิสุทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ซึ่งจากเทรนด์การสร้างบ้านดังกล่าวนี้ รอแยลเฮ้าส์ก็ได้นำมาพัฒนาและออกแบบบ้านเพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยเรามีแบบบ้านใหม่ถึง 5 แบบ มานำเสนอให้ทุกท่านได้ชมกัน ซึ่งทุกท่านจะสามารถพบกับแบบบ้านใหม่นี้ และแบบบ้านทั้งหมดของรอแยลเฮ้าส์ พร้อมทั้งคำแนะนำและการให้คำปรึกษาในทุกเรื่องของการสร้างบ้าน ได้ในงานมหกรรมรับสร้างบ้าน ระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม 2559 ที่บูธหมายเลข B7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์”