เป้าของรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วง "บางซื่อ-รังสิต" จะเปิดหวูดในปี 2563 ถึงนาทีนั้นยังต้องลุ้นจะเป็นไปตามที่ "ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย" คาดการณ์หรือไม่ ในเมื่อล่าสุดผู้รับเหมาก่อสร้างทั้ง 2 สัญญา พร้อมใจขอต่อเวลาก่อสร้างออกไปอีก ทั้งที่ปัจจุบันโครงการมีความล่าช้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นับจากเริ่มตอกเข็มปี 2556

แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท. กล่าวว่า งานก่อสร้างสัญญาที่ 1 งานสถานีกลางบางซื่อ อาคารซ่อมบำรุงและสถานีจตุจักรของกลุ่มกิจการร่วมค้าเอสยู (ซิโน-ไทยฯ และยูนิคฯ) วงเงิน 34,118 ล้านบาท ปัจจุบันมีความก้าวหน้า 47.26% ทางผู้รับเหมาขอขยายเวลา 3 ปี ถึงปี 2563 จากเดิมสิ้นสุด ก.ค. 2560 เพราะติดรื้อย้ายท่อขนส่งน้ำมันของ บจ.ขนส่งน้ำมันทางท่อ (FPT)

ส่วนสัญญาที่ 2 งานทางวิ่งรถไฟยกระดับ และระดับดิน พร้อมอาคารสถานี 6 สถานี ได้แก่ บางเขน ทุ่งสองห้อง หลักสี่ การเคหะฯ ดอนเมือง และรังสิต มี บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นผู้ก่อสร้าง วงเงิน 24,575 ล้านบาท ความก้าวหน้าของงานอยู่ที่ 67.73% โดยขอขยายเวลาไปอีก 1 ปีถึงปี 2561 จากเดิมจะสิ้นสุดเดือน ก.ค. 2560

ผู้ว่ารถไฟชี้ งานล่าช้าเพราะติดปัญหารื้อย้ายท่อส่งน้ำมัน

"วุฒิชาติ กัลยาณมิตร" ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. เปิดเผยว่า งานก่อสร้างสัญญาที่ 1 และ 2 โดยรวมมีความล่าช้าอยู่ที่ 20% เนื่องจากติดปัญหารื้อย้ายท่อส่งน้ำมันของ FPT ทำให้ส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับเหมาล่าช้า และปรับปรุงแบบก่อสร้างจากเดิมรองรับรางรถไฟ 3 ราง เป็น 4 ราง และปัญหาอุทกภัย ในวันที่ 22 ส.ค.นี้จะมีการหารือกับผู้รับเหมาทั้ง 2 สัญญาในการขยายระยะเวลาสัญญาการก่อสร้าง จะสามารถให้ตามที่ผู้รับเหมาเสนอมาหรือไม่ เนื่องจากการขยายเวลาจะต้องมีค่างานที่ ร.ฟ.ท.ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น จะเร่งให้ได้ข้อสรุปภายในเดือน ส.ค.นี้

ทั้งนี้ การขยายเวลาของผู้รับเหมาจะไม่กระทบ แต่แผนงานก่อสร้างและการเปิดให้บริการจะเริ่มทดสอบระบบปลายปี 2562 และเปิดให้บริการได้ต้นปี 2563 เนื่องจากงานสัญญาที่ 3 ติดตั้งระบบไฟฟ้า เครื่องกลและจัดหารถไฟฟ้า ซึ่งลงนามสัญญากับกลุ่มร่วมค้า MHSC (มิตซูบิชิเฮฟวี่-ฮิตาชิ-สุมิโตโม) จากประเทศญี่ปุ่น วงเงิน 32,399 ล้านบาท เพิ่งเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2559 ปัจจุบันความก้าวหน้าของงานอยู่ที่ 0.83% ตามแผนจะเสร็จปี 2563 พอดี

หลายสถานีคืบหน้าเปิด 50%

ขณะที่งานก่อสร้าง 10 สถานี ที่บางซื่อคืบหน้า 38.24% จตุจักร 31.18% วัดเสมียนนารี 55.27% บางเขน 66.61% ทุ่งสองห้อง 70.89% หลักสี่ 53.73% การเคหะฯ 62.49% ดอนเมือง 50.72% หลักหก 38.75% และรังสิต 54.36%

ด้าน "ประสงค์ สุวิวัฒน์ธนชัย" กรรมการ บมจ.ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น เปิดเผยว่า บริษัทจะหารือกับ ร.ฟ.ท.ขอขยายเวลาสัญญางานที่ 1 เพราะที่ผ่านมามีการปรับปรุงแบบก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อใหม่จาก 3 ราง เป็น 4 ราง และติดรื้อย้ายท่อ FPT เพิ่งเสร็จเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จึงทำให้ไม่สามารถวางฐานรากได้ตามแผนงานที่กำหนด ซึ่งการขยายเวลาดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการก่อสร้างให้ล่าช้าเพราะต้องทำงานคู่กับสัญญาที่ 3 ในการวางระบบอาณัติสัญญาณ คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมกันในปี 2563

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์