เครือควอลิตี้เฮ้าส์ เดินหน้าพัฒนาโครงการในโซนภาคตะวันออกต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จจากกลุ่มสินค้าประเภทคอนโดมิเนียม ทั้งแบรนด์ เดอะทรัสต์ เดอะพอยต์ และคาซ่า คอนโด พร้อมขยายฐานจับกลุ่มลูกค้าแนวราบเพิ่ม ส่งคาซ่า วิลล์ บ้านบึง บ้านเดี่ยวแนวคิดใหม่ลงตลาด หลังโครงการคาซ่า เลเจ้นด์ บ้านบึง ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มั่นใจปีนี้ยอดขายรวมของโครงการในโซนภาคตะวันออกเติบโตตามเป้า 3,000 ล้านบาท

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (16)

นายไพโรจน์  วัฒนวโรดม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการคุณภาพ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม เปิดเผยว่า “เป็นที่ทราบกันดีว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นภาคธุรกิจหลักที่มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 12-13% ของจีดีพี จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมามีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านคมนาคม, ด้านการลงทุนภาคธุรกิจ, ด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการขยายตัวของสังคมเมืองและกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดหัวเมืองใหญ่ ระยอง, ชลบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ภูเก็ต, เชียงใหม่ เป็นต้น

โดยเฉพาะในภาคตะวันออก จังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี นับเป็นจังหวัดที่มีจีดีพีสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 และ 2 ของประเทศ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมด้านอุตสาหกรรมและการลงทุน มีนิคมอุสาหกรรมเป็นจำนวนมาก มีท่าเรือน้ำลึก 2 แห่ง คือ ท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด และยังเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ของประเทศอีกด้วย ซึ่งจากผลสำรวจของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) เคยวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจังหวัดชลบุรีโดยทำการวิเคราะห์แยกเป็น 8 พื้นที่ คือ 1.พื้นที่อำเภอเมืองชลบุรี 2. พื้นที่บางแสน-บางพระ 3. พื้นที่ศรีราชา 4.พื้นที่แหลมฉบัง 5. พื้นที่บ่อวิน 6.พื้นที่พัทยาฝั่งตะวันออกของถนนสุขุมวิท (ติดเนินเขา) 7.พื้นที่พัทยาฝั่งตะวันตกของถนนสุขุมวิท (ติดทะเล) และ 8.พื้นที่สัตหีบ

ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย มองว่าพื้นที่ที่มีความคึกคักมากที่สุดคือพื้นที่พัทยาฝั่งติดทะเล รองลงมาจะเป็นพื้นที่อำเภอศรีราชา และมีพื้นที่ศักยภาพในเขตอื่นๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งตรงกับผลสำรวจของทางควอลิตี้เฮ้าส์ เนื่องจากจังหวัดชลบุรีเป็นเมืองเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของประเทศ อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว, แหล่งงาน ทำให้ยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยอีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มระดับราคากลาง – ล่าง บริษัท จึงได้มีการเข้าไปพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว, บ้านแฝด, ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ในหลายพื้นที่ อาทิ พัทยา, ตัวเมืองชลบุรี, ศรีราชา, บ่อวิน และล่าสุดคือที่บ้านบึง กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่นั้นๆ คนที่มาทำงานในนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงชาวต่างชาติที่มาทำงานในพื้นที่ อย่างเช่น อำเภอศรีราชาชาวต่างชาติส่วนใหญ่จะเป็นชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานในนิคมอุตสาหกรรม และในทำเลดังกล่าวบริษัทได้พัฒนาทั้งบ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียมเพื่อเจาะลูกค้ากลุ่มนี้ ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมียอดขายเป็นที่น่าพอใจ

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (10)

