สำหรับใครที่จองซื้อคอนโดมิเนียมเอาไว้ และได้ผ่อนดาวน์จนครบ หรือถึงกำหนดเวลาที่คอนโดได้สร้างเสร็จ พร้อมที่จะให้เราเข้าไปอยู่ ก็ต้องถึงคิวการ ตรวจคอนโด เพื่อโอนกรรมสิทธิ์มาให้เราได้เป็นเจ้าของเสียที
แต่การจะรับมอบโอนคอนโด ที่สำคัญเราคงต้องตรวจดูสภาพของห้อง ว่าเป็นไปตามสเป็คที่ทางคอนโดได้โฆษณาไว้ตั้งแต่แรกไหม รวมถึงคุณภาพของการก่อสร้างได้มาตรฐาน และอยู่ในสภาพที่ดี สมบูรณ์ พร้อมการใช้งานหรือเปล่า ซึ่งหากสภาพคอนโดห้องของเราไม่ได้เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ หรือไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดี มีอุปกรณ์หรือสภาพห้องชำรุดเสียหาย เราอย่าไปเซ็นรับมอบคอนโดเด็ดขาด เพราะจะเป็นการยอมรับในข้อบกพร่องของห้องนั้น
การตรวจรับคอนโด สามารถทำได้ด้วยตนเอง หรือใครจะจ้างบริษัทที่รับตรวจคอนโดโดยเฉพาะ ก็สามารถทำได้ ราคาก็หลักพันบาทเท่านั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของห้องเป็นหลัก แต่ใครไม่อยากจ้างบริษัทมาตรวจ ก็สามารถทำได้ด้วยตนเอง ซึ่งไม่ได้ยุ่งยากหรือมีขั้นตอนที่ซับซ้อนอะไร แถมอุปกรณ์ที่จะตรวจก็สามารถหาได้ทั่วไป บางอย่างเราก็มีใช้กันอยู่แล้วในบ้านหรือที่ทำงาน
ก่อนจะ ตรวจคอนโด เราต้องวางแผนจดรายการที่จะต้องตรวจไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ไปถึงหน้างานแล้วหลงลืม ทำเป็นเช็คลิสต์เอาไว้ก่อน และเมื่อไปถึงหน้างาน เมื่อเจอจุดบกพร่องต้องซ่อมแซมหรือแก้ไข ก็จดรายละเอียดเอาไว้ให้ทางโครงการซ่อมแซมหรือเอาไว้ตามงานจะได้ไม่หลงลืม
เมื่อตรวจสอบพื้นที่ต่าง ๆ หรืออุปกรณ์ ที่พบว่าชำรุด เสียหาย หรือไม่เป็นไปตามสเป็ค ก็ติดโพสต์อิทเอาไว้ให้เห็นชัดเจน จะได้เห็นชัดเจน และเอาไว้ตรวจสอบหลังจากซ่อมแซมแล้วในภายหลัง
เดี๋ยวนี้โทรศัพท์มือถือมีฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์มากมาย และนำเอามาใช้ตรวจรับคอนโดเราได้ด้วย เช่น ไฟฉาย สำหรับการส่องดูจุดต่าง ๆ ในมุมอับของห้อง กล้องถ่ายรูป เอาไว้เก็บหลักฐาน จุดที่ต้องซ่อมแซม ระบบวัดระดับน้ำ ที่เอาไว้วัดความลาดเอียงของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีการติดตั้งว่าได้ระดับหรือไม่ เป็นต้น
การตรวจสอบผนัง หรือพื้นที่มีการปูด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น กระเบื้อง เราสามารถตรวจสอบความเรียบร้อย หรือการชำรุดของผนังหรือพื้น ได้ด้วยการนำเหรียญบาทมาใช้เคาะพื้นและผนัง เพื่อหาจุดบกพร่อง ชำรุด หรือการปูได้ไม่สนิทได้ ซึ่งเมื่อเราเคาะดูแล้วจะได้ยินเสียงที่แตกต่างไปจากบริเวณอื่น ๆ ต้องให้ทางโครงการตรวจสอบอีกครั้ง
