Tag : howto

360 ผลลัพธ์
เคล็ด (ไม่) ลับ  เลือกธนาคารกู้ซื้อบ้าน

เคล็ด (ไม่) ลับ เลือกธนาคารกู้ซื้อบ้าน

เมื่อเราอยากจะมีบ้านหรือคอนโดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายที่อยู่ หรือขยับขยายครอบครัวก็ตาม เชื่อว่าหลายคนต้องทำการบ้านกันอย่างหนักว่าจะเลือกโครงการไหนดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเล รูปแบบบ้าน สิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก ที่ตอบโจทย์กับเราและครอบครัวได้มากที่สุด สำคัญที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของราคาที่จะต้องมีการยื่นกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารต่างๆ ซึ่งก็มีหลายแห่ง หลายโปรโมชั่นมาให้เลือกกันจนปวดหัวไปหมด แต่วันนี้เรามี “เคล็ดลับเลือกธนาคาร เมื่อกู้ซื้อบ้าน” ให้ได้ไปเป็นทริคลองสังเกตดู เพียง 4 ข้อเท่านั้นครับ กู้ที่ไหนดี การยื่นกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยนั้นมีหลากหลายสถาบันการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีสหกรณ์ออมทรัพย์ บริษัทประกันชีวิต บริษัทอสังหาริมทรัพย์ การเคหะแห่งชาติ หรือบริษัทนายจ้างของตนเอง เป็นต้น แต่การที่เลือกสถาบันการเงินที่ให้กู้เพื่อซื้อบ้านก็ควรต้องศึกษา พร้อมเปรียบเทียบเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ย เพื่อให้เหมาะกับความสามารถการผ่อนในระยะยาวของผู้กู้   เงื่อนไขสินเชื่อที่เหมาะกับตัวเอง เนื่องจากการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยนั้นมีการผ่อนชำระยาวนานมากกว่าการกู้ชนิดอื่นๆ เฉลี่ยราว 25-30 ปี หรืออาจมากกว่านี้ ฉะนั้นควรจะเลือกสถาบันการเงินสำหรับเงินกู้สินเชื่อบ้านให้กู้อย่างมืออาชีพ เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาวไม่ให้เกิดเหตุการณ์ถูกเรียกคืนเงิน หรือเกิดอาการสะดุดระหว่างทาง   ดอกเบี้ยต่ำ ดูอย่างไร ใครๆ ก็ต้องการดอกเบี้ยต่ำ เพื่อไม่ให้เกิดภาระกับการผ่อนต่อเดือนที่มากเกินไป ก็ต้องมาดูกันที่อัตราดอกเบี้ยคงที่ในระยะเวลานานๆ ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพราะในระหว่างนั้นจะไม่มีการปรับอัตราผ่อนและหลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยที่คิดเป็นเท่าไร ส่วนใหญ่จะอิงกับ MLR ลูกค้ารายย่อยชั้นดี ซึ่งอย่างหลังจะมีอัตราสูงกว่าเล็กน้อย การอิงกับอัตราดังกล่าวจะต้องดูว่าบวกหรือลบเท่าไรจากอัตราอ้างอิง ถ้าคำนวณแล้วสูงกว่าอีกสถาบันหนึ่งก็เป็นข้อพิจารณาเลือกใช้บริการ   กู้ได้มากน้อย ดูตรงไหน แต่ละคนจะยื่นกู้ได้ในวงเงินที่แตกต่างกัน เพราะทางสถาบันการเงินจะมีการประเมินราคาที่อยู่อาศัย ซึ่งส่วนใหญ่ธนาคารพาณิชย์จะมีบริษัทในเครือเป็นผู้ประเมิน โดยการประเมินราคาหลักประกันนั้น ถ้าเป็นโครงการที่สร้างโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงก็จะอิงกับราคาซื้อขายเป็นหลัก ดังนั้นวงเงินให้กู้ตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ถ้าเป็นแนวราบ คือบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์สูงสุดไม่เกิน 95% ของราคาประเมิน และถ้าเป็นแนวสูง หมายถึง คอนโดฯ สูงสุดไม่เกิน 90% ของราคาประเมิน ฉะนั้นถ้าผู้กู้มีเงินออมมากหน่อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องวงเงินกู้มากเท่ากับผู้มีเงินออมจำกัดที่จำต้องเลือกสถาบันที่ให้วงเงินกู้มากกว่า และต้องดูหลักเกณฑ์มาตรการ LTV ประกอบด้วย    
วิธีกำจัดตะไคร่น้ำบนพื้นและหลังคา

วิธีกำจัดตะไคร่น้ำบนพื้นและหลังคา

ฝนตกบ่อยเกิดน้ำขัง มีความชื้นสะสมเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่จะตามมาเป็นของคู่กันกับความชื้นก็คือตะไคร่น้ำ ที่ชอบเกาะอยู่ตามหลังคา ผนัง และพื้น ซึ่งไม่ใช่แค่ดูสกปรกแค่นั้นนะครับ แต่ยังลื่นน่าดู ถ้าเราเผลอไปเดินเหยียบมันเข้าล่ะก็ ต้องลื่นล้มแน่นอนครับ มากำจัดตะไคร่น้ำก่อนจะเกิดอุบัติเหตุกับคนในบ้านกันดีกว่า   เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ใครที่ยังไม่มีเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงอาจจะต้องลงทุนกันหน่อยครับ ราคาเริ่มต้นประมาณพันกว่าบาท แต่สามารถใช้ได้อย่างง่ายดาย สะดวก ประหยัดแรง ประหยัดเวลา แถมยังเอาไปใช้ล้างรถได้ด้วยนะครับ ซื้อ 1 เครื่องได้ประโยชน์ 2 ต่อ แต่ถ้าตะไคร่น้ำเกาะตัวหนาแล้ว ก็อาจจะขจัดออกได้ไม่หมดเสียทีเดียว อาจต้องมีการขัดพื้นเพิ่มครับ น้ำร้อน ต้มน้ำร้อนให้เดือดมากๆ แล้วราดลงบนบริเวณที่มีตะไคร่น้ำ ตามด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ เทซ้ำลงไปที่เดิม ก่อนจะลงมือใช้แปรงขัดออก น้ำยาล้างจาน ต้องมีทุกบ้านอยู่แล้วครับสำหรับน้ำยาล้างจาน โดยผสมน้ำยาล้างจาน 600 มิลลิลิตร กับน้ำเปล่า 5 แกลลอนให้เข้ากัน แล้วราดลงบนตะไคร่น้ำ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จากนั้นก็ทำการขัดและล้างออกให้สะอาด น้ำส้มสายชู หนึ่งในเครื่องปรุงอาหารที่สารพัดประโยชน์จริงๆ ครับ เพียงแค่นำน้ำส้มสายชูมาราดลงบนตะไคร่น้ำโดยตรงให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วค่อยขัดออกให้หมดจด สุดท้ายก็ราดน้ำเพื่อทำความสะอาดให้เกลี้ยง เบกกิ้งโซดา เดี๋ยวนี้เบกกิ้งโซดาหาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เกตทั่วไปครับ เพียงแค่นำไปโรยลงบนตะไคร่น้ำให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นเศษตะไคร่น้ำจะหลุดออกมาเอง เราแค่กวาดมันทิ้งไปครับ สารฟอกขาว ผสมสารฟอกขาว ¾ ถ้วยตวง กับน้ำเปล่า 1 แกลลอน เพื่อนำไปราดบนตะไคร่น้ำและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วค่อยล้างออก ระวังอย่าปล่อยให้สารฟอกขาวที่เราเทลงไปนั้นแห้งไปกับพื้น และระวังอย่าให้ไหลไปโดนต้นไม้ในสวนของคุณด้วยนะครับ ปูนขาว ไฮเดรตไลม์ (Hydrated lime) ปูนขาว ไฮเดรตไลม์  1 กิโลกรัม มาผสมน้ำเปล่า 3 แกลลอน ฉีดพ่นลงไปบนตะไคร่น้ำให้ทั่ว ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เมื่อตัวตะไคร่น้ำเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาลก็สามารถขัดออกได้อย่างง่ายดาย แปรงทองเหลือง หลังจากเลือกใช้น้ำยาที่จะมาลงพื้นที่มีตะไคร่เกาะได้แล้ว อย่าลืมว่าการขัดพื้นที่เป็นคอนกรีตให้ใช้แปรงทองเหลืองขัด จะทำให้คราบต่างๆ หลุดออกได้ง่ายยิ่งขึ้น แนะนำให้ต่อด้านไม้ยาวๆ นะครับ เวลาลงมือขัดจะได้ไม่ปวดหลังมาก     วิธีที่เรานำมาฝากสามารถหาซื้ออุกปกรณ์ได้ตามท้องตลาดทั่วไปครับ แต่หากวิธีไหนมีสารเคมีอยู่ด้วยก็ต้องระมัดระวังในการใช้งานให้มาก เก็บสารเคมีที่เหลือไว้อย่างมิดชิด ที่สำคัญต้องอ่านวิธีการใช้งานอย่างละเอียดบนฉลากผลิตภัณฑ์ครับ      
เคล็ดลับเก็บออมของมนุษย์เงินเดือน เพื่อเงินก้อนโต!

เคล็ดลับเก็บออมของมนุษย์เงินเดือน เพื่อเงินก้อนโต!

เคยไหมครับ? อยากจะมีเงินเก็บสักก้อน แต่พยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้สักที เพราะค่าใช้จ่ายจุกจิกตามมาแต่ละเดือนเต็มไปหมด ไม่ว่าจะค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ อยู่ประจำ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากนะครับ แต่จริงๆ แล้วเราสามารถทำได้ด้วยเทคนิคแบบง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนหรือยากเกินไปเลย ด้วยวิธีที่เรานำมาฝากกันตามนี้เลยครับ   ทำบัญชีรายรับรายจ่าย เป็นสิ่งที่เราถูกสอนกันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กใช่ไหมล่ะครับ แม้จะดูเป็นวิธีแบบง่ายๆ แต่ยังคงได้ผลดีทีเดียว เพราะเราสามารถแยกแยะรายรับ รายจ่าย ออกมาได้อย่างชัดเจน สะท้อนการใช้เงินในแต่ละวันว่าหมดไปกับอะไรบ้าง อีกทั้งยังเป็นตัวชี้วัดจำนวนรายได้ที่เข้ามาด้วย ทำให้สามารถคำนวณการใช้เงินและแบ่งเก็บออมได้ ยิ่งสมัยนี้มี Application ฟรีหลายตัวที่เป็นบันทึกบัญชีรายรับ รายจ่าย ให้จดแทนสมุดได้อย่างสะดวกสบายขึ้น   แบ่งแยกสัดส่วนให้ชัดเจน เมื่อเราได้เงินเดือนมาก็ทำการแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ เอาไว้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบ้าน ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ เหลือเงินเท่าไหร่ จึงเอามาหักส่วนที่เป็นเงินออมเอาไว้ด้วยเลยครับ อาจจะเริ่มที่ 5% ก่อน แล้วค่อยขยับให้มากขึ้นตามความเหมาะสมของตัวเราเอง   กำหนดค่าใช้จ่ายรายวัน หากเกินต้องหยอดกระปุก อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มเงินออมของคุณให้เพิ่มพูนขึ้นอย่างดาย โดยการกำหนดค่าใช้จ่ายรายวัน เช่น ตั้งใจใช้เงินวันละ 200 บาท แต่ใช้เกินไปเป็น 250 บาท ก็ต้องนำเงินกลับมาหยอดกระปุก 50 บาท เพื่อเป็นกฎเกณฑ์ฝึกวินัยการใช้เงินไปในตัว ทั้งยังมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นอีกด้วยครับ   ชาไข่มุก = ออมเงิน เหล่าสาวกชาไข่มุกทั้งหลายที่จะขาดรสชาติหอมหวานนุ่มหนึบแบบชาไข่มุกแก้วโปรดไปเสียไม่ได้ แม้ราคาต่อแก้วจะไม่ได้ถูกสักเท่าไหร่เลยก็ตาม งั้นมาลองวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณรู้สึกดีทุกครั้งที่ซื้อชาไข่มุกสักแก้วนั้น ก็เพียงแค่ใช้คติ ‘ซื้อเท่าไหร่ออมเท่านั้น’ เช่น เมื่อคุณซื้อชาราคา 100 บาท คุณก็ต้องกลับไปหยอดกระปุก 100 บาท ซึ่งอาจจะดูเหมือนเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่เชื่อเถอะครับ ถ้าทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะมีเงินก้อนเพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด   อย่าใช้เศษ ยกตัวอย่างหากคุณได้รับเงินเดือนเข้าบัญชี 24,500 บาท ก็พยายามใช้เพียง 24,000 บาท ส่วน 500 บาทที่เหลือนั้นก็ถือเป็นการเก็บออมไปในตัวนั่นเอง ยิ่งถ้าคุณมีวินัยและตั้งใจเก็บไปทุกเดือนๆ เงินก้อนก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนครับ   เก็บแบงค์ 50 อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ฮิตมาก นั่นก็คือการเก็บธนบัตร 50 บาทครับ เพราะแบงค์ 50 นั้นไม่ใช่ว่าเรามีโอกาสได้รับบ่อยๆ เหมือนแบงค์ 20 และ 100 บาท ฉะนั้นหากมีโอกาสได้รับเงินทอนเป็นแบงค์ 50 ก็เก็บไว้ สะสมไปเรื่อยๆ เมื่อผ่านไปครบ 1 ปี ลองเอาออกมานับดู คุณอาจจะตกใจกับยอดเงินออมนี้ก็ได้นะครับ   เปิดบัญชีฝากประจำ ใครที่คิดว่าวิธีที่ผ่านมา ตัวเองจะต้องทำไม่ได้แน่เลย งั้นมาลองวิธีสุดท้ายแบบหักดิบกันไปเลยครับ เดินไปเปิดบัญชีฝากประจำเริ่มต้นที่ขั้นต่ำเดือนละ 1,000 บาท ก็ได้ ถ้าจะให้ดีล่ะก็ใช้ระบบการตัดยอดเงินอัตโนมัติจากบัญชีที่รับเงินเดือนของเราเลยครับ ที่สำคัญคือต้องฝากให้ครบตามกำหนด ห้ามนำออกมาใช้ก่อนเด็ดขาด     วิธีการเก็บออมเงินเหล่านี้สามารถเริ่มทำได้เลยไม่ต้องรอช้า แค่ต้องมีวินัยในตัวเองเท่านั้นครับ เพราะถ้ารีบเก็บเงินกันตั้งแต่ตอนนี้ อนาคตก็สามารถวางแผนต่อยอดเอาไปทำอะไรได้อีกเยอะ  
วิธีกำจัดมด ด้วยของใกล้ตัว

วิธีกำจัดมด ด้วยของใกล้ตัว

วางของกินไว้ทีไร เผลอแป๊บเดียวมดขึ้นทุกที ไม่ว่าจะในครัว โต๊ะกินข้าว โต๊ะทำงาน มดก็ขึ้นได้ทั้งนั้น อย่ารอช้าครับ! หาของใกล้ตัวมารีบกำจัดมดออกไปให้ไกลกันดีกว่า     กากกาแฟ เดี๋ยวนี้คนนิยมดื่มกาแฟกันมากขึ้น กากกาแฟจึงเป็นของทั่วไปที่หาได้ง่าย โดยเฉพาะตามร้านกาแฟที่สามารถขอได้ฟรี โดยแค่เรานำกากกาแฟมาโรยไว้ตามทางเดินมด แค่นี้กลิ่นของมันจะช่วยไม่ให้มดมากวนใจเราอีกเลย   แป้ง แป้งเด็กกลิ่นหอมอ่อนๆ นี่แหละครับที่มดไม่ชอบ เพราะกลิ่นของแป้งจะไปกลบกลิ่นที่มดใช้สื่อสารกัน แถมฝุ่นแป้งยังไปอุดรูหายใจของมดจนหายใจไม่ออก เพียงแค่เราโรยแป้งไว้บริเวณถังขยะ ขาโต๊ะ หรือรังมดขนาดเล็ก   น้ำสบู่ น้ำผสมกับสบู่เหลว ใส่ขวดสเปรย์ฉีดตามทางเดินมดให้ทั่วบริเวณ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ค่อยเช็ดออก อาจจะใช้น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาซักผ้าแทนสบู่ก็ได้ครับ   น้ำส้มสายชู+น้ำเปล่า น้ำส้มสายชูในครัวของเราสารพัดประโยชน์จริงๆ ครับ เพียงแค่นำมาผสมกับน้ำเปล่าในปริมาณเท่าๆ กันที่ 1:1 ใส่ขวดสเปรย์ฉีด หรือจะชุบฟองน้ำเช็ดตามทางเดินมดก็ได้   มะนาว+น้ำเปล่า กรดซิตริกในมะนาวจะช่วยไล่มดออกไปได้ครับ เพียงแค่นำน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่าอัตราส่วน 1:3  ใส่ขวดสเปรย์ฉีดพ่นตามพื้นผนังที่มดชอบเดินขบวนผ่าน   น้ำมันก๊าด+ขมิ้น ด้วยความที่มดมีประสาทการรับรู้กลิ่นที่ไวมาก วิธีนี้จึงค่อนข้างได้ผลดีที่เดียวครับ ก่อนอื่นให้เรานำขมิ้นมาตำให้ละเอียดหรือจะใส่โถปั่นก็ได้ ผสมกับน้ำมันก๊าด จากนั้นหาต้นตอรังมดให้เจอแล้วนำไปราดใส่เลยครับ มดจะหายไปแน่นอน   สิ่งของใกล้ตัวในบ้านของเรานั้นมีประโยชน์หลายอย่างทีเดียวครับ นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่าย ยังปลอดภัยต่อคนในครอบครัวอีกด้วย ลองติดตามวิธีการง่ายๆ เหล่านี้ได้ใน Infographic ของเรา รับรองว่าจะนำสิ่งดีๆ มาคอยอัพเดทกันอยู่เสมอครับ    
กำจัดปลวก ด้วยวิธีธรรมชาติ

กำจัดปลวก ด้วยวิธีธรรมชาติ

“ปลวก” ก็ย่อมรู้สึกหวาดผวาปลวกตัวร้ายนี้อย่างแน่นอน แม้จะมีช่างที่รับกำจัดปลวกโดยเฉพาะ แต่ราคาประมาณหลักหมื่นบาทก็ถือว่าไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว ฉะนั้นลองมาใช้วิธีจากธรรมชาติง่ายๆ กันดูก่อนครับ ปลอดภัย ราคาไม่แพงด้วย   นำเฟอร์นิเจอร์ไปตากแดด เป็นวิธีเบื้องต้นที่ง่ายที่สุด ให้นำเฟอร์นิเจอร์ที่ปลวกขึ้นไปตากแดดตรงๆ ทิ้งไว้ 3-5 วัน ให้เฟอร์นิเจอร์ของเราแห้งสนิท ปลวกก็จะหายไปเองครับ   สร้างกับดัก หาไม้กระดานหรือกระดาษแข็งที่จะใช้สร้างกับดักสักแผ่นนำมาพรมน้ำให้ชื้น แล้วนำไปวางไว้มุมที่คาดว่าปลวกจะอาศัยอยู่ ปล่อยทิ้งไว้สักพักใหญ่ค่อยกลับมาดูอีกที เมื่อปลวกรุมแทะแผ่นกับดักของเราพอสมควรแล้วก็รีบนำไปเผาทิ้งทันทีครับ วิธีนี้แม้จะไม้ได้ทำให้ปลวกถึงขั้นหายไปจากบ้านของเรา แต่ก็สามารถช่วยลดจำนวนลงได้พอสมควรเลยล่ะครับ   น้ำมันเปลือกส้มหรือน้ำมันสะเดา ลองหาซื้อน้ำมันเปลือกส้มหรือน้ำมันสะเดา นำมาทาลงบนเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ และนำไปหยอดตามรอยแตกของผนังอย่างสม่ำเสมอ สาร d-limonene ที่อยู่ในน้ำมันจะช่วยกำจัดปลวกได้ดี   เกลือ วัตถุดิบสามัญประจำครัวอย่างเกลือ นำมาผสมกับน้ำอุ่นในปริมาณเท่าๆ กัน คนให้ละลายเข้ากันดี แล้วนำไปฉีดตามจุดที่มีปลวกติดต่อกัน 3-4 วัน   พริกป่น สำหรับพื้นไม้ที่โดนปลวกแทะยังไม่มาก ให้ลองเทพริกป่นที่มีอยู่ในครัวบ้านเรานี่แหละครับ ลงไปตามร่องรอยไม้ที่โดนปลวกแทะได้เลย   น้ำส้มสายชู อีกหนึ่งของหาง่ายในครัวครับ ผสมน้ำส้มสายชูประมาณครึ่งถ้วยกับมะนาว 2 ลูก แล้วเทลงในขวดสเปรย์ นำไปฉีดพ่นบริเวณที่มีปลวก ทำวันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 3-4 วัน ปลวกก็จะหายไป   เลี้ยงไส้เดือนฝอย เป็นอีกครั้งที่เราแนะนำให้เลี้ยงสัตว์ เพื่อกำจัดแมลงบางชนิดครับ สำหรับการกำจัดปลวกนั้น เราขอแนะนำให้เลี้ยงไส้เดือนฝอย ซึ่งมีขนาดตัวเล็กกว่าปลวกเสียอีก ฟังดูอาจจะน่ากลัวสักนิดนะครับ แต่เจ้าไส้เดือนฝอยจะแทรกเข้าไปในตัวปลวกผ่านข้อต่อ เมื่อไส้เดือนเคลื่อนตัวสู่ช่องว่างในตัวปลวกก็จะปล่อยแบคทีเรียสร้างสารพิษเข้าสู่กระแสเลือดของปลวก ส่งผลให้ปลวกตายได้ภายใน 6 ชั่วโมง แต่ตัวไส้เดือนฝอยจะขยายพันธุ์ต่อไปได้ในอีก 3-4 วัน รอปลวกมาเป็นอาหารของมันใหม่อีกต่อไป   ลองสำรวจบ้านและเฟอร์นิเจอร์ของเราให้ดีครับ หากเจอปลวกเริ่มก่อตัวแล้วล่ะก็ ให้รีบหาทางกำจัดก่อนจะลุกลามจนพังบ้านของเรานะครับ    
มันมากับหน้าฝน ตะขาบเข้าบ้านทำอย่างไรดี

