WINDSOR วางเป้าสู่แบรนด์ประตูหน้าต่างไวนิลอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค รุกขยายฐานลูกค้าพร้อมเสริมพันธมิตรทางธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์ WINDSOR Exclusive Fabricator Partner” หรือ ตัวแทนประกอบและจัดจำหน่ายสินค้า เจาะกลุ่มผู้ประกอบการประตูหน้าต่างและวัสดุก่อสร้างรายย่อยทั่วประเทศ ตั้งเป้าปีแรกไว้ที่ 5 สาขา และเพิ่มอีก 6 สาขาในปี 2017 คาดทั้ง 11 สาขา น่าจะเพิ่มยอดขายในปี 2017 ไม่ต่ำกว่า 160 ล้านบาท

นายสัมพันธ์ ลู่วีระพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด ในเครือซิเมนต์ไทย หรือ SCG  ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายประตูหน้าต่างไวนิลชั้นแนวหน้าของไทย ภายใต้แบรนด์ “WINDSOR” เปิดเผยว่า หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ผมได้วางแนวทางในการบริหารไว้ โดยยังคงมีเป้าหมายเดียวกับบริษัทแม่ นั่นคือการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม และพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด สำหรับ WINDSOR ซึ่งเป็นแบรนด์หนึ่งภายใต้ นวพลาสติกอุตสาหกรรม เราต้องการให้วินด์เซอร์เป็นแบรนด์ประตูหน้าต่างไวนิลที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นแบรนด์แรก ว่าเป็นหนึ่งในใจผู้บริโภค และมี brand perception ที่ดี ลูกค้ามีความเชื่อมั่นทั้งในเรื่องคุณภาพและการบริการ นอกจากนี้ยังมีแผนในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคในกลุ่มใหม่ๆ เพิ่มขึ้นด้วย

โดยปัจจุบันตลาดประตูหน้าต่างถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ ด้วยปริมาณบ้านสร้างใหม่กว่า 4-5 แสนหลังต่อปี และยังมีตลาดบ้านเก่าอีกกว่า 20 ล้านหลัง ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนประตูหน้าต่างเก่า ประตูหน้าต่างเป็นวัสดุที่มีมูลค่าสูงมากที่สุดรายการหนึ่งในการก่อสร้างบ้าน โดยจะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 5-10 % ของมูลค่าก่อสร้างโดยประมาณ ทำให้ธุรกิจประตูหน้าต่างเป็นธุรกิจที่มีความยั่งยืนสูง ซึ่งในอดีต วัสดุที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ ไม้ และพัฒนามาสู่อลูมิเนียม จนมาถึงในยุคที่ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพการอยู่อาศัย เริ่มตื่นตัวกับการประหยัดพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประตูหน้าต่างไวนิล จึงเริ่มมีบทบาทสำคัญ และมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ และกลุ่มลูกค้าที่ศึกษาข้อมูลเรื่องประตูหน้าต่าง ด้วยลักษณะเฉพาะตัวในการออกแบบเส้นวงกบและกรอบบานที่มีช่องอากาศภายใน, คุณสมบัติฉนวนของวัสดุไวนิล, ระบบซีลยางและอุปกรณ์ที่เป็นมาตรฐาน ทำให้ระบบประตูหน้าต่างไวนิล สามารถมอบฟังก์ชั่น การปิดที่สนิทกว่า, โอกาสน้ำรั่วต่ำกว่า, สามารถกันเสียงรบกวนได้ดีกว่า และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เจ้าของบ้านจำนวนมาก ใช้สินค้าไวนิลแล้วประทับใจ เกิดการบอกต่อ จนเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

นายสัมพันธ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของ WINDSOR เราเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายประตูหน้าต่างไวนิลมากว่า 14 ปี และถือว่าเป็นผู้นำในตลาดประตูหน้าต่างประตูไวนิล มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดประมาณ 70% ของตลาดรวมที่ปัจจุบันอยู่ที่ 2,800 ล้านบาท ในปีนี้เรายังคงเดินหน้าพัฒนาสินค้าเพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด รวมทั้งการขยายช่องทางในการกระจายสินค้าไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ขณะนี้ยังคงมีช่องว่างในหลายพื้นที่ ที่จำเป็นต้องมีกำลังเพื่อที่จะรองรับในความที่สามารถให้บริการประกอบ ติดตั้ง และบริการหลังขายให้แก่กลุ่มลูกค้า ทาง WINDSOR จึงมีแนวคิดในการขยายธุรกิจของบริษัท และสร้างพันธมิตรในการขยายงานผ่านการรับตัวแทนประกอบและจำหน่าย หรือเรียกว่า WINDSOR Exclusive Fabricator Partner

สำหรับการขยายธุรกิจไปในรูปแบบของแฟรนไชส์ พาร์ทเนอร์ เนื่องจากบริษัทมองว่า การต่อยอดธุรกิจของเราที่มีอยู่แล้วให้เติบโตมากขึ้นนั้น การได้พันธมิตรทางธุรกิจที่ดีเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากแบรนด์ของสินค้ามีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ก็จะยิ่งสามารถขยายตลาดไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง WINDSOR ใช้ความแข็งแกร่งใน แบรนด์และผู้นำในตลาดประตูหน้าต่างไวนิล ในการขยายพันธมิตรเพิ่ม โดย WINDSOR จะเป็นผู้ควบคุมวัตถุดิบและการผลิตจากส่วนกลาง เพื่อส่งมอบต่อไปยังแฟรนไชส์พาร์ทเนอร์ของเราในการจัดจำหน่ายและประกอบสินค้าภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