ลูกแก้วหรือลูกปิงปอง ใช้สำหรับตรวจสอบความลาดเอียงของพื้นห้อง พื้นห้องน้ำ หรือพื้นระเบียง เพื่อตรวจสอบว่าได้ปูพื้นลาดเอียงเหมาะสม สำหรับน้ำที่จะไหลลงไปสู่ท่อระบายน้ำได้ ไม่อย่างนั้นน้ำจะท่วมขังไม่ลงในท่อระบาย ซึ่งลูกแก้หรือลูกปิงปอง บางคนอาจจะไม่มีติดบ้านไว้ ก็อาจจะต้องหาซื้อเพิ่ม ซึ่งราคาไม่ได้สูงมาก ตามร้านสินค้าทุกอย่าง 20 บาทก็มีขาย
ถังน้ำเอาไว้สำหรับรองน้ำ และเทตรวจสอบ การไหลและระบายของน้ำ และยังทดสอบระบบน้ำประปาของห้องว่าไหลได้ปกติหรือไม่ด้วย
การตรวจสอบระบบไฟฟ้า และปลั๊กไฟต่าง ๆ ปกติจะใช้ไขควงวัดไฟ มาเป็นอุปกรณ์ช่วยตรวจ แต่ปัจจุบันปลั๊กไฟบางชนิดมีระบบการทำงานที่จะต้องเสียบขาปลั๊กไฟพร้อมกัน 2 ข้าง ปลั๊กไฟจึงจะทำงาน ซึ่งอุปกรณ์ที่นำมาใช้ทดแทนได้ดีไม่แพ้ไขควงวัดไฟฟ้าก็คือ สายชาร์จโทรศัพท์นั่นเอง ให้เราทดสอบการเสียบปลั๊กชาร์จไฟฟ้าในเต้าเสียบทุกจุด เพื่อตรวจสอบว่ามีกระแสไฟฟ้าเดินมาเป็นปกติ
ใช้วัดพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อดูว่าขนาดพื้นที่จริง กับแปลนห้องมีขนาดที่ตรงกันหรือไม่
การตรวจสอบโถชักโครกว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่ จะใช้ขนมปังแผ่นในการทดสอบแทนสิ่งปฏิกูล โดยให้ฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ และกดชักโครกดู หากไหลลงปกติแสดงว่า โถสุขภัณฑ์ทำงานได้ปกติ
สำหรับพื้นห้องน้ำ หรือพื้นครัว หรือจุดที่จะมีน้ำรั่วซึมได้ ให้ใช้กระดาษทิชชูทดสอบความชื้น การรั่วซึมของน้ำในบริเวณต่าง ๆ เหล่านั้น เพราะหากมีการั่วซึมกระดาษจะเปียกชื้นนั่นเอง
ทั้งหมดนี้ ก็เป็น 10 อุปกรณ์รอบตัว ตรวจคอนโด ด้วยตัวเอง ได้ง่าย ๆ ที่เชื่อว่าทุกคนทำตามได้ไม่ยาก ซึ่งนอกจากการตรวจสอบด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว การตรวจด้วยสายตา และการทดลองใช้งานจริงอย่างละเอียด ก็จะทำให้เราสามารถหาจุดบกพร่องของอุปกรณ์ หรือสภาพของห้องได้ด้วย เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้า ก็ต้องลองเปิด-ปิดการใช้งาน ประตู-หน้าต่างก็ตรวจสอบการเปิดปิด ดูจุดการติดตั้ง เฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการแถมให้ ก็ดูความเรียบร้อยของการติดตั้ง ดูสภาพของเฟอร์นิเจอร์ตรงไหนเสยหายหรือไม่ เป็นต้น
ที่มา : SCB, แสนสิริ, อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง