สุทธิสาร จิราธิวัฒน์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างและเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด กล่าวว่า “ โฮมเวิร์ค ” ตั้งเป้าปรับโฉม โฮมเวิร์ค ทุกสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับลูกค้าที่มีความต้องการ อุปกรณ์ซ่อมแซมและสินค้าเพื่อตกแต่งบ้านที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุด เพื่อรองรับการเติบโตของสภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจด้านอสังหาฯ ซึ่งมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้าเพื่อบ้านมีความต้องการเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดได้ใช้งบประมาณกว่า 50 ล้านบาท เพื่อปรับโฉมครั้งใหญ่สาขา รัตนาธิเบศร์  ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ Design affordable ” ชูสินค้าดีไซน์สวย ราคาสัมผัสได้ ทำให้บ้านมีความหมายมากขึ้น ให้ทุกการแต่งบ้านเป็นเรื่องง่ายๆ สนุกกับการเลือกซื้อสินค้าเพื่องตกแต่งบ้านได้อย่างเต็มที่

"จุดสำคัญของการปรับโฉมคือ เพื่อปรับภาพลักษณ์ของร้านให้มีความทันสมัยและชัดเจนขึ้น เพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ให้เป็นศูนย์รวมสินค้าเพื่อบ้านที่ครบวงจรที่สุด สามารถเลือกซื้อสินค้าเพื่อบ้านได้อย่างครบครัน  ตอบโจทย์ความชอบทุกไลฟ์สไตล์ ทำบ้านให้มีความหมายมากขึ้น ด้วยการคัดสรรสินค้าที่ดีมีดีไซน์ พร้อมราคาที่เหมาะสม ด้วยบรรยากาศความอบอุ่น เมื่อเข้ามาเลือกซื้อสินค้า ซึ่งจะสร้างความประทับใจและแรงบันดาลใจในการแต่งบ้าน  ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการจำหน่ายสินค้าซ่อมแซมและตกแต่งบ้าน ได้มีการปรับรูปแบบ  การนำเสนอสินค้าแยกเป็นหมวดหมู่ชัดเจน โดยแบ่งเป็นสินค้าที่ลูกค้าใช้ในชีวิตประจำวัน   สินค้าซ่อมแซม และสินค้าตกแต่งบ้าน เพื่อลูกค้าสามารเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก  สินค้าโปรเจค เช่น ห้องน้ำ ชุดครัว เฟอร์นิเจอร์ สวน ประตู อุปกรณ์ประตู และ WOOD  SHOP ซึ่งเป็นบริการสั่งผลิตเฟอร์นิเจอร์ตามความต้องการ จุดดิสเพลย์ มีการจัดสร้างในลักษณะสมจริง ขึ้นโดยนำไปดิสเพลย์บริเวณต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า พร้อมการให้บริการ 3 D  ดีไซน์เซ็นเตอร์ ที่ช่วยเติมแต่งจินตนาการของลูกค้าได้อย่างสมจริง

คุณสุทธิสาร กล่าวว่าจุดเด่นของโฮมเวิร์ค รัตนาธิเบศร์ มีการนำจุดเข็งของบ้าน แอนด์ บียอนด์ ซึ่งเป็นร้านที่มีการพัฒนารูปแบบขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าสินค้าตกแต่งบ้าน ผสานกับจุดแข็งของโฮมเวิร์ค ที่เน้นสินค้าซ่อมแซมและตกแต่งบ้าน เพื่อให้รูปแบบของร้านค้าดูทันสมัยและมีความต่อเนื่องในการเลือกซื้อสินค้า  พร้อมการเพิ่มรูปแบบการนำเสนอสินค้าผ่านดิสเพลย์ในจุดต่างๆ ของร้าน   เน้นการจัดวางและตกแต่งเหมือนจริงให้รู้สึกหมือนอยู่ในบ้าน  เพื่อให้ลูกค้าเกิดจิตนาการและสนุกกับการเลือกซื้อสินค้า

