“มาร์ค สุขุมวิท” (MARQUE SUKHUMVIT) คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ มูลค่ากว่า 6.5 พันล้านบาท นับเป็นอีกหนึ่งเรสซิเด้นท์ที่มีมูลค่าสูงสุดในย่านพร้อมพงษ์ ซึ่งเทียบได้กับย่านดังอย่าง Orchard Road ในสิงคโปร์ ด้วยสำนักงานชั้นนำ โรงแรมหรู ห้างสรรพสินค้าระดับเวิลด์คลาส ซึ่งรวมกว่า 400 ซูเปอร์แบรนด์ เชื่อมต่อด้วยสกายวอล์ค (sky walk) ในนาม ดิ เอ็มดิสทริค (The Em District) มูลค่ารวม 50,000 ล้านบาท สะดวกสบายใกล้รถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์เพียง 30 เมตร เชื่อมโยงเส้นทางซอยสุขุมวิท 39 ถนนอโศก ถนนเพชรบุรี รวมถึงซอยทองหล่อได้อย่างคล่องตัวรวดเร็ว นับเป็นที่ดินผืนสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดในย่านเก่าแก่ที่มีมูลค่าสูงที่สุดบนถนนเส้นหลักอย่างสุขุมวิท ในการก่อสร้างคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ พร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างแล้ว บนชั้น 31 ชวนตื่นตากับวิวสกายไลน์ (Skyline View ) สวยที่สุดกลางพร้อมพงษ์ ในราคาที่ต้องรีบตัดสินใจ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและส่งต่อมรดกล้ำค่า

ดร.สุริยา พูลวรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า จากการพัฒนาโครงการตามแนวคิด ทำเลคือจุดยุทธศาสตร์ในการลงทุน โดยให้ความสำคัญหลักกับทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง มีไลฟ์สไตล์เหนือระดับ คงความเอ็กซ์คลูซีฟในความแตกต่างที่ถูกออกแบบไว้อย่างลงตัว ซึ่งนอกจาก “พร้อมพงษ์” จะเป็นหนึ่งในทำเลระดับพรีเมียมของสุขุมวิทที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นย่านธุรกิจ)Prime CBD) โดยได้ปัจจัยบวกจากรถไฟฟ้า และแรงผลักดันจากโครงการ “ดิ เอ็มดิสทริค” (The Em District) ปัจจุบันพื้นที่ในโซนพร้อมพงษ์ ยังถือเป็นย่านที่ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นและชาวยุโรปนิยมเข้ามาพักอาศัยมากที่สุด จึงไม่แปลกหากสปอร์ตไลท์ของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี่เวลานี้ จะโฟกัสมาที่ย่านพร้อมพงษ์ พร้อมกับราคาของที่ดินที่ทะยานขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะซอยเลขคี่ของถนนสุขุมวิท ซึ่งโครงการของเราเป็นที่จับตา เพราะเมื่อเปรียบเทียบแล้วถือเป็นการลงทุนที่น่าสนใจกว่าโครงการอื่นๆ บนถนนสายสุขมุวิท ทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่อง จึงควรค่าแก่การลงทุนเพื่อเป็นที่อาศัยหรือเก็บเป็นสมบัติที่ล้ำค่า

9

“คอนเซ็ปต์ของ เมเจอร์ฯ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์โครงการที่มีความพรีเมียม ซึ่งตลอด 17 ปี ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เมเจอร์ฯ เป็นนักพัฒนาอสังหาฯ (Developer) มืออาชีพ ที่เลือกพัฒนาและสร้างเฉพาะโครงการระดับไฮเอนด์เท่านั้น ล่าสุดการเปิดแบรนด์ใหม่อย่างมิวนีค (MUNIQ) ที่เน้นกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ (Young Generation) และกลุ่มสตาร์ทอัพ (Startup) โดยเลือกสรรเฉพาะวัสดุพรีเมียม และมีคุณภาพสูง สำหรับโครงการ มาร์ค สุขุมวิท ตั้งแต่เปิดตัวพร้อมความโดดเด่นของวิวมูลค่าสูงที่สุด มอบความส่วนตัวให้ได้มากที่สุด ด้วยพื้นที่เกือบ 4 ไร่ ติดหน้าถนนหลักสุขุมวิท เรียกว่าลงตัวในทุกองค์ประกอบ ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าระดับไฮเอนด์เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีฐานะมั่นคงทางการเงิน และเป็นตระกูลเก่าแก่ หรือ เรียกว่าเป็น โอลด์มันนี (Old Money) ซึ่งโดยส่วนใหญ่ซื้อเพื่อเป็นบ้านหลังที่สอง และเก็บไว้ส่งทอดเป็นมรดกทรงคุณค่าให้ลูกหลาน รวมถึงกลุ่มนักธุรกิจชาวต่างชาติที่มาทำธุรกิจในเมืองไทยแล้วต้องการที่พักอาศัยที่มีความเป็นส่วนตัว มีไลฟ์สไตล์อย่างเหนือระดับ เช่นเดียวกับเมืองใหญ่อื่นๆ ที่เดินทางอยู่เป็นประจำ”