นายไพโรจน์  กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโครงการทั้งหมดที่ควอลิตี้เฮ้าส์ได้พัฒนาในจังหวัดชลบุรี มีจำนวน 12 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 8,455 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 5 โครงการ ได้แก่ โครงการ คาซ่า แกรนด์ ศรีราชา มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท, โครงการ คาซ่า แกรนด์ มิตรสัมพันธ์ มูลค่าโครงการ 565 ล้านบาท, โครงการ คาซ่า เลเจ้นด์ บ้านบึง มูลค่าโครงการ 480 ล้านบาท, โครงการคาซ่า วิลล์ บ้านบึง มูลค่าโครงการ 703 ล้านบาท และโครงการ เดอะทรัสต์ วิลล์ บ้านโพธิ์ มูลค่าโครงการ 840 ล้านบาท (เปิดขายเดือนตุลาคม 2558) ทาวน์โฮม 1 โครงการ ได้แก่ โครงการเดอะทรัสต์ ทาวน์โฮม บ่อวิน มูลค่าโครงการ 441 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 6 โครงการ ได้แก่ โครงการคาซ่า คอนโด ศรีราชา มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท, โครงการเดอะทรัสต์ คอนโด พัทยาเหนือ มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท, โครงการ เดอะทรัสต์ คอนโด พัทยากลาง มูลค่าโครงการ 836 ล้านบาท, โครงการเดอะทรัสต์ คอนโด พัทยาใต้ มูลค่าโครงการ 1,014 ล้านบาท, โครงการเดอะทรัสต์ คอนโด อมตะ-ชลบุรี มูลค่าโครงการ 850 ล้านบาท และโครงการ เดอะพอยต์ คอนโด แหลมฉบัง มูลค่าโครงการ 626 ล้านบาท

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (19)

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (11)

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (12)

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (13)

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (14)

โดยโครงการล่าสุดในจังหวัดชลบุรีที่เปิดตัวคือ โครงการคาซ่า เลเจ้นด์ บ้านบึง ตั้งบนพื้นที่ขนาด 21-0-16.4 ไร่ พัฒนาในรูปแบบบ้านเดี่ยว จำนวนรวม 87 ยูนิต มูลค่าโครงการ 480 ล้านบาท เป็นบ้านขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ (พร้อมห้องแม่บ้าน) พื้นที่ใช้สอย 166 ตารางเมตร บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา ราคาเริ่มต้น 4.99 บาท โครงการออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์ Modern Contemporary ภายในโครงการครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ สวนร่มรื่นขนาดใหญ่, คลับเฮ้าส์ พร้อมสระว่ายน้ำ และห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์ทันสมัยครบครัน ดูแลความปลอดภัยด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง โครงการตั้งอยู่ใจกลางอำเภอเมืองบ้านบึง เดินทางสะดวกด้วยถนนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี สามารถไปได้ทั้งพนัสนิคม, ชลบุรี และระยอง

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (18)

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (17)

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (7)

และโครงการคาซ่า วิลล์ บ้านบึง ตั้งบนพื้นที่ขนาด 39 ไร่ จำนวนรวม 211 ยูนิต มูลค่าโครงการ 703 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 33 ยูนิต และบ้านแนวคิดใหม่ 178 ยูนิต โดยบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ตั้งบนพื้นที่ขนาด 50 ตารางวา ขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 140 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 4.29 ล้านบาท และบ้านแนวคิดใหม่ 2 ชั้น ขนาด 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 2 ที่จอดรถ ตั้งบนที่ดินขนาด 36 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 130 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2.79 ล้านบาท พัฒนาในรูปแบบบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์ Life is Perfect เป็นบ้านแนวคิดใหม่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ สร้างสรรค์ให้พื้นที่ใช้สอยทุกตารางเมตรให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับทุกๆ กิจกรรม เพิ่มรายละเอียดให้ทุกห้องโปร่ง โล่ง สบาย ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ อาทิ Modern Clubhouse สโมสรกว้าง โครงการตั้งบนทำเลศักยภาพ ติดถนนใหญ่บ้านบึง-แกลง เดินทางสะดวกด้วยถนนมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี สามารถไปได้ทั้งพนัสนิคม, ชลบุรี, ระยอง อีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ โครงการยังครบครัน อาทิ โรงเรียน, โรงพยาบาล, นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร, นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง, เทสโก้โลตัส, บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (8)

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (3)

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (4)

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (5)

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (6)

โครงการ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง (9)

ในปี 2558 นี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 3,000 ล้านบาท และยอดโอน 2,500 ล้านบาท โดยปัจจุบันทำได้ 60-70% ของเป้าที่ตั้งไว้ และมองว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถทำยอดขายรวมถึงยอดรับรู้รายได้ ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ เนื่องจากในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี จะมีความคึกคักในส่วนของกำลังซื้อ บวกกับความเชื่อมั่นของกลุ่มลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ บริษัทฯจะสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามเป้าที่ตั้งไว้