"นอกจากนี้ โฮมเวิร์ค ได้มีการปรับแผนกลยุทธ์ด้านการขายสินค้าในแต่ละแผนก ด้วยสินค้าที่มีในร้านที่มีมากกว่า 60,000 รายการ  บริษัทฯจึงเลือกเปลี่ยนวิธีการนำเสนอสินค้าให้มีความโดดเด่นแตกต่างกันออกไปจากเดิม อาทิ แผนกอุปกรณ์ไฟฟ้า สี วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ช่าง มีการเพิ่มเติมกลุ่มสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น และเน้นสินค้าสำหรับงาน Professional เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มงานช่างมาก แผนกกระเบื้อง จะเน้นสินค้าในกลุ่ม High-End อาทิ กระเบื้องแก้ว แกรนิต และมีเป็นคอนเล็คชั่นมากยิ่งขึ้น แผนกสุขภัณฑ์ได้มีการปรับรูปแบบการโชว์สินค้าในลักษณะ Full Function คือจัดแสดงให้เห็นสินค้าเป็นแบรนด์ และซีรีย์ เพื่อลูกค้าสามารถเลือกซื้อหรือเป็นไอเดียได้ง่ายขึ้น แผนกเฟอร์นิเจอร์ครัว มีความครบครันมากที่สุด  เพื่อตอบทุกๆความต้องการ โดยมีทั้งแบบสำเร็จรูป และแบบบิวด์อิน โดยมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งครัวปูน ครัว  สเตนเลส  ครัวไม้จริง และไม้พาร์ติเคิลบอร์ด  แผนก Kitchen Ware ด้วยสินค้าประเภท ภาชนะเครื่องใช้ในครัวเรือน จาม ชามจาก แบรนด์ชั้นนำ และสินค้าคุณภาพส่งออก และนำเข้า มีวิธีการจัดเรียงสินค้าด้วยรูปแบบใหม่ให้ง่ายต่อการเลือกชมและซื้อสินค้าของลูกค้า มีการปรับรูปแบบการจัดเรียงสินค้าให้คุ้มค่ากับพื้นที่ใช้สอยมากยิ่งขึ้น ทำให้บรรยากาศภายในมีความโล่ง โปร่ง พร้อมด้วยสต๊อกสินค้า ซึ่งมั่นใจว่ามีเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าอย่างแน่นอน“

คุณสุทธิสารกล่าวว่า ปีที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดสินค้าเพื่อบ้านมีอัตราชะลอการเติบโต โดยบริษัทฯมีอัตราเติบโตที่ 6% จากปี 2557 ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการเติบโตที่ดี ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจซบเซา สำหรับภาพรวมตลาดสินค้าเพื่อบ้านในปีนี้ คาดว่าจะมีการขยายตัวมากขึ้น โดยเป็นผลมาจากนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ทั้ง 3 มาตรการ อาทิ เพิ่มวงเงินกู้ซื้อบ้นและอัตราดอกเบี้ยพิเศษ วงเงิน 25,000  ล้านบาท โดยออกมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการขอสินเชื่อบ้านให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางมากขึ้น ทำให้ประชาชนมีโอกาสตัดสินใจซื้อบ้านได้สูงขึ้น การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง สำหรับมาตรการนี้จะเป็นการลดการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนการโอน จาก 2 % ของราคาประเมินทุนทรัพย์ในกรณีการโอน เหลือ 0.01% รวมทั้งลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาฯและห้องชุด จากเดิม 1%  เลือ 0.01 % ของมูลค่าที่จำนอง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เม.ย. 59 ทำให้ส่งผลให้ทั้งโครงการและประชาชน เร่งโอนที่อยู่อาศัยในช่วงเวลาดังกล่าว   และมาตรการล่าสุด   ซื้อบ้านเกิน 3 วัน หักลดหย่อนภาษีได้  โดยสามารถนำไปยื่นลดหย่อนภาษีได้ 20% ของมูลค่า นาน 5 ปี และถ้ารวมกับมาตรการลดหย่อนภาษีจากภาระดอกเบี้ยเงินกู้บ้านที่ปัจจุบันได้ปีละไม่เกิน 1 แสนบาท เท่ากับได้สิทธิประโยชน์เป็น 2 เท่าจากการลดหย่อนครั้งใหม่นี้ด้วย จึงถือว่าเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจซื้อบ้านภายในปีนี้มากขึ้น  และจากมาตรการดังกล่าวรวมกับการทรงตัวของราคาวัสดุก่อสร้างและการปรับราคาลดลงของเหล็ก เป็นปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในธุรกิจก่อสร้างและที่อยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น ทางโฮมเวิร์คจึงมั่นใจว่า ภาพรวมธุรกิจสินค้าเพื่อบ้านจะยังเติบใตและขยายตัวต่อเนื่องอย่างแน่นอน

“ รัตนาธิเบศร์“  ถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีพัฒนาของอสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งแหล่งที่อยู่อาศัยต่างๆ ตลอดแนวถนนรัตนาธิเบศร์ เพื่อรองรับการเปิดใช้รถไฟฟ้าสายสีม่วงบางซื่อ -บางใหญ่  และทางด่วนสายใหม่ ศรีรัช (วงแหวนรอบนอก ) หมอชิต-วงแหวน ที่จะเปิดใช้ภายในปีนี้ จากศักยภาพความพร้อมของพื้นที่ทำให้มีการเร่งปรับโฉมเพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นพี่โดยรอบ คาดจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 30%-40% สำหรับกลุ่มเป้าหมาย แบ่งเป็นลูกค้ากลุ่มเจ้าของบ้านใหม่ 62% ช่างผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ ประมาณ 38 %

“สำหรับปีนี้ โฮมเวิร์ค ได้มีการปรับแผนการดำเนินธุรกิจ และกลยุทธ์ทางการตลาดเต็มรูปแบบในเชิงรุกให้มีความเข้มข้นขึ้น การเข้าถึงลูกค้าและการสร้างความพร้อมให้กับพนักงาน ในงานด้านการให้บริการทั้งก่อนและหลังการขาย  เพื่อสร้างความพึงพอใจและสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่มีเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วย เน้นแนวคิด “ความต้องการของลูกค้ามาเป็นอันดับแรก“  โดยคัดสรรสินค้าคุณภาพ ดีไซน์ทันสมัย ในราคาเหมาะสมให้กับลูกค้า และสร้างความแตกต่างที่ชัดเจน เน้นสินค้าที่จำหน่ายที่โฮมเวิร์คเท่านั้น พร้อมทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการทุ่มงบปรับโฉมโฮมเวิร์คทุกสาขา เต็มรูปแบบ ด้วยภาพลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัย ซึ่งใช้งบลงทุนปรับปรุงกว่า 120 ล้านบาท การพัฒนารูปแบบการให้บริการก่อนและหลังการขาย อาทิ การให้คำปรึกษา การออกแบบ การติดตั้ง การจัดส่งและการตอบโจทย์เรื่อง ปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับบ้าน ได้อย่างมั่นใจจากผู้เชี่ยวชาญ   อีกทั้งบริษัทฯ ได้มีการใช้ข้อมูลจากบัตร The 1 Card ที่มีฐานสมาชิกกว่า 10 ล้านราย ทำให้เราสามารถเพิ่มกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น พร้อมทั้งสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น รวมถึงการตอกย้ำแบรนด์ “โฮมเวิร์ค“ ในฐานะศูนย์รวมสินค้าตกแต่งบ้านครบวงจร “ โฮมเวิร์คที่เดียว จบ ครบเรื่องบ้าน” และอันดับหนึ่งของการจัดงาน “เอ็กซ์โปและซูเปอร์เซลล์ “ มั่นใจธุรกิจในปีนี้ มียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปีที่ผ่านมา