การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ชื่อโครงการ : Magnolias Ratchadamri Boulevard (แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด)

เจ้าของโครงการ : บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC)

ที่ตั้งโครงการ : ย่านราชประสงค์-ย่านราชดำริ

พื้นที่โครงการ : 6-2-10 ไร่

ลักษณะโครงการ : High Rise

จำนวนอาคาร : 1 อาคาร

จำนวนชั้น : 60 ชั้น

จำนวนยูนิต : 316 ยูนิต

ขนาดห้อง :

– 1 Bed / 48-60 ตร.ม.
– 2 Bed / 72-106 ตร.ม.
– Penthouse / 290-300 ตร.ม.
– Duplex / 250-360  ตร.ม.

สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง :

– สระว่ายน้ำ
– ฟิตเนส
– ซาวน่า
– รปภ ,กล้องวงจรปิดโครงการ
– ประตู Key card
– สวนหย่อม
– คลับส่วนตัว
– ห้องประชุมสังสรรค์
– เอ็กเซ็กคิวทีฟเลาจน์
– ลู่วิ่งออกกำลังกายกลางแจ้ง

ราคา : เริ่มต้น 20,000,000 บาท
ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : เริ่มต้น 208,300.บ/ตร.ม.
ปีที่สร้างเสร็จ : ปี 2561 พร้อมเข้าอยู่

จุดเด่นโครงการ : คอนโดมิเนียมใจกลางของมหานครกรุงเทพ ด้วยทำเลที่ดีที่สุด ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าราชดำริประมาณ 260 เมตร ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจากกลีบดอกแมกโนเลีย ทำให้มีความโดดเด่นอ่อนช้อย สวยงาม เปิดมุมมองเพื่อชื่นชมทัศนียภาพมุมสูงของกรุงเทพได้จากทุกยูนิต บนทำเลทองพื้นสุดท้ายของถนนราชดำริ ภายในโครงการเพรียบพร้อมด้วยบริการเพื่อการพักอาศัยระดับลักชัวรี่

ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : รถไฟฟ้า BTS สถานีราชดำริ
สถานที่ใกล้เคียง :

– พระพรหมเอราวัน
– โรงแรม Grand Hyatt Erawan Bangkok
– ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลชิดลม
– ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิลด์
– ห้างสรรพสินค้า เกษรพลาซ่า
– ห้างสรรพสินค้า สยามพารากอน

Magnolias Ratchadamri Boulevard นิยามใหม่ของความหรูหรา..ใจกลางเมือง

Magnolias Ratchadamri Boulevard นิยามใหม่ของความหรูหรา..ใจกลางเมือง : รีวิวคอนโด

หากพูดถึงคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ เชื่อว่าภาพที่เกิดขึ้นในใจใครหลายคน คงเป็นภาพรูปแบบคอนโดที่ไม่ต่างกันมากนัก แต่แท้จริงแล้วอาคารที่มีลักษณะคล้ายกันทั้งหมดนั้น สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่ดีแล้วหรือไม่? วันนี้เราเลยจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันในรีวิวฉบับนี้ กับโครงการมิกซ์ยูส ระดับลักชัวรี่ “Magnolias Ratchadamri Boulevard (แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด)” ผลงานชิ้นโบว์แดงจาก บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ที่สร้างปรากฏการณ์ตื่นตาตื่นใจให้แก่วงการอสังหาริมทรัพย์ของไทยไม่ใช่น้อย ทั้งในแง่ของงานดีไซน์ที่ฉีกรูปแบบคอนโดเดิมๆ ด้วยการออกแบบสไตล์โมเดิร์น โดยได้แรงบันดาลใจในรูปทรงอาคารจากกลีบดอกแมกโนเลีย ทำให้มีความโดดเด่นอ่อนช้อยสวยงาม จนกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ใจกลางเมืองย่านราชดำริ

นอกจากนี้ยังนำเสนอความเป็นที่อยู่อาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ประกอบด้วยคอนโดมิเนียมหรู, สำนักงาน และโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ (Waldorf Astoria Bangkok) แบรนด์โรงแรมระดับ 6 ดาว ในเครือฮิลตัน ที่มีสาขาอยู่ในเมืองสำคัญทั่วโลก ซึ่งมาเปิดใน South East Asia เป็นแห่งแรกในโครงการนี้ ภายใต้โจทย์ที่พักอาศัยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ซึ่งก็สอดคล้องกับปรัชญาของแมกโนเลียที่ว่า “คิดและสร้างสรรค์เพื่อความยั่งยืนของมนุษย์” ได้เป็นอย่างดี

 

Magnolias Ratchadamri Boulevard

 

ทำเลศักยภาพใจกลางเมือง

 

โครงการ “แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” ตั้งอยู่บนทำเลที่น่าสนใจจริงๆ ค่ะ ตัวโครงการอยู่ติดถนนราชดำริ ฝั่งมุ่งหน้าไปทางสีลม อยู่ใกล้ๆ กับโรงแรมเอราวัณและเพนินซูล่า ซึ่งเป็นทำเลที่ดีที่สุดผืนสุดท้ายของราชดำริ ห่างจากแยกราชประสงค์มาประมาณ 200 เมตร จุดเด่นของโครงการคืออยู่ใจกลางเมือง ใกล้ CBD, แหล่งงาน, สถานศึกษา และห้างสรรพสินค้าชั้นนำมากมาย อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อออกไปยังที่ต่างๆ ได้สะดวก ซึ่งตอบโจทย์ลูกบ้านทั้งคนมีรถและไม่มี สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจะมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนใกล้ที่สุดอยู่ที่ถนนพระราม 4 โดยจากถนนราชดำริหน้าโครงการตรงเข้าสู่สี่แยกศาลาแดง เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพระราม 4 อีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบกับจุดขึ้น-ลงทางพิเศษเฉลิมมหานคร ไม่ว่าจะออกไปโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก, ฝั่งธนบุรี หรือกรุงเทพฯ โซนเหนือก็สะดวกทั้งหมด ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังทางยกระดับอุตราภิมุข (โทลเวย์) และจุดขึ้น-ลงทางด่วนอีกเส้นทางหนึ่ง คือวิ่งตรงผ่านหน้าห้างสรรพสินค้า Central World จนถึงสี่แยกราชปรารภ แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนจตุรทิศ เพื่อขึ้นทางพิเศษศรีรัชมุ่งตรงไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ก็จะไปสนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างง่ายดาย

 

Magnolias Ratchadamri Boulevard

 

สำหรับการเดินทางด้วยรถสาธารณะ ต้องบอกว่าสะดวกมากที่สุดแล้วค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าตัวโครงการตั้งอยู่ศูนย์กลางธุรกิจและการค้าในย่านราชประสงค์ ใกล้สถานที่สำคัญของกรุงเทพฯ อย่าง ศาลท่านท้าวมหาพรหม รวมทั้งแหล่งช็อปปิ้งสำคัญของกรุงเทพฯ ที่สำคัญคืออยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS ถึง 2 สาย ทั้งสายสีเขียว (สถานีชิดลม) และสายสีเขียวเข้ม (สถานีราชดำริ) แถมบริเวณหน้าโครงการก็มีวินมอเตอร์ไซค์, รถเมล์, รถแท็กซี่ผ่านไปมาให้ใช้บริการตลอดทั้งวัน ซึ่งถ้าใครเป็นสายช็อปปิ้งก็คงถูกใจเพราะพิกัดจากโครงการสามารถเดินไปขึ้น Sky Walk เพื่อไปเซ็นทรัลเวิลด์, เกษรพลาซ่า และเซ็นทรัลชิดลม ในระยะเดินเท้าได้สบายๆ หรือถัดไปอีกหน่อยก็จะเป็นสยามสแควร์ ที่มีรถไฟฟ้า BTS สถานีสยาม จุดเปลี่ยนเส้นทางระหว่างสายสุขุมวิทและสายสีลม และมีห้างสรรพสินค้าชื่อดังมากมาย อาทิ สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์, สยามแสควร์วัน, สยามดิสคัฟเวอรี่ ไปจนถึงมาบุญครอง ให้เลือกจับจ่ายใช้สอยได้อย่างเพลิดเพลิน

 

Magnolias Ratchadamri Boulevard

 

และไม่ใช่ว่าเพียบพร้อมไปด้วยแหล่งช็อปปิ้ง สถานที่แฮงค์เอ้าท์เท่านั้นนะคะ ในส่วนของสถานศึกษา สถานพยาบาล รวมถึงสถานที่ราชการก็มีไม่น้อยเลยค่ะ ลองไล่เรียงคร่าวๆ ก็มี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา, โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย, โรงเรียนสอนภาษา AUA และสถานทูตประเทศต่างๆ ในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลตำรวจ, โรงพยาบาลบีเอ็นเอช สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ แล้วยังมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, การไฟฟ้านครหลวง สำนักงานใหญ่ เพลินจิต, ราชกรีฑาสโมสร, วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร รวมไปจนถึงสวนสาธารณะขนาดใหญ่อย่างสวนลุมพินี และอีกมากมายจนบรรยายไม่หมดเลยค่ะ

 

เจาะลึกโครงการ

 

“แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” เป็นโครงการลักชัวรี่ มิกซ์ยูส ตัวอาคารสูง 60 ชั้น บนพื้นที่ 6 ไร่ 2 งาน 70 ตารางวา ประกอบด้วยส่วนคอนโดมีเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ (Residence), สำนักงาน และโรงแรม ในส่วนของห้องพักหรูมีจำนวนทั้งหมด 316 ยูนิต เริ่มตั้งแต่ชั้น 17 – 54 ด้วยขนาดห้องชุดตั้งแต่ 48 – 360 ตารางเมตร โดยทำเป็นสัญญาเช่า (Leasehold) ระยะเวลา 30 ปี จากที่ดินสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งทาง MQDC ต้องการความเป็น Masterpiece ให้ได้มาตรฐานระดับสูงสุดเทียบเท่าระดับโลก ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย รวมไปจนถึงการคัดสรรแต่วัสดุคุณภาพระดับพรีเมี่ยมมาใช้ในโครงการ ครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการรวมตัวของเหล่าดีไซเนอร์ทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อความเป็นที่สุดของโครงการหรูใจกลางเมือง ซึ่งได้ DI Design และ The Beaumont Partners Co., Ltd. บริษัทออกแบบสัญชาติไทยชื่อดังมาทำงานร่วมกัน อีกทั้งยังมีบริษัทสถาปนิกระดับโลกอย่าง atelier ten จากนิวยอร์ก เข้ามาเป็นที่ปรึกษาการออกแบบเพื่อความยั่งยืน โดยออกแบบให้ตัวอาคารมีเอกลักษณ์เฉพาะด้วยดีไซน์โค้งมนเป็นรูปกลีบดอกแมกโนเลีย ทำให้มีความโดดเด่นอ่อนช้อยสวยงามที่สุดในย่านราชดำริ ซึ่งก็มุ่งเน้นประหยัดพลังงานโดยประยุกต์แนวคิดสถาปัตยกรรมของบ้านไทย ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อนของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะทิศทางของแสงแดด มาออกแบบเป็นส่วนชายคา หรือ Sunshade ของตัวอาคารที่ถูกคำนวณอย่างแม่นยำ และดีไซน์ให้กลายเป็นส่วนประดับอย่าง Façade โอบล้อมอาคารร่วมกับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ในส่วนงานออกแบบ Landscape ก็ได้บริษัท Shma เข้ามาดูแล ส่วนงาน Interior นั้นทางโครงการให้บริษัท PIA ผู้มีชื่อเสียงด้านการออกแบบและมีประสบการณ์กับโครงการระดับหรูมาเป็นผู้ดูแลค่ะ ทั้งนี้โครงการ “แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” จะเป็นโครงการที่พักอาศัยแห่งแรกของไทยที่กำลังจะได้รองรับมาตรฐาน LEED จากอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานที่เข้มงวดที่สุดในโลก เพราะทางทีมดีไซเนอร์ได้คำนึงแสง ความร้อน อากาศ และการใช้น้ำในโครงการมาเป็นอย่างดี แถมยังเลือกใช้กระจกแบบ IGU และใช้ Sun Shading เพื่อลดความร้อนให้แก่ห้องอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมีระบบหมุนเวียนน้ำบางส่วนที่คุณภาพดีและสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้ เช่น รดน้ำต้นไม้ ตลอดจนระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ เพื่อใส่อากาศที่ปราศจากสารพิษเจือปนเข้าไปในโครงการ ทำให้มั่นใจได้เลยค่ะว่านอกจากความสวยหรู และการเดินทางที่สะดวกสบายแล้ว ผู้อยู่อาศัยจะได้คุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวแน่นอน

 

Magnolias Ratchadamri Boulevard

 

ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางทางโครงการก็จัดเต็มแบบสุดๆ เรียกว่าครบครันมากทีเดียวค่ะ ซึ่งคอนเซ็ปต์ของพื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบโดยหลอมรวมความต้องการใช้ชีวิตแบบสังคมเข้ากับความเป็นส่วนตัว สู่รูปแบบของ Facility ที่มีทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานร่วมกัน และแยกเป็นส่วนตัว เริ่มจากชั้น 1 เป็นพื้นที่ของเอ็กซ์คลูซีฟล็อบบี้, ห้องจดหมายและตู้ไปรษณีย์ ในส่วนของที่จอดรถก็สามารถจอดได้มากถึง 100% สำหรับ Facility บนอาคารจะอยู่ที่ชั้น 5 และชั้น 10 ประกอบด้วย ห้องสมุดพร้อมวิวสวนโค้งเล่นระดับที่ทางโครงการนำความเขียวขจีของธรรมชาติเข้าไปใส่ไว้ , ศูนย์ฟิตเนสและลู่วิ่งออกกำลังกายริมสวนแนวลาด, ห้องประชุม ห้องพบปะสังสรรค์, สระว่ายน้ำพร้อมสระเด็ก และส่วนจากุชชี่, ห้องอบไอน้ำและซาวน่า, ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมล็อกเกอร์, สำนักงานผู้อำนวยการประจำเรสซิเดนซ์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. และยังมีกุญแจรีโมทนิรภัย สำหรับเปิดประตูและควบคุมลิฟท์อีกด้วย

 

Magnolias Ratchadamri Boulevard

เริ่มต้นกันที่บริเวณ Lobby ชั้น Ground Floor ก่อนเลยค่ะ ซึ่งก็จะแบ่งออกเป็นส่วนต้อนรับ, พื้นที่รับรอง และ Mail Box

Magnolias Ratchadamri Boulevard
Magnolias Ratchadamri Boulevard

พื้นที่ด้านหนึ่งของโถง Lobby จะเป็นส่วน Mail Box นะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

มาในส่วนของโถงลิฟท์โดยสารกันบ้างค่ะ ซึ่งมีให้บริการลูกบ้านถึง 4 ตัว ทั้งยังดูหรูหรากว่าคอนโดฯ ทั่วไป ด้วยการประดับตกแต่งด้วยหินอ่อน

Magnolias Ratchadamri Boulevard

บรรยากาศภายในห้องสมุดค่ะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ภายในห้องดูสูงโปร่ง โอบล้อมด้วยกระจกใส วิวบริเวณข้างห้องสมุดเป็นสวนนะคะ ข้อดีของการมีสวนอยู่ใกล้ๆ ทำให้เวลาอ่านหนังสือสามารถพักสายตามองต้นไม้สีเขียวขจีได้

Magnolias Ratchadamri Boulevard

จากบริเวณห้องสมุดมองออกไปจะเห็นพื้นที่สวนเล่นระดับด้วยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

พื้นที่สวนขั้นบันไดที่ลูกบ้านสามารถมานั่งเล่นชิลล์ๆ ได้อย่างสบายใจ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

บันไดวนขึ้นไปยังส่วนของสระว่ายน้ำและฟิตเนสนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

เมื่อเดินไต่บันไดขึ้นมาจะพบกับลานกว้างๆ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นของพรรณไม้

Magnolias Ratchadamri Boulevard
Magnolias Ratchadamri Boulevard

นอกจากจะมีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กแล้วยังมีส่วนของ Jacuzzi ด้วยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

พื้นที่ติดกับสระว่ายน้ำจะเป็นสวนแบบขั้นบันไดนะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถมองวิวเมืองรอบด้านได้อย่างจุใจ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

เดินต่อเนื่องไปยังห้อง Fitness นะคะ ภายในห้องโอบล้อมด้วยกระจกใส ให้ลูกบ้านสามารถออกกำลังกายไปด้วยชมวิวไปด้วยได้อย่างเพลิดเพลิน

Magnolias Ratchadamri Boulevard
Magnolias Ratchadamri Boulevard

ภายในห้องฟิตเนสเต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายอย่างครบครันเลยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

กลับมาในส่วนของห้องอบไอน้ำและซาวน่า ที่มาพร้อมห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมล็อกเกอร์ แยกฝั่งชาย-หญิงด้วยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

บรรยากาศด้านหน้าห้องอบไอน้ำและซาวน่า

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ต่อเนื่องมายังห้อง KID’S ROOM ที่ออกแบบมาสำหรับรองรับสมาชิกตัวน้อยในครอบครัวของลูกบ้าน

 

เปิดแบบห้อง Magnolias Ratchadamri Boulevard

 

สำหรับห้องพักอาศัยของโครงการ “แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” มีทั้งหมด 316 ยูนิตนะคะ ซึ่งมีแบบห้องพักหรูให้เลือกด้วยกันถึง 4 แบบ ตั้งแต่ 1 Bedroom ขนาด 48-60 ตารางเมตร จำนวน 88 ยูนิต, 2 Bedroom ขนาดตั้งแต่ 72-106 ตารางเมตร จำนวน 220 ยูนิต, Penthouse ขนาดตั้งแต่ 209-300 ตารางเมตร จำนวน 2 ยูนิต และ Duplex Penthouse ขนาดตั้งแต่ 250-360 ตารางเมตร จำนวน 6 ยูนิต ปัจจุบันตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วนะคะ เริ่มมีลูกบ้านบางส่วนทยอยโอนห้องกันเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังพอมียูนิตเหลืออีกนิดหน่อย ซึ่งเราจะพาไปชมห้องตัวอย่างกันในครั้งนี้ นั่นคือห้อง 2 Bedroom ขนาด 89.47 และ 92.38 ตารางเมตรค่ะ โดยจะแตกต่างกันที่การจัดวาง Layout และวิวเท่านั้นค่ะ แต่ภายในห้องจะตกแต่งมาให้เสร็จสรรพแล้ว หากลูกบ้านเลือกห้องที่มีเฟอร์นิเจอร์รวมมาด้วย ทางโครงการจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ Olivia Living, Sonder Living,  CHANINTR และ Classic Chair เหมือนดั่งห้องตัวอย่างที่เราเก็บมาฝากกันวันนี้

 

ภายในห้องแต่ละยูนิตมีจุดเด่นคือฟังก์ชั่นที่เป็นสัดส่วน ถูกออกแบบและตกแต่งอย่างพิถีพิถันในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่เรียบหรู แต่ยังคงงดงาม แถมยังคัดสรรและเลือกใช้แต่วัสดุคุณภาพแบรนด์ระดับโลก ดีไซน์ให้พื้นที่ส่วนครัวกว้างขวางติดตั้งชุดครัว Bulthaup แบรนด์หรูจากเยอรมนี ในทุกยูนิต อีกทั้งยังผสมผสานห้องครัวและพื้นที่ใช้สอยไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งก็ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันห้องน้ำก็ใช้แต่เครื่องสุขภัณฑ์ชั้นนำเช่นเดียวกับที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ทั่วโลก แถมยังสั่งทำอ่างอาบน้ำขนาดพิเศษแบรนด์ KASCH มาใช้ในโครงการด้วย ไม่รอช้า.. เราไปเปิดประตูดู Layout ของแต่ละห้องไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

แปลนห้อง 2 Bedroom ขนาด 89.47 ตารางเมตร

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ประตูจะเป็นแบบ Digital Door Lock นะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

เปิดประตูเข้ามาเจอห้องน้ำ และห้องนอนเล็กก่อนต่อเนื่องไปยังโถงกลางนะคะ ซึ่งภายในห้องนี้ทางโครงการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ของ Olivia Living ไว้เป็นตัวอย่างทั้งหมด

Magnolias Ratchadamri Boulevard

เรามาดูห้องน้ำกันก่อนดีกว่าค่ะ ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ทางโครงการจัดวางสุขภัณฑ์จากส่วนแห้งเรียงเข้าไปยังส่วนเปียก โดยใช้สุขภัณฑ์คุณภาพระดับพรีเมี่ยมทั้งหมด

Magnolias Ratchadamri Boulevard

จากภาพจะเห็นว่าส่วนเปียกจะมีบานกระจกกั้นพร้อมยกธรณีสูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อกันน้ำกระเด็นมาส่วนแห้ง ซึ่งที่พื้นด้านในจะเซาะร่องไว้สำหรับกันลื่นด้วยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ออกจากห้องน้ำมาต่อกันที่ห้องนอนเล็กนะคะ ภายในห้องมีขนาดกระทัดรัด เหมาะสำหรับวางเตียงนอนขนาด 5 ฟุต

Magnolias Ratchadamri Boulevard

นอกจากโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ บริเวณรอบๆ เตียงยังมีพื้นที่เหลือให้เดินได้ แถมผนังปลายเตียงยังสามารถติดทีวีเพิ่มโดยไม่รู้สึกคับแคบด้วยค่ะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

กระจกห้องนอนเป็นบานใหญ่มาก สูง 3 เมตรไม่มีอะไรมาบังสายตาเลยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ผนังฝั่งที่ติดกับประตู จะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานที่ได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

กลับเข้ามาบริเวณโถงกลางจะเป็นส่วนของมุมทำงาน มุมรับประทานอาหาร มุมนั่งเล่น และครัวเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด

Magnolias Ratchadamri Boulevard

มุมทำงานที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวทีเดียวเลยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ต่อเนื่องมายังส่วนครัวถูกจัดให้อยู่ชิดริมผนังฝั่งทางเดิน ตรงข้ามกับมุมนั่งเล่นนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ครัวจัดฟังก์ชั่นเป็นตัวแอล (L) มาพร้อมไอส์แลนด์ตรงกลางสำหรับเตรียมอาหาร

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ระยะห่างระหว่างเคาน์เตอร์กับไอส์แลนด์มีขนาดกำลังดีเลยนะคะ สามารถเดินได้โดยรอบสบายๆ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

สำหรับชุดครัวจะเป็นแบรนด์ bulthaup นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมาพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน

Magnolias Ratchadamri Boulevard

สำหรับอ่างล้างจานจะเป็นแบรนด์ FRANKE นะคะ ซึ่งก็เป็นแบรนด์คุณภาพที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเช่นกัน

Magnolias Ratchadamri Boulevard

พื้นที่ติดกับครัวจะเป็นมุมนั่งเล่นนะคะ ซึ่งสามารถวางคอนโซลทีวี โซฟาตัวยาว พร้อมโต๊ะกลางได้สบายๆ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

สำหรับมุมรับประทานอาหารจะเชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่นเลยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

พื้นที่โถงกลางสามารถวางโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 3-4 ที่นั่งได้สบายๆ เลยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

มาที่ห้องนอนใหญ่กันบ้าง ภายในห้องนอนจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่นะคะ ซึ่งเป็นประตูบานเลื่อนทั้ง 2 ข้าง สามารถเปิดไปรับลมที่ระเบียงได้

Magnolias Ratchadamri Boulevard

พื้นที่ภายในค่อนข้างกว้างทีเดียวค่ะ เพราะบริเวณรอบๆ เตียงมีพื้นที่เหลือเพียงพอสำหรับวางโต๊ะข้างเตียงด้วย ยิ่งถ้าใครที่ชอบดูทีวีก็สามารถติดตั้งไว้ที่ผนังปลายเตียงได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดเลยค่ะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

จากระเบียงก็จะมองเห็น City view ประมาณนี้

Magnolias Ratchadamri Boulevard

มุมมองจากระเบียงกลับไปในห้องนอนใหญ่ ผนังหน้าห้องน้ำถูกบิลต์อินให้เป็นตู้เสื้อผ้าทั้งสองฝั่งเลยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งอย่างชัดเจน ซึ่งรูปแบบจัดวางจะต่างกับห้องน้ำด้านนอก

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่จะมีอ่างอาบน้ำแบรนด์ KASCH ที่สั่งทำขึ้นมาพิเศษด้วยนะคะ

 

ห้องตัวอย่างต่อมาที่เราเก็บภาพมาฝากเพื่อประกอบการพิจารณาเป็นห้อง 2 Bedroom ขนาด 92.38 ตร.ม. จะต่างจากห้อง 1 Bedroom แบบแรกทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ใช้สอย และ Layout เลยนะคะ ห้องนี้เมื่อเปิดประตูเข้ามาจะมีโถงกลางขนาดใหญ่ที่เป็นพื้นที่ครัวแบบเปิดเชื่อมต่อกับมุมรับประทานอาหารและพื้นที่นั่งเล่น ส่วนห้องนอนจะถูกแบ่งออกไปทางฝั่งขวา โดยห้องนอนเล็กจะใช้ห้องน้ำร่วมกับห้องโถงกลาง ส่วนห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำให้ในตัวค่ะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

แปลนห้อง 2 Bedroom ขนาด 92.38 ตารางเมตร

Magnolias Ratchadamri Boulevard

สำหรับห้องนี้ เมื่อเปิดประตู Digital Door lock เข้ามาในห้องจะเจอส่วนนั่งเล่นและมุมรับประทานอาหารที่อยู่ติดริมระเบียงก่อนเลยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ภายในห้องนี้ทางโครงการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ของ Olivia Living ไว้เป็นตัวอย่างทั้งหมดเช่นเดียวกับห้องตัวอย่างแรกค่ะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ความแตกต่างนอกจาก Layout และขนาดห้องแล้ว ก็จะเป็นส่วนของวิวนี่แหละค่ะ โดยห้องนี้จะเป็นห้องที่ได้วิวฝั่งเซ็นทรัลเวิลด์

Magnolias Ratchadamri Boulevard

พื้นที่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะรับประทานอาหารจะเป็นส่วนครัวนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ครัวจัดฟังก์ชั่นเป็นรูปตัวแอล (L) จะได้วัสดุเหมือนในห้องตัวอย่างห้องแรกเลยนะคะ มีแตกต่างนิดหน่อยที่ขนาดและตำแหน่งของไอส์แลนด์

Magnolias Ratchadamri Boulevard

พื้นที่รับประทานอาหารที่อยู่ติดกับห้องครัวจะเป็นระเบียงนะคะ ซึ่งข้อดีของระเบียงที่ติดกับมุมนี้คือช่วยระบายอากาศเวลารับประทานอาหารที่มีกลิ่นได้ดี

Magnolias Ratchadamri Boulevard

พื้นที่ต่อเนื่องจากครัวเข้าไปข้างในจะเป็นห้องนอนและห้องน้ำนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

เรามาเริ่มที่ฝั่งขวามือที่เป็นห้องน้ำก่อนดีกว่าค่ะ ภายในห้องน้ำจะตกแต่งด้วยหินอ่อนเป็นส่วนใหญ่ โทนสีที่นำมาใช้ดูสะอาดตาและเลือกคู่สีได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ การวางฟังก์ชันโดยรวมใช้งานได้ดีทุกส่วน

Magnolias Ratchadamri Boulevard

พื้นที่ตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ล้างหน้าจะเป็นส่วนเปียกนะคะ ผนังฝั่งหนึ่งใน Shower Area จะถูกตกแต่งให้สวยงามด้วยด้วยหินอ่อน

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ตรงข้ามกับห้องน้ำจะเป็นห้องนอนเล็กนะคะ ภายในห้องโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใส ทำให้มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามามากพอ ไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ภายในห้องนอนเล็กเมื่อวางเตียงขนาด 5 ฟุตแล้วยังเหลือพื้นที่ปลายเตียง ซึ่งสามารถเดินผ่านได้สบายๆ เลยค่ะ หากใครชอบดูทีวีก็สามารถติดตั้งที่ผนังปลายเตียงเพิ่มได้ด้วย พื้นที่ติดกับประตูจะเป็นตู้เสื้อผ้าบิลต์อินสูงจรดเพดานเลยนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ออกมาจากห้องนอนเล็ก เดินตรงเข้ามาที่ห้องนอนใหญ่กันบ้างดีกว่าค่ะ ภายในห้องนอนแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งนะคะ คือโซนพักผ่อน และโซนแต่งตัวที่อยู่ติดกับห้องน้ำ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ในส่วนของพื้นที่พักผ่อนจะโอบล้อมด้วยหน้าต่างกระจกใสนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงนอนขนาด 6 ฟุตไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยเหลือพื้นที่เดินโดยรอบด้วยค่ะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

นอกจากเหลือพื้นที่ให้เดินได้โดยรอบแล้ว ยังมีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะข้างเตียงด้วยค่ะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ฝั่งตรงข้ามกับเตียงนอน จะเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ติดห้องน้ำนะคะ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

ภายในห้องน้ำใช้วัสดุและสุขภัณฑ์เหมือนๆ กับห้องน้ำด้านนอก จะต่างกันแค่เพิ่มอ่างอาบน้ำแบรนด์ KASCH ที่ทางโครงการสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษ

Magnolias Ratchadamri Boulevard

วัสดุอุปกรณ์ในห้องน้ำจะได้อ่างล้างหน้า มาพร้อมกับตู้ลอยที่มีหน้าบานเปิด-ปิดสำหรับเก็บของนะคะ ซึ่งห้องจริงที่ส่งมอบให้ลูกบ้านก็จะได้แบบนี้เลยนะคะ

 

ด้วยทำเล Prime Location ของกรุงเทพฯ ริมถนนราชดำริ ย่านธุรกิจสำคัญของเมืองไทยและแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับที่เพียบพร้อมแบบนี้โครงการ “แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด” จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการหรูที่ถูกจับตามองมากที่สุดโครงการหนึ่ง อย่างที่แจ้งไปแล้วว่าทางโครงการจะขายห้องมาให้แบบ Fully Fitted ดังนั้นในห้องมาตรฐานก็จะมี ชุดครัวแบรนด์ bulthaup ที่มาพร้อมเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, อ่างล้างจาน FRANKE รวมถึงสุขภัณฑ์ในห้องน้ำก็ยังเป็นแบรนด์นำเข้ามาเหมือนกันเกือบทุกรายการค่ะ อาทิ ก๊อกน้ำ Dornbracht และอ่างอาบน้ำ KASCH เป็นต้น ซึ่งทาง MQDC ประกาศราคาเริ่มต้นมาที่ 20 ล้านบาท โดยมีราคาเฉลี่ย ณ ปัจจุบันประมาณ 280,000 บาท/ตร.ม. ถ้าเทียบกับคอนโดมิเนียม Luxury ในระดับเดียวกันแล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจและคุ้มค่าแก่การลงทุนมากเลยนะคะ เพราะแนวโน้มในการเติบโตของทำเลค่อนข้างดีในอนาคต ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือเก็งกำไรยังไงก็คุ้มแน่นอน..

 

ใครที่ไม่ติดเรื่องกำลังทรัพย์และกำลังมองหาคอนโดหรูที่เพียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบายทุกอย่างแบบนี้ แนะนำให้แวะเข้าไปเยี่ยมชมที่โครงการดูบรรยากาศจริงกันก่อนเลยค่ะ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 083-095-5054  หรือ www.magnolias-ratchadamri.com

We Recommend
Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พรีเมี่ยมทาวน์โฮมหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ RECONNECT WITH NATURE ที่รังสรรค์ทุกการออกแบบด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ผสานธรรมชาติกับพื้นที่สีเขียไว้ในที่เดียว ทั้งบ้าน คลับเฮ้าส์ และซุ้มประตูทางเข้าพร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama, สระว่ายน้ำ และ Co-Living Space 2 จุด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ   ชื่อโครงการ Pleno Bangyai 2 (พลีโน่ บางใหญ่ 2) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140 พื้นที่โครงการ 24-1-33.6 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ ที่จอดรถ 1 คัน จำนวนหลัง 270 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 16.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 91.16 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ ตอบโจทย์ชีวิตของคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยฟังก์ชั่นคุณภาพ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama สระว่ายน้ำ ขนาดใหญ่ และ Co-Living Space 2 จุด บนทำเลศักยภาพ ใกล้ Central Westgate และรถไฟฟ้าสายสีม่วง 5 นาที* จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถนนกาญจนาภิเษก, ทางพิเศษศรีรัช สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ อินเตอร์  

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที*

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที*

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ ทาวน์โฮมฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว พร้อมความเป็นส่วนตัวเพียง 117 ยูนิต บนสังคมคุณภาพ พร้อมพื้นที่ Exclusive Clubhouse ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ PANORAMIC View และสนามเด็กเล่นที่มาช่วยเติมเต็มช่วงเวลาของคนในครอบครัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้า เพียงแค่ 10 นาที ถึงสาธร   ชื่อโครงการ Pleno sathorn-suksawat (พลีโน่ สาทร-สุขสวัสดิ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ 55/7 ซอยสุขสวัสดิ์ 26 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ จ.กรุงเทพฯ 10140 พื้นที่โครงการ 11-1-27.7 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 17.5 ตร.วา หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่จอดรถ 2 คัน จำนวนหลัง 117 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 17.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 105.42 ตร.ม.  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเดินทางเข้า-ออกได้หลากหลายเส้นทาง ทั้งถนนสุขสวัสดิ์, ถนนพุทธบูชา, ถนนประชาอุทิศ และ ถนนพระราม 2 และในอนาคตยังมีรถฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ) ที่พร้อมเพิ่มทางเลือกให้กับการเดินทาง จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และถนนวงแหวนอุตสาหกรรม สถานที่ใกล้เคียง Central Plaza พระราม 3,Big C บางปะกอก, Tesco Lotus บางปะกอก, Forest พระราม 2, Big C ราษฎร์บูรณะ, Makro Food Service ประชาอุทิศ, Big C ดาวคะนอง, Big C สุขสวัสดิ์, Max Valu ประชาอุทิศ, The Mall ท่าพระ,รร.สารสาสน์สุขสวัสดิ์, ม.พระจอมเกล้าฯ บางมด (KMUTT), รร.บางปะกอกวิทยาคม, รร.ดรุณสิกขาลัย, รร.จินดามณี, รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี, รพ.บางปะกอก 1, รพ.ราษฎร์บูรณะ, รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล, รพ.บางมด  

คอนโดสไตล์รีสอร์ทส่วนตัว ใกล้ BTS แบริ่ง Supalai City Resort Sukhumvit 107-ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107

คอนโดสไตล์รีสอร์ทส่วนตัว ใกล้ BTS แบริ่ง Supalai City Resort Sukhumvit 107-ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107

Supalai City Resort Sukhumvit 107 คอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “ซิตี้ รีสอร์ท” ชูคอนเซ็ปต์ “COME HOME ให้การกลับบ้านมีความหมายมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา”  การออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ใช้กระจกเขียวตัดแสงเพื่อลดความร้อนจากภายนอก เข้าสู่อาคาร อาคารที่พักอาศัยรูปตัว L ช่วยให้อาคารบดบังแสงแดดให้กันและกันเองในแต่ละช่วงเวลา ตกแต่งด้วยพรรณไม้ให้ความกลมกลืนไปกับการออกแบบอาคารผสานท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างลงตัว   ชื่อโครงการ Supalai City Resort Sukhumvit 107 (ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107) เจ้าของโครงการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ซ.แบริ่ง 18 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 พื้นที่โครงการ 13-1-78.4 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 6 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 1,022 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต   ขนาดห้อง Studio-2 ห้องนอน 28.5-69.5 ตร.ม.  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming pool, Jacuzzi ระบบเกลือ Sharing Space, Fitness, Green Space, Playground, Smart Locker พร้อมด้วยประตูห้องพักแบบ Digital Door Lock, EV Charger, รถตู้บริการรับ-ส่งถึงรถไฟฟ้า และร้านค้า 7-11 ภายในโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง กล้อง CCTV ราคาเริ่มต้น 1.78 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร บรรยากาศสไตล์รีสอร์ท ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง สถานที่ใกล้เคียง Lasalle Avenue, Imperial World สำโรง,โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส,โรงเรียนบางกอกพัฒนา,โรงเรียนเซนต์โยเซฟบางนา, โรงเรียนลาซาล, โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์, โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์, โรงพยาบาลศิครินทร์, เซ็นทรัลบางนา, ไบเทค บางนา      

พาชม THE ORIGIN Ratchada-Ladprao-ดิ ออริจิ้น รัชดา ลาดพร้าว 25 เมตร จาก Interchange 2 สาย #สีเหลือง#สีน้ำเงิน คอนโดฯ ของคน Gen Z : รีวิวคอนโด

พาชม THE ORIGIN Ratchada-Ladprao-ดิ ออริจิ้น รัชดา ลาดพร้าว 25 เมตร จาก Interchange 2 สาย #สีเหลือง#สีน้ำเงิน คอนโดฯ ของคน Gen Z : รีวิวคอนโด

ในระยะหลังมานี้เราจะเห็นคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นใน Segment ระดับบน เรียกได้ว่าขยันทำสถิติ New High ราคาสูงขึ้นแข่งกันออกมาในตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วจับกลุ่มชาวต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนโดยเฉพาะ First Jobber หรือกลุ่ม Gen Z อายุประมาณ 23-28 ปี ยากจะเอื้อมถึง แต่สำหรับ Origin ที่มองเห็นช่องว่างนี้ก็ได้สวนกระแสผุดแบรนด์น้องใหม่ The Origin ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ออกมาได้ดีแค่ไหน เราไปทำความรู้จักพร้อมๆ กันกับโครงการ “THE ORIGIN Ratchada-Ladprao”    อีกหนึ่งทำเล Interchange สำคัญ ถ้าคอนโดมิเนียมทำเลดีหมายถึงการอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้ามากที่สุด ฉะนั้นการอยุ่ในทำเลที่เป็น Interchange ก็ถือว่าดียิ่งกว่า เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าถึง 2 สถานี จาก 2 เส้นทาง ทำให้การเดินทางกลายเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบายจากการมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น    THE ORIGIN Ratchada-Ladprao ตั้งอยู่ภายในซ.ลาดพร้าว 23 ซึ่งใกล้กับสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว จุด Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีลาดพร้าวในปัจจุบัน ห่างจากโครงการ 450 เมตร กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว ห่างจากโครงการ 25 เมตร โดยความสำคัญของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในอนาคตเมื่อเสร็จสมบูรณ์ตลอดทั้งโครงการแล้วน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นได้ทั้งสายของคนทำงานใจกลางเมืองอย่างพระราม 9 อโศก สาทร และสีลม รวมถึงการอยู่ในฐานะรถไฟฟ้าสายท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้วยเช่นกัน โดยจะมีหลายสถานีที่ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นสถานีวัดมังกร สถานีวังบูรพา สถานีสนามไชย ซึ่งเปิดให้ทดลองนั่งฟรีเมื่อวันที่ 29 ก.ค. นี้แล้ว ขณะที่สายสีเหลืองที่มีสถานีลาดพร้าวเป็นจุดเริ่มต้น มีระยะทางรวมทั้งหมด 30 กิโลเมตร 23 สถานี จากถ.ลาดพร้าว เข้าสู่ถ.ศรีนครินทร์ เลี้ยวเข้าถ.เทพารักษ์ แล้วไปเชื่อมต่อกับสายสีเขียวสถานีสำโรง คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2021 ก็ถือเป็นรถไฟฟ้า Monorail ที่จะสามารถรองรับผู้คนที่อาศัยอยู่ทางโซนตะวันออกเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และยังมีสายสีเหลืองส่วนต่อขยายอีก 2 สถานี ผ่านหน้าศาลอาญาบนถ.รัชดาภิเษก แล้วเป็นจุด Interchange กับสายสีเขียวส่วนต่อขยาย สถานีพหลโยธิน 24 ด้วย           ถ.รัชดาภิเษกและลาดพร้าวช่วงต้นเช่นนี้ ถือเป็นจุดสำคัญที่รวบรวมเอาสิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงด้านคมนาคมเข้าไว้ด้วยกันจนแทบจะกลายเป็นอีกศูนย์กลางแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นช่วงสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปจนถึงสี่แยกพระราม 9 แหล่งอาคารสำนักงานเกรด A ห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เกต เช่น The Street รัชดา บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รัชดา Esplanade รัชดา เซ็นทรัล พระราม 9 ฟอร์จูนทาวน์ อีกทั้งยังมีสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งอย่าง สถานฑูตจีน สถานฑูตเกาหลี โรงแรมระดับ 5 ดาว เป็นต้น ทางด้านช่วงต้นของถ.ลาดพร้าว อีกย่านคนทำงานหลายบริษัทชื่อดังรวมตัวอยู่บริเวณนี้ก็ไม่น้อย สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีทั้งเซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยน มอลล์ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ลาดพร้าว เทสโก้ โลตัส ลาดพร้าว เมเจอร์ รัชโยธิน และร้านแฮงค์เอ้าท์สุดฮิตช่วงกลางคืนอยู่หลายร้าน รวมถึงตลาดนัดจตุจักรที่มีทั้งช่วงกลางวันเสาร์-อาทิตย์ และคืนวันศุกร์ 4 ทุ่มไปจนถึง 7 โมงเช้า หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปพักผ่อน ออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติจริง หนึ่งในปอดใหญ่ของคนกรุงเทพฯ อย่างสวนจตุจักร และสวนรถไฟ ทั้งหมดก็ดูจะสามารถตอบไลฟ์สไตล์อันไม่หยุดนิ่งของคน Gen Z ได้อย่างสมบูรณ์แบบ        ภาพรวมโครงการ THE ORIGIN Ratchada-Ladprao คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร ขนาดห้อง 24.5-54.5 ตร.ม. บนพื้นที่ 1-3-28.25 ไร่ ทั้งหมด 208 ยูนิต+ 1 Shop ที่จอดรถ 61% อยู่ใต้อาคาร ดึงเอาความหรูหราในบรรยากาศย้อนอดีตอย่าง Classic Heritage มาไว้บนสถาปัตยกรรมของโครงการ ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบตัวอาคารที่ใช้ความคลาสสิก บวกกับการใช้สี และวัสดุตกแต่งใช้สีโทนน้ําตาลและขาวครีม ตัดกับอลูมิเนียมสี Antique Copper เติมความหรูหราให้กับตัวอาคาร ใช้เส้นสายแนวตั้งเพื่อให้อาคารดูหนักแน่น สูงโปร่งขึ้น   ระแนงแนวตั้งของอลูมิเนียมสี Antique Copper ชั้นบน ช่วยรับสายตาจากทางเข้าโครงการไปที่สระว่ายน้ำ สะท้อนแนวคิดการดีไซน์บนความหรูหรา Facilities&Services  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางจะมีมาตั้งแต่ชั้น Ground ไปจนถึงชั้น 3 เน้นการใช้งานได้จริง โทนสีขาว เทา ดำ ดูเรียบง่ายสบายตา ตัดด้วยอลูมิเนียมสีทองกับทองแดงเพิ่มความโดดเด่น บางห้องจะเปิดให้เห็นพื้นที่สีเขียวนอกอาคารด้วยกระจก Height Ceiling ซึ่งโครงการนี้ถือว่ามีห้องส่วนกลางให้เลือกใช้งานได้หลากหลายพอสมควร ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเวลามาใช้งาน เช่น Lounge,  24 hr.Co-working Space, Library Space, Office Supply, Multi Function Studio, Meeting Room ฯลฯ ส่วน Facilities อย่างสระว่ายน้ำ ฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 2 สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้สะดวก       ด้วยความเป็นคอนโดมิเนียมของคน Gen Z ในเรื่องของเทคโนโลยีก็ย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย เพราะนอกจากทำให้ชีวิตง่าย สะดวกสบายขึ้น ยังช่วยเรื่องความปลอดภัยได้ ซึ่ง Application บนสมาร์ทโฟนอย่าง ORIGIN CONNECT จะมาช่วยเติมเต็มสิ่งเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมเปิด-ปิดระบบไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟน ใช้คู่กับ Smart Mirror ในห้องน้ำ Digital Door Lock ที่มีความสามารถในการปลดล็อคได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้ Card, Mechanical Key, Password, Bluetooth, Touch Screen และตั้งอายุการใช้งานของ Password ได้ รวมถึงการเรียก Hotel Service ได้ เป็นต้น      นอกจากนี้ยังตอกย้ำความว้าวที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจในตัว GEN Z อย่างแท้จริง ที่ออริจิ้นต้องการตอบสนองให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยให้ชีวิตมนุษย์คอนโด ‘ง่ายขึ้น’ ซึ่งมีอยู่ในโครงการ The Origin รัชดา-ลาดพร้าว คือ SERVICE EXCELLENCE  บริการสุดว้าว ที่เกิดจาก “ความเข้าใจ”   Hotel Service On demand บริการทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นงานแม่บ้าน งานซักรีด งานทำความสะอาดห้องน้ำ ตอบโจทย์ความต้องการจัดการชีวิตให้สะดวกสบายมากขึ้น Facility Booking บริการจองพื้นที่ส่วนกลาง ผ่าน Mobile Application ตอบโจทย์ความ ’เข้าใจ’ ในการจัดสรรเวลาที่มีค่าของคุณ เพื่อให้คุณสามารถจัดสรรเวลาดีๆ ที่มีค่า ไปตามหา Passion ไปใช้ชีวิตในแบบของคุณ Super Maintenance Service บริการเรียกช่างเทคนิค ช่างซ่อม ช่างล้างแอร์ ช่างไฟ ตอบโจทย์ความเข้าใจในความต้องการให้คุณไม่ต้องมากังวลกับงานช่างที่ไม่ได้ถนัดอีกต่อไป Dine in Service บริการ SNACK และเครื่องดื่ม ผ่าน Machine ภายในโครงการ ให้ทุกมื้อที่คุณต้องการ สามารถสั่งผ่านปลายนิ้วได้ในพริบตา Smart Bill Pay บริการส่งบิลออนไลน์ และชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่าน Mobile Application ลดเวลาความวุ่นวายที่ต้องเจอในทุกๆ เดือน Floor Plan  ทางเข้า-ออก โครงการจะอยู่ในซ.ลาดพร้าว 23 ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก ลักษณะที่ดินลึกเข้าไปจากตัวถนน ทำให้การวางตัวอาคารจึงได้เปรียบตรงที่ยูนิตจะอยู่ทางทิศเหนือ วิวสระว่ายน้ำ และทิศใต้ วิวทางฝั่งถ.ลาดพร้าว ยูนิตส่วนใหญ่จะไม่ถูกแสงแดดโดยตรงจากทั้งทางตะวันออกและตะวันตก เปิดห้องตัวอย่าง  สำหรับโครงการ THE ORIGIN Ratchada-Ladprao ตัว Sales Gallery ตั้งอยู่ริมถ.รัชดาภิเษก ฝั่งขาเข้าใกล้กับแยกรัชดา-ลาดพร้าว หรือสามารถเข้าจากในซ.ลาดพร้าว 23 ก็ได้เช่นกันค่ะ โดยจะมีห้องตัวอย่างทั้งหมด 3 ห้อง ขายแบบ Fully Fitted ที่มีเฟอร์นิเจอร์มาให้เกือบจะครบใกล้เคียง Fully Furnished เลยทีเดียวค่ะ โดยสิ่งที่จะได้มาด้วยมีทั้งเคาน์เตอร์ครัว Top หินสังเคราะห์ มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน จากแบรนด์ HAFELE ตู้เก็บรองเท้า เคาน์เตอร์ทีวี เตียง ตู้เสื้อผ้า สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมด รวมฉากกั้นอาบน้ำ และติดตั้งเครื่องปรับอากาศจาก Daikin มาให้ด้วยค่ะ ซึ่งห้องแต่ละ type ก็จะได้เฟอร์นิเจอแตกต่างกันได้ตามนี้เลย 1 Bedroom เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin, Home Automation, Digital Door Lock,  ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. ตู้เสื้อผ้า 1 Bedroom Smart Closet เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin,  Home Automation, Digital Door Lock, ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. และโต๊ะข้างเตียงพร้อม Wireless Charger, ตู้เสื้อผ้า Walk In Closet Set 1 Bedroom Plus เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin, Home Automation, Digital Door Lock,  ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. ตู้เสื้อผ้า Smart Mirror (ในห้องน้ำ) 2 Bedroom  เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin,  Home Automation, Digital Door Lock,  ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. ทั้งหมด 2 หลัง, ตู้เสื้อผ้า, Smart Mirror (ในห้องน้ำ)   1 Bedroom 27 ตร.ม.    เริ่มจากห้องตัวอย่างแรก ซึ่งเป็นห้องดีไซน์ Layout ใหม่จาก Origin เริ่มจากห้องครัวปิดแยกออกจากส่วน Living และ Bedroom แต่มีดีไซน์แบบใหม่ตรงที่มี Smart Walk In Closet กั้นเป็นห้องแนวยาว เหมาะสำหรับเหล่า Fashionista ที่รักการช็อปปิ้งให้ได้มีที่เก็บเสื้อผ้าและ Accessories ได้เยอะมากกว่าที่เคย เปิดห้องแรกมาด้วยห้องครัวปิดเป็นส่วนแรกสำหรับ Layout นี้ พื้นครัวปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้  มีช่องสำหรับวางตู้เย็น หน้าบานตู้เป็นกระจกสีดำ ช่วยพรางสายตาภายในตู้ได้ค่อนข้างดี แต่ไม่ทึบจนเกินไปเหมือนหน้าบานไม้ และกั้นห้องด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ สูงจากพื้นชิดฝ้าเพดาน ซึ่ง Floor To Ceiling ภายในห้อง 2.5 เมตร    ผ่านห้องครัวเข้ามา Living พื้นปูด้วยลามิเนต วางโซฟายาวๆ ได้ 3-4 ที่นั่ง ด้านในสุดของห้องจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้ข้างหน้าต่างกระจก ซึ่งเป็นบานกระทุ้งเปิดออกได้ 1 บาน และรูปลั๊กไฟตามจุดสำคัญต่างๆ เช่น หัวเตียง ในห้องน้ำ ฯลฯ ก็จะมีช่อง USB รองรับไว้เลย ใช้งานสะดวกมาก โดยเฉพาะกับสมาร์ทโฟนที่ไม่ต้องง้อ Adapter อีกเลย เพราะโครงการให้โต๊ะข้างเตียงที่มาพร้อม Wireless Changer   ปลายเตียงห้องจริงจะมีการกั้นประตูกระจกบานเลื่อนมาด้วยนะคะ เพื่อกั้นเป็นห้อง Smart Walk In Closet ซึ่งจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งมาด้วยตลอดแนวผนังก่อนถึงห้องน้ำด้านในสุด โดยภายในห้องน้ำก็จะแยกส่วนแห้งไว้ก่อนจะเป็นส่วนเปียกไว้ด้านใน  Smart Walk in Closet เป็นตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้มีไว้แค่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น เป็นทั้งตู้เก็บของ เก็บเสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งใน 1 เดียว ทั้ง Beauty Mirror พร้อมไฟ LED รอบกระจก ช่องปลั๊กที่เตรียมไว้ทุกมุม ด้านบนสำหรับเสียบไดร์เป่าผม และด้านล่างสำหรับเสียบ iRobot Clenning ช่องเก็บเสื้อผ้าหลายขนาด หลายไซท์ ทั้งหมุดแขวนหมวกหรือเข็มขัด เรียกว่าคิดมาครบให้เก็บทั้งเสื้อผ้าและของใช้ได้ทุกอย่างจริงๆ     1 Bedroom 27 ตร.ม.  Layout สุดฮิตของ Origin เขาล่ะค่ะ ด้วยพื้นที่ตรงกลางห้องที่มีมุมสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นตามการใช้งานได้อย่างอิสระ เน้นการใช้งานภายในห้องได้อย่าง Smooth ขณะเดียวกันก็ยังได้ห้องครัวปิด ห้องนอนที่แยกเป็นสัดส่วนออกจากกัน และยังได้เปรียบในเรื่องของแสงธรรมชาติสามารถส่องเข้ามาในห้องได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย    ลักษณะของ Layout สำหรับโครงการนี้จะได้พื้นที่ Living มากขึ้น สามารถวางโซฟาตัวยาวขนาด 3-4 ได้สบายๆ พร้อมโต๊ะเล็กด้านข้างได้อีกค่ะ   ตู้ที่ Bulit in มาให้จะใช้หน้าบานกระจกสีดำ ซึ่งภายในตู้จะมีสวิตซ์ไฟเปิด-ปิด ไฟ LED ด้านในตู้ เพิ่มความสว่างเวลาใช้งานจริง ส่วนกลางห้องระหว่างห้องน้ำกับห้องครัวปิดจะมี Built in โต๊ะเครื่องแป้งที่มีตู้เก็บของด้านบนเอาไว้ให้ด้วย สะดวกต่อการใช้งานจริง   1 Bedroom Plus 34 ตร.ม.        ห้องตัวอย่างสุดท้าย เป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus ที่ได้ห้องว่างเพิ่มมา 1 ห้อง สามารถดีไซน์ได้เองตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เช่น ห้องทำงาน หรือห้องนอนอีก 1 ห้อง ส่วนห้องน้ำได้ประตู Double Access สามารถเข้าได้จากทั้ง Living กับ Bedroom เพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น และห้องครัวปิดที่ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นจนสามารถวางเคาน์เตอร์ Built in มาแบบ L shape ได้   ห้องครัวปิดจะถูกวางอยู่หลัง Living Room ภายในมีพื้นที่พอสำหรับทำครัว 2 คนได้ และบริเวณ Living Room ยังคงเน้นพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ยาวขึ้น ถ้ามีเพื่อนมาหาที่ห้องก็สามารถรองรับได้ดี ไม่คับแคบจนเกินไป   ห้องที่เป็น Plus เพิ่มขึ้นมานี้ จะเป็นห้องเปล่าที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้เอง โดยในห้องตัวอย่างก็จัดเป็นห้องอ่านหนังสือแยกจากโซน Living และเชื่อมต่อกับระเบียงห้องที่มีราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ ส่วน Condensing Unit ถูกแขวนไว้หันหน้าเข้าทางระเบียง พื้นที่พอสำหรับใช้ตากผ้าได้    ห้องนอนใช้ประตูบานทึบและยังได้ประตูห้องน้ำแบบ Double Access ระหว่าง Living Room กับ Bedroom ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหากมีเพื่อนมาที่ห้องของเรา ซึ่งภายในห้องน้ำนอกจากจะได้สุขภัณฑ์มาครบพร้อมใช้งานได้ทันทีแล้ว ยังมีความพิเศษตรง Smart Mirror กระจกที่สามารถโชว์ภาพที่ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเช็คตารางงาน ดูหนัง ฟังเพลง ขณะอยู่ในห้องน้ำก็ยังสามารถใช้ชีวิตแบบสมาร์ทๆ ได้ ไม่พลาดทุกการสื่อสาร    ไม่ใช่แค่ทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ แต่ยังมีเรื่องของเทคโนโลยีที่กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่ง THE ORIGIN ก็สามารถทำออกมาได้ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิตอย่างเข้าใจ จึงกลายมาเป็นแบรนด์น้องใหม่มาแรงที่กำลังถูกจับตามอง ด้วยความครบครันรอบด้านบวกกับราคาที่จับต้องได้ง่าย จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้ากลางเมืองได้เช่นนี้   #เปิดจองรอบพิเศษ vvip 17 ส.ค. นี้ พร้อมรับ Gift Voucher ใช้เป็นส่วนลดสูงสุด 300,000 .- * สำหรับเข้าจองในงาน!  ได้แล้ววันนี้ที่สำนักงานขาย https://bit.ly/2SCZrNm    “THE ORIGIN’’ 2 โครงการใหม่ทำเล “รัชดา- ลาดพร้าว” ย่านไลฟ์สไตล์สุดฮิป ใกล้จุดตัด New Interchange #สายสีน้ำเงิน #สายสีเหลือง   ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15  600 ม. จากสถานี MRT ลาดพร้าว มีความเป็นส่วนสูงเพียง 163 ยูนิต เริ่ม 1.79 ลบ.* ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว 25 ม. จากสถานี MRT รัชดา (สายสีเหลือง) จุดตัด New Interchange รถไฟฟ้า 2 สาย เริ่ม 2.29 ลบ.*   ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร! คลิก https://bit.ly/2LZsgSV    #TheOrigin #จัดจ้านย่านรัชดา #จัดจ้านย่านลาดพร้าว #จัดจ้านย่านอินเตอร์เชนจ์ #สู้ๆนะ #ใช้ชีวิตอย่างที่เชื่อ #LiveYourValue #EmphathyDesignthinking    

Nirvana BEYOND พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา Natural Modern Design : รีวิวบ้าน

Nirvana BEYOND พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา Natural Modern Design : รีวิวบ้าน

บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern ที่นิยมนำเอารูปทรงเรขาคณิตมาใช้เป็นส่วนใหญ่ แล้วใช้วัสดุหรือโทนสีที่เน้นความเรียบง่ายเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งไม่ใช่แค่ลักษณะสวยงามทันสมัยภายนอกเท่านั้น แต่ Space ที่โปร่งโล่ง และการวางฟังก์ชั่นในทุกตารางนิ้วก็ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน ฉะนั้นหากเราจะนิยามความ Modern ว่า “เรียบแต่มาก” ก็คงไม่ผิดนัก สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่เหมาะกับ Lifestyle คนรุ่นใหม่อย่างน่าหลงใหล เหมือนกับบ้านเดี่ยวจากเนอวานา ไดอิ ที่ยังคงเสน่ห์ของดีไซน์แบบนี้เอาไว้ แม้จะมีการปรับเปลี่ยนโฉมใหม่กันในปีนี้ แต่รับรองว่าลงตัวกว่าเดิมแน่นอนค่ะ     ทำเลบ้านเดี่ยวระดับ Hi End   ตั้งแต่ถ.ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เราจะเห็นหลายโครงการแนวราบระดับ Hi End เปิดตัวในทำเลนี้กันไม่น้อย ด้วยความสะดวกในการเดินทาง สิ่งแวดล้อมเงียบสงบ ทำให้เชื่อว่าย่านนี้จะกลายเป็นแหล่งรวมที่อยู่อาศัยระดับ Hi End อย่างสมบูรณ์โดยไม่ช้า     Nirvana BEYOND พระราม9-กรุงเทพกรีฑา ตั้งอยู่ริมถ.ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ซึ่งเป็นถนนตัดใหม่ที่มีความกว้างขวางสะดวกสบายตลอดเส้นทาง 12 กิโลเมตร จากถ.ศรีนครินทร์ข้ามถ.กาญจนาภิเษก ไปจนถึงถ.เจ้าคุณทหาร ใกล้กับทางด่วนทั้งถ.กรุงเทพฯ-ชลบุรี สายใหม่ (มอเตอร์เวย์) ถ.กาญจนาภิเษก และทางพิเศษศรีรัช สามารถเข้าเมืองย่านพระราม 9 เพียง 15 นาที หรือหากเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิด้วยการใช้สะพานข้ามถ.กาญจนาภิเษก ซึ่งกำลังก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการถ.ศรีนครินทร์-ร่มเกล้า ก็จะยิ่งทำให้เป็นเรื่องง่าย ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น รอบๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่ง เช่น รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์, รพ.รามคำแหง, ม.อัสสัมชัน, สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, เดอะมอลล์บางกะปิ, เดอะไนน์ พระราม 9 ฯลฯ     นอกจากนี้แม้จะเป็นทำเลบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างๆ แต่ก็ยังอยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า ทั้งแอร์พอร์ตลิ้ง สถานีหัวหมาก รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีกรีฑา และรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีสัมมากร ทุกสายล้วนมีการเชื่อมต่อเพื่อเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่าย รวดเร็วขึ้น           ภาพรวมโครงการ Nirvana BEYOND พระราม9-กรุงเทพกรีฑา บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 3 Type พื้นที่ใช้สอยขนาด 300-470 ตร.ม. โดยอยู่บนที่ดินทั้งหมด 27 ไร่ 85 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 25-60 ล้านบาท       บ้านเดี่ยวโฉมใหม่ ฉีกกฏการดีไซน์เพื่อการใช้ชีวิตที่แตกต่าง All New Design จากเนอวานา ไดอิ เปิดตัวบ้านดีไซน์ใหม่สดๆ ร้อนๆ กันในปีนี้ ซึ่งยังคงความเป็นโมเดิร์นสุดล้ำ เหมือนการเอากล่องคอนกรีตสี่เหลี่ยมหลากหลายขนาดมาวางทับซ้อนกันแล้วบิดองศา เพิ่มมิติให้ยิ่งดู Unique อย่างมีสไตล์แบบฉบับเนอวานา ไดอิ ที่จะมาชวนเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตอย่างอย่างไม่ต้องตามใคร เพราะไม่ใช่แค่ดีไซน์ Modern เท่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็น Natural Modern Design ออกแบบให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมในบ้านเรา ดึงธรรมชาติเข้ามาชิดกันมากขึ้น มีความเป็น Timeless ทันสมัยไม่ตกยุค นอกจาก Exterior Design ที่สวยสะดุดตาแล้ว ก็ยังได้ประโยชน์กับ Interior Design ด้วย เพราะจะได้เพิ่ม Space เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้านได้มากขึ้น มีการวางฟังก์ชั่นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงของทุกไลฟ์สไตล์ได้ลงตัวมากขึ้น โดยบ้านทั้ง 3 Type นั้นแตกต่างกันทั้งภายนอกและภายในบ้านอย่างเห็นได้ชัด แต่ละหลังจะมีจุดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งเราจะพาไปชมครบทุก Type รวมถึงส่วนกลางด้วยค่ะ     Design สวย Function ครบ พร้อม Innovation เพื่อการอยู่อาศัยสะดวกสบาย เกิดเป็นความสุขของการใช้ชีวิตที่ Nirvana BEYOND พระราม9-กรุงเทพกรีฑา      นอกเหนือจากดีไซน์สวย ฟังก์ชั่นดีแล้ว ยุคนี้หากจะให้บ้านสมบูรณ์ขึ้นก็ต้องมีนวัตกรรมเข้ามาช่วยให้สมาชิกในครอบครัวของเราสะดวกสบาย ปลอดภัย และสุขภาพดีตามเทรนด์ Well Being Living ด้วย เริ่มจากการคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วยการมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงทุกจุดในบ้านอย่างทั่วถึง เชื่อมต่อ WiFi เข้ากับอุปกรณ์ของคุณได้ทุกรูปแบบ ตอบโจทย์การทำงานแบบ Work From Home ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างเข้าใจ   สิ่งสำคัญคือเรื่องของสุขภาพของคนในครอบครัวที่มองข้ามไม่ได้ บ้านของเนอวานา ไดอิ จึงมีระบบ Air Control System เพื่อปรับอากาศภายในบ้านให้เกิดความสมดุลอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะช่วยเรื่องการหมุนเวียนของอากาศที่ดี ลดปัญหาฝุ่นควันจากภายนอก ซึ่งเป็นปัญหาที่ทั่วโลกประสบพบเจออยู่ในตอนนี้ สุดท้ายคือเรื่องของความปลอดภัยที่หลายคนคำนึงถึงเมื่อจะซื้อที่อยู่อาศัยสักแห่ง การวางระบบความปลอดภัยรอบโครงการไปจนถึงในบ้าน   แปลนบ้าน SPACE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 300 ตร.ม. 3 Bedrooms 3 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 2 Parking Lots   MIND บ้านเดี่ยว 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 370 ตร.ม. 4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Maid Room 3 Parking Lots   LUXE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 470 ตร.ม.   4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 3 Parking Lots   เดินชมโครงการ Nirvana BEYOND พระราม9-กรุงเทพกรีฑา ต้อนรับทีมงาน Reviewyourliving ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยของรปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ Main Gate สีขาวกับเส้นโค้งซ้อนกันตามแบบธรรมชาติ เหมือนเป็นการเกริ่นก่อนเผยให้เห็นไฮไลท์ความเป็น Natural Modern ของดีไซน์บ้านแต่ละหลัง   ด้วยพื้นที่บริเวณรอบไม่มีตึกสูงมาบังลม ทำให้วันที่เราไปยืนอยู่กลางโครงการนั้นมีลม Flow พัดผ่านต้นไม้ใหญ่รอบโครงการ และสระว่ายน้ำระบบเกลือ เข้าสู่ตัวอาคาร Clue House 2 ชั้น ที่มีความโปร่งเปิดช่องให้ลมสามารถผ่านได้มาเป็นระยะ ซึ่งก็จะมีทั้งสนามเด็กเล่น ห้องประชุมออนไลน์ ห้องรับรอง ห้องฟิตเนสชั้นบนที่เป็นกระจก Full Height ล้อมรอบมองลงมาเห็นวิวสระว่ายน้ำและบริเวณรอบโครงการ     อีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้คือภายในโครงการนำระบบสายไฟฟ้ารวมถึงสายเคเบิ้ลลงใต้ดินทั้งหมด แบบนี้แล้วก็ยิ่งส่งให้โครงการดูสวยงามสะอาดตาเข้ากับบรรยากาศสีเขียวของต้นไม้สลับกับสีขาวของอาคารคลับเฮ้าส์แล้วตัวบ้านได้อย่างสวยงามเป็นระเบียบเลยทีเดียวค่ะ   เปิดบ้านตัวอย่าง Type Space เรามาเริ่มกันจาก Type แรกค่ะ Space เป็นบ้านเดี่ยวขนาดเริ่มต้นของโครงการ เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก ใช้สี Signature ของความเป็น Modern คือขาวสลับกับสีเทาอ่อนๆ ตัดกับกรอบไม้เพิ่มความรู้สึกอบอุ่น ตรงกลางบ้านชั้น 2 มีมุมเพิ่มมิติ เหมือนมี Pop Up ออกมา ทำให้ดูไม่เรียบทื่อจนเกินไป   ภายในบ้านทุก Type จะมีพื้นที่แรกเป็น Foyer ตามแนวคิดของวัฒนธรรมชาวญี่ปุ่น ที่ทุกบ้านจะต้องมีส่วนนี้ไว้เพื่อถอด-จัดเก็บรองเท้า ป้องกันเศษดินทรายที่ติดมากับรองเท้าเลอะเทอะเข้าสู่ตัวบ้าน ถัดเข้ามาจึงจะเป็นพื้นที่ชั้นแรกของบ้าน ปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ กลางบ้านคือ Living Room ที่สามารถเปิดประตูกระจกบานเลื่อนออกไปยังพื้นที่สวนข้างบ้าน และฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่จัดวางมาเพื่อการใช้งานจริงอย่างสะดวกสบาย ตั้งแต่การวาง Powder Room ไว้ข้าง Living Room สะดวกต่อการใช้งานของแขกเมื่อมาที่บ้าน Dinning Room อยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่เดียวกัน เชื่อมต่อด้วยครัวปิดข้างกัน   ห้องครัวปิดจะได้ Built In เคาน์เตอร์ครัวทรง L Shape แล้ว Top ด้วยหินสังเคราะห์ พร้อมอุปกรณ์ทำครัว อาทิ ซิงค์ล้างจาน เตาแม่เหล็กไฟฟ้า และเครื่องดูดควัน ซึ่งบ้านทุกหลังจะมีประตูบานสวิงขอบอลูมิเนียมกั้นระหว่างครัวปิดกับหลังบ้าน โดยประตูนี้เป็นนวัตกรรมจาก Tostem ตรงกลางบานสามารถเลื่อนเปิดปิดให้เป็นประตูแบบโปร่งสามารถระบายอากาศและกลิ่นได้ดีกว่าเป็นประตูบานทึบอย่างเดียว   บันไดที่เป็นจุดอับ ซึ่งอันตรายที่สุดของบ้าน แต่เนอวานา ไดอิ ก็ยังไม่พลาด Detail นี้ เพราะมีการเจาะช่องหน้าต่างทุกชั้นเพิ่มแสงสว่างลดอันตรายจากการเกิดจุดมืดตรงบันได แล้วยังมีจังหวะการเล่นระดับความสูงของเพดานได้อย่างน่าสนใจ แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นจุดอับของบ้านแต่กลับรู้สึกโปร่งมากขึ้น   จุดเด่นของบ้านหลังนี้อยู่ที่ชั้น 2 ปูพื้นด้วย Engineering wood ซึ่งเป็น Master Bedroom ทั้งชั้น โดยส่วนที่เราเห็นจากหน้าบ้านที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมยื่นออกมา ภายในจะได้ Space ตรงนี้เพิ่มขึ้นเป็นห้อง Multi Purpose สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย ได้ทั้งความเท่ไม่เหมือนใครของการดีไซน์ และการขยายพื้นที่ใช้สอยให้รับกับทุกไลฟ์สไตล์มากขึ้น พร้อมเชื่อมต่อกับระเบียงส่วนตัวกับโซนเตียงนอนตรงกลางห้อง ส่วนลึกเข้าไปจะเป็นห้อง Walk In Closet ขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัวที่มีส่วนเปียกแยกระหว่าง Shower กับ Bathtub ใช้สุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ ซึ่งติดตั้งทุกอย่างมาพร้อมใช้งาน   ชั้น 3 สูงสุดของบ้านจะมีห้องนอนที่ 2 และห้องนอนที่ 3 ซึ่งทุกห้องสามารถวางเตียงขนาด 5-6 ฟุตได้ มีห้องน้ำในตัวและระเบียงส่วนตัว ถือเป็น 2 ห้องนอนที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน   Type Mind    ถัดมาเป็นบ้านเดี่ยวขนาดกลางหน้ากว้างของโครงการ มีจุดเด่นเก๋ๆ ตรงหน้าต่างแนวยาวของชั้น 2 ซึ่งเป็นห้อง Master Bedroom เพราะโดยทั่วไปแล้วลักษณะของบ้านสไตล์โมเดิร์นจะเจาะหน้าต่างเป็นกระจกบานสูงใหญ่เพิ่มการเปิดรับแสงอาทิตย์เข้ามาให้ได้มากที่สุด เราไม่ค่อยเห็นหน้าต่างทรงแคบยาวลักษณะนี้เท่าไรนัก แต่จะได้ความ Private สูงกว่า จากสายตาของคนภายนอก ประกอบกับ Common Area ของบ้านหลังนี้ไม่ว่าจะเป็น Living Room ที่ได้ Double Volume สูงโปร่ง และระเบียงขนาดใหญ่ที่ชั้น 3 ทำให้บ้าน Type นี้เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ Common Area ทำกิจกรรมร่วมกันแต่ยังคงอยากได้ความ Private อยู่ด้วยเช่นกัน   เริ่มต้นด้วยความโอ่อ่าของบ้านด้วย Living Room ที่ได้ความสูง Double Volume จรดเพดานของชั้น 2 ขณะเดียวกันก็สามารถเปิดประตูกระจกบานเลื่อนออกไปยังพื้นที่ข้างบ้าน ซึ่งที่ดินรอบบ้านก็มีขนาดมากพอที่จะใช้ประโยชน์ได้จริง อย่างบ้านตัวอย่างนี้ก็จะเป็นพื้นที่นั่งเล่น สามารถใช้รับแขกได้ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ถัดไปทางด้านข้างคือ Dinning Room อยู่ตรงข้ามกับครัวปิดที่มีเคาน์เตอร์ L Shape ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ถัดไปอีกด้านจะเป็นห้องนอนชั้นล่าง อยู่ใกล้กับห้องน้ำที่แยกส่วนเปียกแห้งแน่นอนว่าดีไซน์มาสำหรับผู้สูงอายุไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดให้เสี่ยงอันตราย   Master Bedroom ชั้น 2 จะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ทั้งด้านหลังบ้านเป็นห้อง Walk In Closet ขนาดใหญ่ และห้องน้ำที่มีทั้งส่วนเปียกเป็น Shower กับ Bathtub ส่วนแห้งมีทั้งสุขภัณฑ์แบบอัตโนมัติ และอ่างล้างหน้าแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เชื่อมต่ออีกส่วนหนึ่งของห้องด้วยโถงทางเดินที่สามารถมองลงไปเห็น Living Room รวมถึงสวนนอกบ้านได้ ซึ่งหากอยากได้ความส่วนตัวยิ่งขึ้นก็สามารถสร้าง Green Wall จากข้างบ้านบังสายตาจากเพื่อนบ้าน แถมยังได้พื้นที่สีเขียวเพิ่มด้วยนะคะ ทำให้แม้อยู่ในห้องนอนของตัวเองแต่ก็ยังสามารถมองเห็นธรรมชาติภายนอกได้ และส่วนที่เป็นห้องนอนทางฝั่งหน้าบ้าน ตรงหัวนอนจะเป็นหน้าต่างทรงแคบยาวอย่างที่เห็นตอนอยู่หน้าบ้าน แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องกลับเปิดมุมมองจากหน้าต่างนี้ได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น อย่างที่ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร ขณะเดียวกันก็ได้ความ Private ไปด้วย ด้านข้างสามารถเปิดออกไปนั่งรับลมตรงระเบียง ซึ่งขนาดกำลังพอดีสำหรับเก้าอี้ 2 ตัว พร้อมโต๊ะกลาง      ชั้น 3 จะวางห้องนอน 2 ห้องติดกันไปทางฝั่งหลังบ้าน ซึ่งห้องแรกจะได้ระเบียงส่วนตัวรูปทรงตัว L ส่วนห้องที่ 2 จะได้มุมสำหรับวางโต๊ะทำงานได้วิวหน้าบ้าน ส่วนโถงทางเดินกว้างขวางทีเดียวค่ะ สามารถจัดเป็น Pentry ตามแบบบ้านตัวอย่างได้ และสุดท้ายสำหรับระเบียงที่มีขนาดกว้างที่สุดของบ้านจากทั้งหมด 3 Type ของโครงการ บนชั้น 3 แห่งนี้ จะเป็นพื้นที่ Family Terrace สามารถรองรับกิจกรรมเล็กๆ ของครอบครัวได้ อย่างการเปลี่ยนบรรยากาศขึ้นมาปาร์ตี้บาร์บีคิวกันทั้งครอบครัวได้เลยนะคะ   Type Luxe มาถึงไฮไลท์ของ Nirvana BEYOND พระราม9-กรุงเทพกรีฑา กันแล้วค่ะ สำหรับบ้าน Type ใหญ่ที่สุด ดีไซน์โดดเด่นที่สุด ด้วยรูปแบบบ้านที่วางในลักษณะ C shape ซึ่งจะได้ Court กลางบ้าน โดดเด่นด้วยกล่องบิดมุมกลางบ้าน เน้นความโปร่งจากหน้าต่างกระจกบานใหญ่สลับกับกำแพงทึบสีขาว โชว์ให้เห็น Living Room สวยๆ ในบ้านบนชั้น 2 ไปจนถึงโถงชั้น 3 ที่คล้ายกับเป็นชั้นลอย ทางเข้าบ้าน Double Entrance ที่เลือกได้ว่าจะเปิดประตูชั้น 1 หรือจะเดินขึ้นบันไดด้านข้างเพื่อเข้าสู่ Living Room ที่ชั้น 2 เลย ประกอบกับฟังก์ชั่นภายใน ส่งให้บ้านหลังนี้เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ ที่มีหลาย Generation อยู่ร่วมกันเพราะพื้นที่ Common Area กว้างๆ หลากหลายโซนให้ได้เลือกเปลี่ยนมุมทำกิจกรรมด้วยกันอย่างไม่มีเบื่อ ทุกชั้นสามารถสื่อสารถึงกันได้ ให้ความรู้สึกถึงการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวภายใต้ชายคาเดียวกัน   ชั้น 1 หลังจากผ่าน Foyer เข้าไปจะเจอ Dinning Room ขนาดใหญ่ สามารถใส่ Pantry เข้าไปเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยได้ รองรับได้ทั้งครอบครัวหรือแม้แต่การจัดปาร์ตี้เล็กๆ ภายในบ้านก็ยังสามารถทำได้ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งมี  Powder Room ไว้รองรับด้วย ถัดไปจะมีการแยกระหว่างครัวปิดแบบ Double Wall Kitchen กับห้อง Laundry อย่างเป็นสัดส่วน ในส่วนของ Washing Area ก็เชื่อมต่อกับห้อง Laundry ออกไปนอกบ้านด้านข้างสะดวกต่อการใช้งาน   เมื่อเดินผ่าน Corridor กลางบ้านก็จะเห็นลักษณะ C shape ของบ้านชัดขึ้น เพราะในส่วนของ Inner Court กลางบ้านที่เป็นแบบ Semi Outdoor จึงสามารถออกไปนั่งเล่นนอกบ้าน ใกล้ชิดกับต้นไม้ สวนสีเขียวของเราได้มากขึ้นกว่าการเปิดโล่งทั้งหมด          สุด Corridor ด้านในก็จะพบห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกระจก Full Height เข้ามุมด้านข้าง Inner Court มองเห็นถึงด้านบนชั้น 2 ถือเป็นห้องผู้สูงอายุที่กว้างขวาง ไม่อึดอัด ได้รับแสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาทั่วถึง พื้นห้องน้ำไม่มีการเพิ่มหรือลดระดับ เพื่อความปลอดภัยเวลาก้าวเดิน        Living Room ชั้น 2 พื้นที่กว้างขวางมากพอที่จะรองรับครอบครัวใหญ่เวลาอยู่ร่วมกันได้อย่างเต็มที่ เพดานสูงโปร่งมองไปเห็นถึงโถงทางเดินชั้น 3 ขณะเดียวกันก็ยังสามารถสัมผัสที่ Inner Court กลางบ้านได้ทั้งภายใน Living Room และระเบียงทางเดินด้านนอกให้สัมผัสถึงยอดไม้ของต้นไม้ใหญ่ประจำบ้านได้แค่เพียงเอื้อมมือ   Master Bedroom ยังคงอยู่ที่ชั้น 2 แห่งนี้เช่นเคยค่ะ พื้นที่ในห้องขนาดใหญ่สามารถแบ่งเป็นส่วน Walk In Closet บริเวณใกล้กับห้องน้ำในตัว เพื่อการใช้งานที่ Smooth มากกว่า ด้านข้างเตียงเป็นกระจก Full Height เปิดรับแสงธรรมชาติจาก Inner Court ส่งไปจนถึงประตูกระจกที่ระเบียงส่วนตัวอีกด้าน         สุดท้ายที่ชั้น 3 ค่ะ ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง มีขนาดมากพอที่จะแบ่งพื้นที่ห้องเพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ เช่น Walk In Closet หรือห้องทำงาน มีห้องน้ำในตัวแยกส่วนเปียกที่เป็น Shower กับส่วนแห้ง และระเบียงพักผ่อนส่วนตัว   ความงามของบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังหนึ่งก็มีเสน่ห์มากอยู่แล้ว แต่เนอวานา ไอดิ สามารถเติมมิติใหม่ลงไปให้ชวนหลงใหลเข้าไปอีก ซึ่งไม่ใช่แค่ได้ Space ดีๆ เพิ่มขึ้น แต่เหมือนเพิ่มพื้นที่แห่งความสุขไปด้วย ทำให้ทุกมุมมองไม่ว่าเราจะก้าวเดินไปยังส่วนไหนของบ้าน ก็ให้ Mood&Tone ที่รู้สึกอบอุ่น โปร่งสบาย ซึ่งบ้านเดี่ยวดีไซน์นี้ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับคนกรุงเทพฯ เท่านั้นนะคะ แต่ชาวอุดรธานีก็สามารถสัมผัสได้เช่นกันที่โครงการ Nirvana Beyond อุดรธานี หากพร้อมที่จะก้าวใช้ชีวิตให้แตกต่างอย่างลงตัวไปกับโครงการ “Nirvana BEYOND พระราม9-กรุงเทพกรีฑา” แล้วล่ะก็ ลงทะเบียนเพื่อเข้าไปชมโครงการจริงได้เลยค่ะ   ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Nirvana BEYOND พระราม 9-กรุงเทพกรีฑา    

6 ไฮไลท์ “เซ็นทารา เรสซิเดนซ์ฯ” โรงแรมน้องใหม่ในศรีราชา

6 ไฮไลท์ “เซ็นทารา เรสซิเดนซ์ฯ” โรงแรมน้องใหม่ในศรีราชา

พูดถึงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี  ทุกคนคงนึกถึงสถานที่เดียวกัน คือ “พัทยา” เพราะเรียกได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย และครบทุกความต้องการของนักท่องเที่ยว แต่ละปีจึงมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันเข้าไปเที่ยวที่พัทยากันไม่ขาดสาย เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปีเลย  ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดชลบุรีซึ่งก็หมายความรวมถึงเมืองพัทยามีมากถึง 16 ล้านคนต่อปีเลยทีเดียว  ความสำคัญของจังหวัดชลบุรียังมีในเรื่องเศรษฐกิจอีกด้วย  เพราะรัฐบาลคาดหวังว่าจังหวัดชลบุรีจะสามารถสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตได้ถึง 5% จากเศรษฐกิจของประเทศที่เติบโตในอัตรา 3-4% เท่านั้น  ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าการจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ ภาคการท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญเอามากๆ   เมื่อจังหวัดชลบุรีมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศอย่างนี้  รัฐบาลจึงพยายามผลักดันและกระตุ้นให้จังหวัดชลบุรีมีการเติบโตไปในทุกๆ เรื่อง และหาแม่เหล็กด้านการท่องเที่ยวเข้ามาดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกระจายแหล่งท่องเที่ยวไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวอยู่แต่เฉพาะเมืองพัทยาเท่านั้น  หนึ่งในนั้น คือ อำเภอศรีราชา ที่ตอนนี้ถูกวางโพสิชั่นนิ่งให้เป็นเมือง “ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์” ซึ่งอนาคตคาดว่าจะมีโฉมหน้าไม่ต่างจากฮ่องกง   อำเภอศรีราชา ในอดีตที่ผ่านมาแม้เป็นเมืองทางผ่าน  เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าไปเมืองพัทยา หรือไม่ก็จังหวัดระยองเลย แต่ก็อาจจะมีแวะพักเที่ยวบ้างตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น สวนเสือศรีราชา ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวจีน แม้ว่าจะไม่ใช่แหล่งพักค้างคืนหลักของนักท่องเที่ยว แต่ต้องยอมรับว่าอำเภอศรีราชาได้รับการขนานนามว่า “ลิตเติ้ล โอซาก้า” หรือ “ลิตเติ้ล เจแปนนิส” เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมของบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่น  ซึ่งมาตั้งฐานการผลิตสินค้าอยู่เป็นจำนวนมาก พนักงานและผู้บริหารชาวญี่ปุ่นจึงอยู่กันอย่างหนาแน่น  ในอดีตมีมากถึง 15,000 ครอบครัว หากนับสมาชิกในครอบครัวคราวๆ สักครอบครัวละ 3 คน ก็มีจำนวนชาวญี่ปุ่นถึง 45,000 คนเลยทีเดียว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแรงงานชาวญี่ปุ่นถูกส่งกลับประเทศไปบ้าง  จนตัวเลขแรงงานญี่ปุ่นอยู่ประมาณ​10,000 ครอบครัว แต่ก็ถือว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควร   ชาวญี่ปุ่นที่มีอยู่ในอำเภอศรีราชาจำนวนมากเช่นนี้ ทำให้ดีเวลลอปเปอร์มองเห็นเป็นโอกาสทางการตลาด พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยของแรงงานเหล่านี้ แต่ไม่เพียงการเติบโตของตลาดคอนโดฯ เท่านั้น  กลุ่มโรงแรมก็เติบโตตามมาด้วย เพราะอำเภอศรีราชากำลังขยายตัว และเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ เพราะเมืองพัทยาหรือชลบุรีไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือคอนโดฯ ตลาด​เริ่มจะแน่นแล้ว ดีเวลลอปเปอร์จึงต้องมองหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ แน่นอนอำเภอศรีราชานี่แหละเป็นที่หมายสำคัญ  ซึ่งอนาคตจะมีการเปิดตัวโรงแรมใหญ่ๆ เกิดขึ้นอีกหลายแห่ง     ล่าสุด โรงแรม“เซ็นทารา เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา” ในเครือเซ็นทารา ได้เปิดตัวโรงแรมแห่งแรกของเซ็นทาราในอำเภอศรีราชา ด้วยโรงแรมระดับ 4 ดาว จำนวน 145 ห้อง บนเนื้อที่รวม 4 ไร่ ติดริมทะเล ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งเดียวในปัจจุบันของอำเภอศรีราชาที่ติดทะเล  ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญของโรงแรมแห่งนี้เลยทีเดียว   โรงแรมเซ็นทารา เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา ยังมี 6 ไฮไลท์และจุดเด่น สำหรับการเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว   1.ทำเลที่ตั้ง ติดชายหาดศรีราชา นับเป็นจุดต้นทางสำหรับการท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง อาทิ ตัวเมืองพัทยาที่อยู่ห่างไปเพียง 40 นาทีโดยรถยนต์ หรือแหล่งรวมสนามกอล์ฟชั้นนำของประเทศที่ตั้งอยู่รายรอบพื้นที่ รวมทั้งชายหาดอันมีชื่อเสียง อาทิ ชายหาดบางแสนและอ่างเก็บน้ำบางพระ ก็ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมด้วยการเดินทางโดยรถยนต์ หากเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังโรงแรมใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาทีเท่านั้น   2.การออกแบบให้ทันสมัยมีบรรยากาศผ่อนคลายเป็นส่วนตัว สามารถมองเห็นวิวและเดินถึงชายหาดเลียบท้องทะเลอ่าวไทยตอนบนได้เพียงไม่กี่ก้าว ซึ่งโรงแรมเซ็นทารา เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา ได้รับการออกแบบมาให้โดดเด่นด้วยโทนสีขาวสว่างตา ผสานเข้ากับสีฟ้าครามอันสดใส ทำให้นึกถึงประกายและสีสันของน้ำทะเลในอำเภอศรีราชาของอ่าวไทย ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหมู่บ้านประมงที่มีวิถีชีวิตในแบบดั้งเดิม ปัจจุบันยังมีชาวบ้านบางส่วนทำประมงแบบดั้งเดิมให้เห็นด้วย   3.มีห้องพักหลากหลายรูปแบบไว้คอยบริการ -ห้องพักประเภทซูพีเรีย ดีลักซ์ และดีลักซ์ซีวิว ที่เหมาะสำหรับแขกผู้เข้าพักจำนวนไม่เกินสองท่าน -ห้องพักประเภทแฟมิลี่ เรสซิเดนซ์ และห้องสวีทแบบสองห้องนอน ที่สามารถรองรับครอบครัวใหญ่ที่มีขนาดสี่ถึงห้าคน รวมทั้งแขกผู้เข้าพักระยะยาว เพราะมีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องที่กว้างขวางถึง 64 ตารางเซนติเมตร ภายในห้องพักประเภทเรสซิเดนซ์นั้น มีทั้งอุปกรณ์เครื่องครัว และเตียงสองชั้นสำหรับเด็ก   ห้องพักทุกห้องในโรงแรมแห่งนี้ จะมีพื้นที่ระเบียง พร้อมบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และสมาร์ททีวีภายในห้อง เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และมอบความสะดวกสบายแก่แขกผู้เข้าพักทุกคน   4.การบริการอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย โดยมีการนำเสนอตัวเลือกอาหารและเครื่องดื่มอย่างหลากหลายทั้งกลางวันและกลางคืน รวมทั้งบริการอาหารเสิร์ฟถึงภายในห้องพัก -ห้องอาหาร “อูมิ” ซึ่งอยู่บริเวณชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ที่นำเสนอทั้งเมนูอาหารญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับ อาทิ ราเมนและเทปันยากิ รวมถึงเมนูทั้งไทยและยุโรป   -ร้าน “ซิงก์” คาเฟ่ ในบริเวณล็อบบี้ของโรงแรม ที่มีเมนูเครื่องดื่มยอดนิยมอย่างชานมไข่มุกและชาเขียวมัทฉะพร้อมเสิร์ฟตลอดวัน ทั้งยังมีเมนูเครื่องดื่มร้อน ขนมอบและเบเกอรี่ต่างๆ ให้เลือกลิ้มลองได้อย่างเต็มอิ่ม คาเฟ่ซิงก์แห่งนี้ ถือเป็นมุมแห่งการพักผ่อน นั่งชิลล์ หรือเพลิดเพลินไปกับเมนูมื้อกลางวันที่หลากหลาย อาทิ แซนด์วิช ขนมขบเคี้ยว หรือเมนูสลัดผักสดเพื่อสุขภาพให้เลือกสรร   -ทรอปิคาน่า พูล บาร์ ที่ตั้งอยู่ข้างริมสระน้ำใกล้กับ “สกายบาร์” ที่สามารถเลือกอร่อยกับเมนูอาหารว่าง เครื่องดื่ม และค็อกเทล   5.พื้นที่รองรับการจัดงานอีเวนท์และสัมมนา โดยภายในโรงแรมเซ็นทารา เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา ยังเหมาะที่จะเป็นสถานที่ในการจัดงานของลูกค้ากลุ่มองค์กร เพราะมีพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการใช้งานและแผนผังงานได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากเซ็นทาราคอยดูแลให้คำปรึกษา เพื่อให้การจัดงาน   6.พื้นที่รองรับกิจกรรมสำหรับครอบครัว ภายในโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง สระว่ายน้ำเด็ก และสวนน้ำสำหรับเด็ก มีพื้นที่สำหรับเด็ก และ E-Zone บริการสปา ออนเซ็น และร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก   ดร. ณัฏฐ์ศรัย ชัยจินดารัตน์ กรรมการบริษัทสไมล์ คอนโด (2011) จำกัด ในฐานะเจ้าของโรงแรม เปิดเผยว่า ได้ลงทุนมูลค่า 500 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาโรงแรมแห่งนี้ ต่อจากการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่เดียวกัน โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักของโรงแรมเป็นชาวไทยและนักท่องท่องเที่ยว ซึ่งต้องการพักผ่อนและท่องเที่ยวในอำเภอศรีราชา คาดว่าภายในระยะ 3 ปีจะถึงจุดคุ้มทุน จากปกติการลงทุนโรงแรมจะใช้ระยะเวลา 7 ปี เนื่องจากมองว่าศักยภาพแข็งแกร่งของแบรนด์เซ็นทารา และทำเลที่ตั้ง รวมถึงการทำตลาดต่างๆ ซึ่งโรงแรมได้เริ่มต้นเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา มีลูกค้าให้การตอบรับมีอัตราการเข้าพักมากถึง 30%   แผนในอนาคตบริษัทยังเตรียมลงทุนพัฒนาโรงแรมแห่งที่ 2 ในอำเภอศรีราชา ขนาด 121 ห้อง ใช้งบลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มเซ็นทารา เพื่อนำแบรนด์เข้ามาบริหาร   “ปัจจุบันศรีราชาเริ่มมีปริมาณโรงแรมจำนวนมากกว่า 10,000 ห้อง และจะมีเชนโรงแรมใหญ่ไม่ว่าจะเป็นโนโวเทลและฮอลิเดย์อินท์เข้ามาเปิดบริการ แสดงให้เห็นว่าตลาดศรีราชามีศักยภาพ แต่อาจจะต้องรอระยะเวลาอีก 3-4 ปีเพื่อให้ดีมานด์และซัพพลายสอดคล้องกัน แต่ถือว่าเป็นตลาดมีอนาคตเพราะจมีการลงทุนจากภาครัฐเข้ามาอีกมาก ทำให้เอกชนกล้าลงทุนเพราะเชื่อในนโยบายของภาครัฐ”