ดร สุริยา เผยด้วยว่า มาร์ค สุขุมวิท เป็นโครงการที่มีความตั้งใจตอกย้ำความลักซ์ซัวรี่ มอบคุณภาพชีวิตที่เหนือระดับ ซึ่งมีผลตอบรับที่เกินคาด “หากพิจารณาในแง่การลงทุนอสังหาฯ ย่านพร้อมพงษ์ โครงการมาร์ค สุขุมวิท ณ ปัจจุบันมีการปรับเพิ่มกว่า 10% เมื่อเทียบราคา ณ วันแรกที่เริ่มเปิดจองที่ 270,000  บาทต่อตารางเมตร ด้วยการลงทุนเพิ่มเติมจากธุรกิจอื่นในย่าน ส่งผลให้ราคาต่อตารางเมตรปรับเพิ่มขึ้นเป็น 320,000 บาทต่อตารางเมตร หรือเฉลี่ยสูงขึ้นกว่า 20-25% ภายในระยะเวลา 2 ปี นับเป็นสัญญาณที่ดีในการลงทุนเพื่ออยู่อาศัย โดยกลุ่มชาวต่างชาติที่อยู่อาศัยในเอเชียให้ความสนใจและจอง คิดเป็นอัตรากว่า 15 % ในขณะที่ลูกค้าไทยระดับเกรดเอ ได้เริ่มจับจอง เพนท์เฮ้าส์ที่มีเพียง 7 ยูนิต ซึ่งมีมูลกว่า 200 ล้านบาท จากพื้นที่เริ่มต้น 287 ตารางเมตร ลูกค้าส่วนใหญ่มองว่า เป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงมีการพัฒนาต่อเนื่อง เช่น อาคารสำนักงานใหม่อย่าง ภิรัช บุรี (Bhiraj Buri) และ เมโทรโปลิส (Metropolis) โครงการระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่อื่น ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง ทั้งนี้ มาร์ค สุขุมวิท ถือเป็นอีกโครงการถือครองระยะยาว (Freehold) ที่สามารถส่งต่อความเป็นที่สุดของไลฟ์สไตล์ แก่ทายาทของเหล่านักธุรกิจชั้นนำของประเทศ เปรียบเสมือนอีกแลนด์มาร์คของถนนสุขุมวิท นับเป็นมรดกที่คุ้มค่าและสร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้ที่ได้เป็นเจ้าของผืนดินสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดของสุขุมวิท” ดร. สุริยากล่าวเสริม พร้อมเผยว่า ปัจจุบันมียอดขายกว่า 70 % แล้ว โดยโครงการจะเสร็จสมบูรณ์ตามแผนในไตรมาสที่ 1 ปี 2560 นี้

_vsp5065-re

มาร์ค สุขุมวิท (MARQUE SUKHUMVIT) เปิดให้ชมห้องตัวอย่างแล้ววันนี้ บนสถานที่จริง ชั้น 31 ตกแต่งด้วยวัสดุอุปกรณ์นำเข้าระดับซูปเปอร์ลักซ์ชัวรี ที่ตั้งใจคัดสรรด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดและมีรสนิยม เพื่อตอบสนองลูกค้าที่พิถีพิถันในการเลือกและใช้ชีวิต พร้อมวิวสกายไลน์กลางพร้อมพงษ์ ซึ่งสามารถสัมผัสทัศนียภาพมุมสูงของกรุงเทพฯ ที่น่าตื่นตาและอิ่มเอมใจ ด้วยทำเลที่ตั้ง ติดถนนใหญ่สุขุมวิท และซอยสุขุมวิท 39 บนพื้นที่กว้างขวางถึง 3 ไร่  กับจำนวน 147 ยูนิต มอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดด้วยจำนวนห้องชุดเพียง 4 ยูนิตต่อชั้น บนอาคารสูง 50 ชั้น แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ เลกาซี่ (Legacy), เฮอร์ริเทจ (Heritage), ราคาเริ่มต้นที่ยูนิตละ 37.5 ล้านบาท ไปจนถึงเพ้นท์เฮ้าส์ (Penthouse) มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท สง่างามด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก ‘Diamond shape’ ตกแต่งผนังอาคารด้วยกระจกนิรภัย 2 ชั้น (façade) เพื่อช่วยปกป้องความร้อนและลดเสียงรบกวนจากภายนอก ช่วยให้อาคารดูโปร่ง โล่ง มีรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยเหนือ ตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งในฐานะแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร นับเป็นอาคารที่อยู่อาศัยสูงที่สุด และติด 1 ใน 5 ของตึกที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ บนถนนสุขุมวิท คือ สูงถึง 222 เมตร พร้อมวิวสกายไลน์ (Sky line) ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่งดงาม ของสะพานแขวน และสวนสาธารณะขนาดใหญ่อย่างบางกระเจ้าอีกด้วย

7

สำหรับห้องตัวอย่างใหม่ (New Show Suite) บนชั้น 31 เป็นห้องขนาด 190 ตร.ม. ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ในสไตล์เมโทรโพลิแทน ลักซ์ (Metropolitan Lux) ซึ่งเป็นการนำความทันสมัยของเมือง สะท้อนออกมาในรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่สง่างาม ผสมผสานกับงานตกแต่งภายในที่เน้นความหรูหรา เน้นความโปร่งโล่ง ด้วยฝ้าเพดานสูง 3-3.4 เมตร พร้อมหน้าต่างบานใหญ่ที่สูงจากพื้นจรดฝ้าเพดาน ตกแต่งด้วยแบรนด์ระดับพรีเมียม เป็นต้นว่า ชุดครัวสุดหรูจากเยอรมนี แบรนด์พอกเกนโพล (Poggenpohl) พร้อมด้วยสุขภัณฑ์ชั้นนำ ฮันสโกรเฮอ (Hansgrohe) ซึ่งมีการตกแต่งแบ่งเป็น 4 ประเภทยูนิต ได้แก่ ขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ 124 – 136 ตารางเมตร, ขนาด 2 + 1 ห้องนอน (2 ห้องนอน 1 ห้องทำงาน) พื้นที่ 156-162 ตารางเมตร, ขนาด 3 ห้องนอน พื้นที่ 174-195 ตารางเมตร และเพ้นท์เฮาส์ พื้นที่ 279-615 ตารางเมตร ทุกยูนิตได้รับการจัดสรรพื้นที่ห้องรับแขกและห้องรับประทานอาหารให้มีขนาดใหญ่พิเศษ ด้วยเชื่อว่าทั้ง 2 บริเวณนี้ เป็นพื้นที่ผู้อยู่อาศัยจะใช้เวลามากที่สุด ทั้งยังจัดสรรสัดส่วนพื้นที่ให้มีห้องน้ำสำหรับแขก, ครัวโชว์และแยกส่วนครัวไทย พร้อมยาร์ด และสำหรับยูนิตพิเศษเพิ่มระเบียงห้องนอนและจากุซซี่ส่วนตัวบริเวณระเบียงใหญ่ ขณะที่เพ้นท์เฮาส์ทุกห้องมาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว

มาร์ค สุขุมวิท (MARQUE SUKHUMVIT) ยังมอบความพิเศษเหนือระดับ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งที่จอดรถที่รองรับได้ถึง 282 คัน สำหรับทุกยูนิต, สวนสวยขนาด 400 ตารางเมตร (Recreational Park) ที่ชั้น 1, สระระบบน้ำวนและจากุซซี, ฟิตเนส, ห้องแอโรบิคและห้องโยคะ, โซนเด็กเล่น, เครื่องซ้อมเล่นกอล์ฟแบบจำลอง (Golf Simulator), ห้องนวดส่วนตัว, ห้องอบไอน้ำ-เซาว์น่าแยกชายและหญิง, สนามสควอซ, สวนพักผ่อนกลางแจ้ง บนชั้น 7 อีกทั้งโดดเด่นด้วยสวนพักผ่อนชมวิวสวยลอยฟ้า, ไวน์บาร์ (Wine Bar) และห้องสมุด บนชั้น 43 ให้สัมผัสวิวพาโนรามา (Panorama View) เต็มทุกสายตา บนสวนสวรรค์ใจกลางมหานคร

มาร์ค สุขุมวิท (MARQUE SUKHUMVIT) คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ เริ่มต้น 37.5 ล้านบาท ไปจนถึงเพ้นท์เฮาส์ มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท พร้อมเปิดให้ชมห้องตัวอย่างแล้ว ผู้สนใจสามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.marquesukhumvit.com หรือ โทร.02-262-1111