นายถาวร รุ้งรุจิเมฆ ผู้จัดการขายและการตลาดสินค้า Profiles บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด

ด้านนายถาวร รุ้งรุจิเมฆ ผู้จัดการขายและการตลาดสินค้า Profiles บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด กล่าวเสริมว่า ในฐานะที่ WINDSOR เป็นเบอร์หนึ่งในแง่ของการมีตัวแทนประกอบและจำหน่ายประตูหน้าต่างครอบคลุมมากที่สุดในประเทศ วินด์เซอร์ยังต้องการรักษายอดขายโดยการขยายตลาดให้กว้างเพิ่มมากขึ้น การมีตัวแทนประกอบและจำหน่าย หรือเรียกว่า WINDSOR Exclusive Fabricator จึงเป็นแนวทางในการขยายงานของเรา ซึ่งถือเป็นการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจอีกช่องทางหนึ่งที่ดี โดยในปีแรก บริษัทตั้งเป้าตัวแทนไว้ที่ 5 สาขาทั่วประเทศ

WINDSOR Exclusive Fabricator Partner เหมาะกับกลุ่มของผู้ประกอบการประตูหน้าต่างไม้ หรืออะลูมิเนียมที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ประตูหน้าต่างไวนิล กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างที่มีความสามารถในการขายเข้ากลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือมีจุดแข็งด้านการขายลูกค้าทั่วไป และมีความต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่สายการผลิตและบริการ รวมทั้งกลุ่มผู้ประกอบการประตูหน้าต่างไวนิล ที่พบอุปสรรคในการทำตลาด, การบริหารโรงงาน, การบริหารคลัง, การบริหารงานนำเข้าและสต็อกสินค้า และการบริหารงานบริการ จึงต้องการเปลี่ยนมาร่วมธุรกิจกับเครือข่ายที่มีความพร้อมและเป็นที่ยอมรับในตลาด

สำหรับผู้ที่สนในจะเริ่มต้นเข้ามาสู่แฟรนไชส์ของ WINDSOR สิ่งที่คำนึงเป็นอันดับแรก คือ สถานที่ตั้งของโรงประกอบรวมคลังสินค้า ขนาด 700 ตารางเมตรขึ้นไป ความสูงเพดานไม่ต่ำกว่า 6 เมตร พื้นคอนกรีตปรับเรียบเพื่อติดตั้งเครื่องจักร และต้องมีระบบสาธารณูปโภคเข้าถึง ในส่วนของเงินลงทุนตั้งต้นและเงินทุนหมุนเวียน ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป และใช้เงินหมุนประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน นอกจากความพร้อมในเรื่องของสถานที่และเงินลงทุนแล้ว สิ่งที่ต้องนึกถึงอีกเรื่องก็คือ แนวคิดประสบการณ์และความตั้งใจในการสร้างธุรกิจใหม่ ผู้ที่ลงทุนต้องมีความเข้าใจในธรรมชาติของธุรกิจบริการ มีประสบการณ์และความเข้าใจในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง หรืองานก่อสร้าง มีประสบการณ์และความเข้าใจในการบริหารโรงงานและบริหารงานช่างด้วย

นายถาวร กล่าวเพิ่มเติมว่า การขยายเพิ่มส่วนธุรกิจที่มีพันธมิตรเข้ามาช่วยในการขาย นอกจากจะช่วยกระจายสินค้าและบริการของ WINDSOR ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว ยังช่วยเพิ่มในส่วนของรายได้ให้กับบริษัทฯ อีกช่องทางหนึ่งด้วย ซึ่งในปีนี้เราวางเป้ายอดขายของบริษัทไว้ที่ 1,900 ล้านบาท ในส่วนรายได้จากแฟรนไชส์พันธมิตรต่อ 1 สาขา จะมีรายได้ประมาณ 15 ล้านบาทต่อปี โดยในปี 2016 ตั้งเป้าเพิ่ม 5 สาขา และ ปี 2017 ตั้งเป้าเพิ่มอีก 6 สาขา โดยคาดหวังว่า ยอดขายจากทั้ง 11 สาขา น่าจะเพิ่มยอดขายในปี 2017 ไม่ต่ำกว่า 160 ล้านบาทต่อปี สำหรับช่วงแรกของการเพิ่มช่องทางการขยายตลาดผ่านระบบแฟรนไชส์ บริษัทฯจะเน้นขยายในประเทศก่อน โดยจะให้ครอบคลุมทั่วประเทศตามที่เราวางไว้ในปี 2017 ส่วนในเรื่องการไปลงทุนในประเทศ AEC น่าจะยังไม่เห็นในเร็วนี้ๆ แต่มีโอกาสเป็นไปได้หากแฟรนไชส์ของเราตั้งอยู่ใกล้กับจุดเชื่อมต่อ อาจจะได้รับอานิสงส์จากลูกค้าในแถบประเทศ AEC บ้าง ลูกค้าจากประเทศเหล่านั้นอาจจะสั่งสินค้าเข้าไปผ่านตัวแทนของเรา