มันมากับหน้าฝน ตะขาบเข้าบ้านทำอย่างไรดี

ฤดูฝนเช่นนี้มักจะมีสัตว์มีพิษหรือแมลงต่างๆ ที่ไม่ได้รับเชิญหนีน้ำออกมาให้เราได้เห็นภายในบ้านของเราง่ายกว่าช่วงอื่น ซึ่งหนึ่งในสัตว์มีพิษร้ายแรงที่ว่าก็คือ “ตะขาบ” ที่โดยทั่วไปตะขาบอาศัยในที่มืดและอับชื้น และออกหากินในเวลากลางคืน เห็นตัวไม่ใหญ่โตแบบนี้ แต่พิษร้ายแรงจนเป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ได้เลยนะครับ   ผงกำจัดปลวก ผงกำจัดปลวกที่มีขายทั่วไป นำมาโรยให้รอบบ้าน รวมถึงรั้วบ้าน ตะขาบที่ถูกผงนี้เข้าก็จะตายไปในที่สุด แต่ให้ระวังเด็กกับสัตว์เลี้ยงอย่าให้ไปสัมผัสนะครับ จะเกิดอันตรายจากสารพิษได้ ปูนขาว เช่นเดียวกันกับผงกำจัดปลวกครับ นำไปโรยไว้ตามที่ตะขาบมักจะอาศัยอยู่ อย่างบนดินอ่อนๆ ที่มีความชื้น หรือตามกองใบไม้ทับถมกัน ปูนขาวจะดูดความชื้น ทำให้ตะขาบไม่ชอบแล้วหนีออกไปเอง หรืออาจจะเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการผสมสมุนไพรอย่างมะกรูด โดยใช้วิธีการคั้นน้ำจากผลมะกรูดผสมกับปูนขาวก็ได้เช่นกัน โซดาไฟ บ่อยครั้งที่เรามักพบว่าตะขาบมักจะขึ้นมาจากท่อระบายน้ำบริเวณบ้านหรือในห้องน้ำ ฉะนั้นให้ใช้โซดาไฟมาผสมกับ น้ำเทลงในท่อ ด้วยฤทธิ์กัดกร่อนกับความร้อนสูงของโซดาไฟ จะช่วยให้แมลงต่างๆ ไม่เข้ามาใกล้เลยครับ     สารกำจัดแมลง Stargle G อีกหนึ่งสารเคมีที่ใช้ในการกำจัดแมลง แต่มีความปลอดภัยมากกว่า เกษตรกรต่างประเทศนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยใช้งานด้วยการโรยทิ้งไว้รอบบริเวณบ้าน แถมยังได้ผลที่ดีด้วยครับ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ และเคมีทางการเกษตรทั่วไป Tick Tox Powder จริงๆ แล้วผลิตภัณฑ์ Tick Tox Powder ใช้สำหรับกำจัดเห็บหมัด ให้กับสุนัข แมว กระต่าย หรือหนูเลี้ยง แต่เราสามารถนำมาโรยรอบๆ ตัวบ้านจะช่วยกำจัดตะขาบได้ทั้งตัวเล็กและตัวโตได้ครับ กาวดักหนู กาวเหนียวๆ ที่อยู่บนกาวดักหนู นำไปวางตามมุมต่างๆ ในบ้าน นอกจากจะสามารถใช้ดักตะขาบให้ติดกับได้แล้ว ยังทำให้สัตว์ชนิดอื่นๆ ติดตามไปด้วยเช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นแมลง หรือสัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ แต่วิธีนี้จะใช้ได้เฉพาะกับตะขาบตัวเล็กนะครับ เพราะตะขาบตัวใหญ่จะสามารถสละขาที่ติดกาวออก แล้วยังเดินไปต่อได้ตามเดิม น้ำส้มควันไม้ น้ำส้มควันไม้นำมาผสมน้ำแล้วฉีดพ่น แต่ระวังอย่าให้เข้าตา หรือไปสัมผัสโดนผิวของเรานะครับ เพราะมีฤทธิ์เป็นกรดสูงทีเดียว โดยหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การเกษตร หรือร้านขายวัสดุก่อสร้างบางแห่ง เศษสบู่ เศษสบู่เล็กๆ ที่ใกล้จะหมดแล้วอย่าทิ้งนะครับ นำไปวางไว้บริเวณปากท่อระบายน้ำในห้องน้ำ หรือวางบนฝาปิดท่อน้ำ ไว้เลย ความลื่นและความเป็นด่างของตัวสบู่ทำให้แมลงไม่เข้าใกล้ เลี้ยงไก่ วิธีแบบบ้านๆ แต่เห็นผลได้ชัด หากเรามีพื้นที่เพียงพอในการเลี้ยงไก่นะครับ เพราะไก่เปรียบเสมือนคู่อริกับตะขาบ เลยล่ะครับ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ไก่มักจะชอบคุ้ยจิกกินจนพืชผักที่เราปลูกเอาไว้จนเสียหายได้   หน้าฝนก็ต้องดูแลทั้งตัวเองและคนในครอบครัวเป็นพิเศษหน่อยนะครับ ไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพ แต่ยังรวมถึงอันตราย จากสัตว์ร้ายต่างๆ ป้องกันไว้ก่อนจะเกิดอันตรายคือสิ่งที่ดีที่สุดครับ          
วิธีไล่หนูบนเพดานบ้าน

วิธีไล่หนูบนเพดานบ้าน

แขกที่ไม่ได้รับเชิญในบ้านเราหนึ่งในนั้นมักจะมี “หนู” สัตว์ฟันแทะ แถมยังขยันวิ่งอยู่บนฝ้าเพดานสร้างเสียงดังรำคาญ โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่วิ่งกันทีแทบนอนไม่ได้เลยใช่ไหมครับ คงไม่มีใครอยากเจอปัญหาแบบนี้แน่นอน เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญ ข้าวของพังเสียหายจากการโดนแทะแล้ว ยังเป็นพาหะนำโรค ซึ่งอันตรายมากด้วยนะครับ รีบกำจัดแบบไม่ต้องฆ่าให้รู้สึกบาปกันดีกว่าครับ   กรงดักหนู วิธีสุดคลาสสิกด้วยการนำกรงดักหนูพร้อมแขวนอาหารที่จะใช้เป็นเหยื่อล่อแขวนไว้ในกรง แนะนำให้วางมากกว่า 1 กรงนะครับ แล้วนำไปวางใต้เพดานบ้าน รอให้หนูติดกรงแล้วจึงนำไปทิ้งให้ไกลบ้าน แต่ระวังอย่าลืมทิ้งไว้นะครับ เพราะถ้าหนูตายคากรงแล้วล่ะก็ จะเกิดกลิ่นเหม็นเน่าติดไปอีกหลายวันเลย แผ่นปิดเชิงชายกระเบื้อง สำรวจว่าบริเวณชายกระเบื้องของบ้านเรามีช่องว่างรูโหว่ที่หนูสามารถมุดเข้ามาตรงไหนได้บ้าง แล้วทำการติดแผ่นปิดเชิงชายกระเบื้องปิดรูเหล่านั้นให้หมดเลยครับ เป็นการจัดการที่ต้นตอได้ดีทีเดียว เลี้ยงแมว วิธีง่ายๆ สไตล์ทาสแมว ด้วยสัญชาตญาณของเจ้าแมวที่เปรียบเสมือนเป็นโจทก์เก่ากับหนู ก็จะช่วยลดจำนวนของหนูลงได้จนหมดจากบ้านเราไป ทรายแมว บ้านไหนเลี้ยงแมวก็ย่อมต้องมีทรายแมวใช่ไหมครับ ซึ่งทรายแมวในกระบะที่เปื้อนฉี่ของน้องแมวแล้ว อย่าเพิ่งตักทิ้งนะครับ ลองเก็บใส่ถุงแล้วนำไปวางที่ใต้ฝ้าหลังคาหรือตามจุดที่หนูวิ่งผ่าน แค่กลิ่นก็ทำให้หนูไม่กล้าเข้าใกล้แล้วครับ น้ำมันสะระแหน่ หรือน้ำมันก๊าด นำน้ำมันสะระแหน่ น้ำมันก๊าด ใส่ในภาชนะเล็กๆ หรือจะใช้วิธีชุบสำลี แล้วนำไปวางกระจายหลายๆ แห่งตามใต้ฝ้าหลังคา จุดที่พบเจอหนูวิ่งผ่าน หรือแหล่งอาหารพวกเศษขยะ กลิ่นอันรุนแรงของตัวน้ำมันเหล่านี้จะช่วยให้หนูหนีไปเอง แต่ต้องคอยหมั่นเปลี่ยนน้ำมันบ่อยๆ นะครับ เพื่อให้ยังส่งกลิ่นฉุนอยู่ตลอด จุดประทัด นอกจากเรื่องของกลิ่นฉุนที่จะช่วยไล่หนูออกไปได้แล้ว ยังมีเรื่องของเสียงดังจากประทัดจะช่วยให้หนูที่มีธรรมชาติขี้ตกใจออกไปได้ เริ่มจากลองหารังของมันครับ แล้วจุดประทัดโยนไปบริเวณนั้น เมื่อเกิดเสียงดังจากประทัดนี่แหละครับจะทำให้หนูอพยพกันออกไป ผลิตภัณฑ์กำจัดหนู ทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์กำจัดหนูอยู่หลากหลายชนิดให้ได้เลือกใช้กัน ไม่ว่าจะเป็น สมุนไพรไล่หนู ก้อนไล่หนู แผ่นแปะไล่หนู สเปรย์ไล่หนู และเครื่องไล่หนูต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดหนูในบ้านด้วยวิธีง่ายๆ ลองเลือกใช้กันดูครับ   สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการป้องกันไม่ให้หนูเข้าบ้านนะครับ ง่ายๆ เลยคือทำความสะอาดบ้านไม่ให้มีขยะ โดยเฉพาะเศษอาหารที่เป็นแหล่งอาศัยชั้นดีของหนู รวมถึงพยายามอย่าให้กิ่งไม้โน้มถึงตัวบ้าน เพราะหนูจะไต่มาตามต้นไม้แล้วเข้าบ้านได้ แต่ถ้าหนูเข้าบ้านไปแล้วล่ะก็ อย่าลืมรีบกำจัดออกไปก่อนจะมีคนในบ้านล้มป่วยเพราะเชื้อโรคจากหนูนะครับ      
วิธีใช้ปลั๊กพ่วงอย่างไรให้ปลอดภัย

วิธีใช้ปลั๊กพ่วงอย่างไรให้ปลอดภัย

เกือบทุกบ้านต้องมีปลั๊กพ่วงไว้ใช้งานอยู่แล้ว แต่ทราบวิธีการใช้ที่ถูกต้องหรือยังครับ เพราะหลายครั้งหลายหนที่สาเหตุของการเกิดอัคคีภัยนั้นมาจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยเฉพาะจากการใช้ปลั๊กพ่วงผิดวิธี หรือการเสื่อมสภาพของตัวปลั๊กพ่วงนี่แหละครับ ฉะนั้นมาดูวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ     ปลั๊กพ่วงที่ดี ส่วนประกอบต้องครบ ก่อนจะเลือกซื้อปลั๊กพ่วงสักอันต้องดูส่วนประกอบเหล่านี้ให้ครบครับ สวิตช์เปิด-ปิด หากใช้ไฟฟ้าเกินกำหนดจะช่วยตัดกระแสไฟฟ้า เต้าเสียบ มีฉนวนหุ้มที่โคนขาปลั๊กทั้งสองขา เต้ารับ มีแรงดันไฟฟ้าที่กำหนดไม่เกิน 250 โวลต์  ควรทำจากทองแดงหรือทองเหลือง เพราะนำไฟฟ้าได้ดีกว่า สายไฟได้มาตรฐาน หุ้มฉนวน 2 ชั้น ฟิวส์ หรือ CB   ตรวจสอบสภาพก่อนใช้งาน ปลั๊กพ่วงต้องมีสภาพสมบูรณ์ก่อนการใช้งานทุกครั้ง หากมีร่องรอยชำรุดเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นฉนวนหุ้มสายไฟแตก ขาปลั๊กมีรอยไหม้ หรือเมื่อเสียบปลั๊กไฟแล้วมีประกายไฟขึ้น ขณะใช้งานมีเสียงดัง สายไฟร้อน ปลั๊กหลวม ฯลฯ ให้หยุดใช้งานแล้วเปลี่ยนปลั๊กพ่วงใหม่ได้เลยครับ อย่าเสียดาย เพราะเราต้องป้องกันก่อนจะเกิดอันตราย   ห้ามใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะ เช่น ตู้เย็น เครื่องทำน้ำเย็น ฯลฯ ควรจะเสียบกับเต้ารับจากไฟบ้านโดยตรงครับ หากเสียบกับปลั๊กพ่วงอาจทำให้เกินพิกัดกระแสไฟฟ้าที่ตัวเต้าจะรับได้ ซึ่งปกติแล้วจะอยู่ที่ 16 แอมป์ หรือ 2,600 โวลต์   ไม่พ่วงแล้ว พ่วงอีก ถ้าความยาวสายไฟไม่พอ ก็ลองหาตัวใหม่ที่มีความยาวเพียงพอกับการใช้งานครับ อย่าใช้วิธีพ่วงแล้ว พ่วงอีกต่อกันไปเรื่อยๆ เพราะจะทำให้ปริมาณไฟฟ้ารวมกันเกินขนาด เกิดความร้อนสูงจนอาจไปละลายสายทองแดงด้านในสายไฟทั้งสองเส้น แล้วเมื่อแตะกันก็จะเกิดลัดวงจรขึ้นครับ   ใช้งานแค่ชั่วคราวเท่านั้น ปลั๊กพ่วงถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานชั่วคราวเท่านั้นนะครับ ทำให้มีการเสื่อมสภาพเร็วกว่าเต้ารับตามบ้านทั่วไป ดังนั้นเมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็ควรดึงปลั๊กออกจากเต้ารับ ห้ามนำไปเดินสายแล้วติดกับผนังกลายเป็น และอย่าใช้งานจนเต็มทุกรู     อย่าลืมตรวจสอบปลั๊กพ่วงอย่างสม่ำเสมอ และใช้ให้ถูกวิธีนะครับ เพราะหากเกิดอัคคีภัยขึ้นมา จากประกายไฟเล็กๆ ที่เราคาดไม่ถึง อาจลุกลามไปทำลายทรัพย์สิน หรือถึงแก่ชีวิตได้ครับ      
วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน ง่ายๆ แต่ได้ผล

วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน ง่ายๆ แต่ได้ผล

ช่วงฤดูฝนเช่นนี้สัตว์ทั้งหลายมักจะหาที่หลบฝนหรืออพยพหนีน้ำขึ้นมาสู่พื้นที่สูงกว่า จึงเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงจะพบเจอสัตว์มีพิษมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะแมงป่อง ตะขาบ ฯลฯ โดยเฉพาะ“งู” ที่ชอบขดตัวอยู่ตามกิ่งไม้ หรือเข้าบ้านมาหลบตามมุมมืดที่เรามักมองไม่เห็น ถ้าไม่ระวังล่ะก็อันตรายถึงชีวิตเชียวนะครับ เพราะ ฉะนั้นเราควรหาวิธีป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีกว่าครับ   จำกัดขยะ  สาเหตุหนึ่งที่ทำให้งูเข้ามาบ้าน มาจากหนู กบ และสัตว์เล็กๆ ที่เป็นอาหารของงู เพื่อป้องกันไม่ให้งูเข้ามาหาอาหารในบ้านของเรา ก็ต้องกำจัดขยะโดยเฉพาะพวกเศษอาหารบ่อยๆ ไม่ปล่อยทิ้งเอาไว้ แล้วปิดปากถุงให้มิดชิดก่อนนำไปทิ้งให้เป็นที่เป็นทางจะช่วยไม่ให้หนูเข้าบ้านเราได้ หรือบ้านไหนเลี้ยงสัตว์ เช่น กระต่าย นก ลูกเจี๊ยบ ก็ควรทำกรงให้มิดชิด และช่วงกลางคืนให้คลุมตาข่ายตาถี่ๆ เพื่อป้องกันงูไว้ก่อน   ดูแลสวนอย่างสม่ำเสมอ  บ้านที่มีบริเวณในการปลูกต้นไม้จัดสวน อย่าปล่อยให้รกรุงรังนะครับ ต้องหมั่นตัดแต่งต้นไม้ให้มีแสงแดดลอดผ่านได้ เพราะงูมักจะชอบซ่อนตัวตามมุมอับชื้น ในอุณภูมิที่เหมาะสมสำหรับงู คือ ประมาณ 30 องศาเซลเซียส ความชื้นสูงประมาณ 95% และยังชอบใช้ใบไม้ เศษดินมาทำรัง ฉะนั้นหากเราหมั่นดูแลสวนของเรา นอกจากจะได้ความสวยงามอยู่เสมอแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ใช่มีงูเข้ามาทำรังอีกด้วยครับ   จัดระเบียบบ้าน ไร้มุมอับ  เช่นเดียวกันกับบริเวณสวนครับ งูชอบอยู่ตามมุมเงียบๆ ที่ไม่มีใครมารบกวน เช่น โพรงใต้บ้าน ใต้ฝ้าเพดาน หรือมุมที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ ดังนั้นลองจัดระเบียบบ้านดูใหม่ เพิ่มการใช้งานไม่ให้เกิดเป็นมุมอับที่ปล่อยไว้ หรือใช้น้ำมันก๊าด ราดไว้ตามมุมเหล่านั้น กลิ่นฉุนจะช่วยไม่ให้งูเข้าใกล้บริเวณนั้น   สร้างกับดัก กันไว้ดีกว่าแก้ครับ ก่อนที่จะมีงูเข้าบ้านเราก็ลองสร้างกับดักเพื่อไม่ให้งูเลื่อยผ่าน ไม่ว่าจะปลูกต้นไม้ที่มีหนามแหลมคม หรือจะเลือกใช้นวัตกรรมที่มีให้เลือกใช้ หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปครับ เช่น แผ่นกันงู ตาข่ายกันงู อลูมิเนียมกันงู ก้อนกันงู ฯลฯ   เลี้ยงสุนัข ธรรมชาติของงูจะเป็นสัตว์ที่ตกใจง่าย ประสาทสัมผัสจากแรงสั่นสะเทือนที่แม่นย้ำมาก ขณะเดียวกันสุนัขก็มักจะจับสิ่งแปลกปลอมได้อย่างว่องไว ความเคลื่อนไหวและเสียงของสุนัขจะทำให้งูหวาดกลัวอยู่อาศัยไม่ได้เอง     ทั้งนี้ถ้าพบเจองูอยู่ในบ้านของเราแล้วล่ะก็ ให้รีบโทรไปที่เบอร์ 199 โดยด่วนครับ หรือจะแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยท้องถิ่นก็ได้ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญมาจับงูออกไปครับ      
วิธีแก้ปัญหาน้ำฝนรั่วซึมเข้าบ้าน

วิธีแก้ปัญหาน้ำฝนรั่วซึมเข้าบ้าน

ฝนเทกระหน่ำเมื่อไรใจหายทุกที เมื่อเกิดอาการน้ำฝนรั่วซึมเข้าบ้านหรือแม้แต่คอนโดฯ ตามผนัง วงกบ หลังคา หรือแม้กระทั่งพื้นบ้าน หากปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายไม่ว่ามีเชื้อรา สีหลุดร่อน ไปจนถึงกระทบโครงสร้างบ้านกันเลยทีเดียว นอกจากจะเสียเวลาซ่อมแซมแล้ว ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายตามมาอีก ถ้าอย่างนั้นเรามารีบแก้ไขปัญหาน้ำฝนรั่วซึมเข้าบ้านก่อนจะบานปลายกันเถอะครับ   หลังคา เป็นส่วนหลักๆ ของบ้านที่จะต้องเผชิญกับแดด ลม ฝน เมื่อนานวันเข้าก็ย่อมมีการเสื่อมสภาพของวัสดุ เมื่อเกิดคราบน้ำบริเวณฝ้าเพดานภายในบ้าน แนะนำให้ลองดูบริเวณใต้หลังคา ซึ่งจะมีสาเหตุส่วนใหญ่ดังนี้ครับ   กระเบื้องหลังคามีการแตกร้าว เวลาฝนตกน้ำจึงเข้ามาภายในบ้านได้ง่ายมากๆ ก็ให้รีบเปลี่ยนกระเบื้องตรงจุดนั้นครับ   การติดตั้งหลังคาไม่เหมาะสม สาเหตุนี้เกิดได้จากหลายสิ่งครับ เช่น กระเบื้องยึดไม่แน่น ระยะซ้อนทับหลังคาไม่ถูกต้องตามชนิดของกระเบื้องหลังคา ความลาดเอียงน้อยเกินไปทำให้ฝนไหลย้อนเข้าใต้หลังคา กระเบื้องเผยอเพราะโครงสร้างเริ่มแอ่น หากเป็นเช่นนี้ต้องเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาดูให้จะดีกว่าครับ   พื้นดาดฟ้า บ้านไหนที่ไม่ได้มุงกระเบื้อง แต่เป็นพื้นคอนกรีตให้ลองเช็ครอยต่อระหว่างผนังกับดาดฟ้า หรือตัวพื้นคอนกรีตอาจมีร่องรอยการแตกร้าวน้ำจึงรั่วซึมผ่านทางนี้ได้ ให้หาวัสดุกันซึมที่มีคุณสมบัติปกปิดรอยแตกได้มาปิดตรงรอยแตกร้าว   รางน้ำฝน ตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอครับว่ามีเศษใบไม้ กิ่งไม้ร่วงลงมาทับถมจนรางน้ำฝนอุดตันหรือไม่ ทำความสะอาดครับ จะได้ไม่ขวางทางระบายน้ำ   ผนัง เป็นจุดที่พบการรั่วซึมของน้ำบ่อยที่สุด ซึ่งปัญหานี้สามารถพบเจอได้ทั้งในบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียม โดยมีสาเหตุหลัก เช่น   รอยร้าวจากปูนฉาบ ไม่ว่าผนังจะมีรอยแตกตรงกลางหรือรอยต่อตรงส่วนต่อเติม ก็ทำตัวการทำให้น้ำซึมผ่านผนังจนสีทาภายในพองตัวหลุดร่อน สามารถซ่อมแซมได้เองด้วยการใช้ปูนซีเมนต์สำหรับงานซ่อมหรือกาวโพลียูรีเทน ที่ผนังด้านนอกบ้านแล้วทากันซึมจึงทาสีทาบ้านทับอีกที ส่วนภายในบ้านก็ขูดสีที่พองออกก่อนแล้วจึงทาสีทับลงไปใหม่ตามวิธีที่ระบุไว้ข้างกระป๋องสี   รอยแตกตามขอบวงกบประตู-หน้าต่าง ให้อุดรอยด้วยซิลิโคนหรือกาวโพลียูรีเทน แต่หากรอยใหญ่มากจนเกินไปแนะนำให้เรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาเปลี่ยนประตู-หน้าต่างใหม่เลยจะดีกว่าครับ   พื้น ส่วนใหญ่จะเกิดกับบ้านรุ่นเก่าซึ่งมีระดับต่ำกว่าถนน เมื่อเกิดน้ำรั่วซึมผ่านรอยต่อระหว่างพื้น คาน และผนัง ก็ให้อุดช่องว่างด้วยกาวซิลิโคน กาวโพลียูรีเทน หากเอาไม่อยู่แล้วส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยก็เรียกช่างมาเลยครับ อาจจะต้องเทพื้นใหม่ให้สูงขึ้นกว่าเดิม หรือวิธีอื่นแล้วแต่ช่างจะพิจารณา   ก่อนจะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น ลองหาวันว่างเดินสำรวจให้รอบบ้านก่อนปัญหาน้ำฝนรั่วซึมจะเกิดขึ้นครับ เพราะเราสามารถหาอุปกรณ์มาป้องกันได้ก่อนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ครับ    
ไล่จิ้งจกไปให้ไกลบ้าน ง่ายนิดเดียว

ไล่จิ้งจกไปให้ไกลบ้าน ง่ายนิดเดียว

จิ้งจกแม้จะตัวเล็ก แต่สร้างความรำคาญใจให้หลายบ้านอยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ โดยเฉพาะขี้จิ้งจกที่ทำเอาเลอะเทอะตามซอกมุมเต็มไปหมด คงไม่มีใครชอบกันอย่างแน่นอน ถ้าอย่างนั้นลองมองหาสิ่งของใกล้ตัวในบ้านแล้วมาไล่จิ้งจกให้ไกลจากบ้านเรากันเถอะครับ   เปลือกมะนาว เรียกได้ว่าสารพัดประโยชน์จริงๆ ครับ สำหรับ “มะนาว” ที่สามารถนำมาปรุงอาหาร  ทำความสะอาด และยังนำมาไล่จิ้งจกได้อีกด้วย โดยใช้เปลือกที่เหลือไปถูบริเวณผนังและวางไว้ตามที่จิ้งจกอยู่ ความเป็นกรดของมะนาวจะทำให้เกิดการระคายเคือง แสบบนผิวของจิ้งจก ส่วนกลิ่นของมะนาวจะช่วยไล่มันออกไปได้   หัวหอม วิธีนี้อาจจะต้องเสียน้ำตากันบ้างนะครับ เพราะเราจะใช้วิธีหั่นหัวหอมหรือจะเป็นหอมแดงใส่ถ้วยไว้ และนำไปวางตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน กลิ่นฉุนจากสารกำมะถันในตัวของมันจะทำให้จิ้งจกไม่ล้าเข้าใกล้บริเวณนั้น   กระเทียม อีกหนึ่งวัตถุดิบจากก้นครัวในบ้านของเราครับ นั่นคือกระเทียมนำมาทุบหรือสับผสมกับน้ำใส่ในขวดที่มีหัวฉีดสเปรย์เขย่าให้เข้ากัน แล้วนำไปฉีดบริเวณที่จิ้งจกชอบอยู่และบริเวณผนังที่จิ้งจกชอบเกาะ กลิ่นจะช่วยไล่จิ้งจกได้   ลูกเหม็นและการบูร สำหรับวิธีนี้เรียกได้ว่าเป็นการไล่จิ้งจกที่ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ เพียงแค่นำลูกเหม็นหรือการบูรไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้านที่จิ้งจกชอบอยู่อาศัยหรือวิ่งผ่าน กลิ่นจะช่วยไล่ทั้งจิ้งจกรวมไปถึงตุ๊กแกเลยครับ   กากกาแฟกับผงบุหรี่ นำกากกาแฟผสมกับผงบุหรี่ เติมน้ำลงไปเล็กน้อย แล้วนำไปโรยไว้ตามทางที่จิ้งจกชอบผ่าน หรือซอกมุมต่างๆ ของบ้าน บางตัวได้กลิ่นก็จะหนีไปเอง หรือหากจิ้งจกเผลอไปกินเข้าก็อาจทำให้ตายได้ครับ   น้ำมันก๊าด เพียงแค่ฉีดพ่นน้ำมันก๊าดลงไปบริเวณที่มีจิ้งจกหรือตุ๊กแกชอบผ่าน กลิ่นฉุนจะช่วยให้ไล่ออกไปได้ แต่หากกลิ่นแรงเกินไปก็สามารถนำไปผสมน้ำก่อนแล้วค่อยฉีดก็ได้ครับ   เลี้ยงแมว ข้อนี้สำหรับเหล่าทาสแมวโดยเฉพาะเลยครับ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเจ้าแมวนั้นชอบไล่จับจิ้งจก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้จิ้งจกกลัวและไม่กล้าเข้ามาภายในบ้านนั่นเองครับ   วิธีง่ายๆ ที่สามารถหาของได้ทั่วไปจากในบ้านของเราเอง ลองเอาไปทำตามดูนะครับ  
แต่งคอนโดให้สวยโดนใจในแบบ Minimal ด้วย Koncept Furniture

แต่งคอนโดให้สวยโดนใจในแบบ Minimal ด้วย Koncept Furniture

ถ้าพูดถึงการตกแต่งบ้านแบบ “Minimal Style” เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินจนคุ้นหูกันมาแล้ว ปัจจุบันเทรนด์แบบ Minimalist ก็เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เริ่มตั้งแต่เทรนด์แฟชั่นการแต่งตัวจนเข้ามาถึงวิถีการใช้ชีวิตในแต่ละวัน พอเราเริ่มมีบ้านใหม่ของตัวเองหรือซื้อคอนโดใหม่ซักห้องก็อยากจะมีห้องสวยๆ ให้สอดคล้องกับ Lifestyle ส่วนตัวในรูปแบบ Minimal จริงมั้ยคะ   แล้ว “Minimalist” คืออะไร ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำว่า “Minimal Style” กันซักหน่อยว่าคอนเซปต์ของสไตล์แบบนี้คือ ความเรียบง่าย การใช้ข้าวของน้อยชิ้นแต่เน้นที่ประโยชน์ใช้สอย หรือเลือกตามความจำเป็น ลวดลายหรือ Pattern ที่ใช้จะเน้นลายเส้นที่เรียบตรงหรือสีพื้น ซึ่งส่วนใหญ่คนมักจะเข้าใจว่า การแต่งตัว หรือตกแต่งบ้านในแบบ Minimal จะต้องเน้นเป็นโทนสีขาว-ดำ หรือ โมโนโทน เท่านั้น แต่การที่จะเลือกเติมสีสันอื่นๆ เข้าไปบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไรนะคะ บางทีอาจจะทำให้น่าสนใจมากขึ้นก็ได้ลองเลือกสีโทนชมพูอมส้ม (Live Coral) ที่เป็นสี pantone ของปี 2019 นี้เพิ่มเข้าไปบ้าง เชื่อว่าห้องหรือคอนโดของเราต้องน่าสนใจอินเทรนด์ขึ้นอีกไม่น้อยเลยทีเดียว       มาจัดบ้านในแบบ Minimal ด้วยเฟอร์นิเจอร์ Koncept กันเถอะ อย่างแรกเลยการแต่งบ้านในสไตล์ Minimal จะเน้นเฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็น ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนที่สามารใช้สอยประโยชน์ได้มากกว่า 1 อย่าง หรือที่เรียกว่า multi-function ควรเล็งไว้ก่อนเลยค่ะ โดยเฉพาะชั้นเก็บของ (Shelf) หรือเตียงนอนที่มีที่เก็บของได้อย่างมิดชิดก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย สิ่งต่อไปคือ “สไตล์” และ “ดีไซน์” ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ เพราะเราจะเน้นเครื่องใช้ที่มีดีไซน์ที่เรียบๆ แต่ถ้างานโลหะให้ความรู้สึกแข็งทื่อเกินไป เราแนะนำให้ลองเลือกเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือลายไม้แบบเรียบๆ ดู ซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศภายในห้องรู้สึกอุ่นขึ้นได้ค่ะ ที่ Koncept เค้ามีเซ็ตเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับสไตล์ Minimal ให้เลือกเยอะเลยค่ะ เรามีไอเดียคร่าวๆ มาฝากเผื่อใครที่สนใจจะได้ลองเล็งเอาไว้ก่อน   เฟอร์นิเจอร์ชุด Melona ดีไซน์เรียบง่ายในโทนสีขาวนอกจากฟังก์ชั่นจะโดนแล้ว ลองเพิ่มมิติให้กับส่วนต่างๆ เพิ่มเติม ด้วยของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ที่มีสีโดดเด่นเข้าไปบ้างห้องก็น่าสนใจขึ้นเยอะเลย   ห้องครัวก็ Minimal ได้นะคะ ไม่ได้ทำครัวก็ไม่ต้องมีของเยอะ แค่มีเคาน์เตอร์ลายไม้เล็กๆ ก็เพียงพอแล้ว เพิ่มโต๊ะกินข้าวอีกหน่อยก็ลงตัวเหมาะกับคอนโดในปัจจุบันมากๆ   Patinal Lepino เป็นอีกชุดที่เหมาะมากด้วยลายไม้สีอ่อนทำให้บรรยากาศในห้องอุ่นขึ้น แล้วดีไซน์ก็เรียบเท่แบบแมนๆ หน่อย ลองเลือกโคมไฟสวยๆ หรือเพิ่มปลอกหมอนสีตัดกันอีกนิด ห้องก็สวยได้ง่ายๆ แล้ว   อีกสิ่งสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับการคงความเป็น Minimalist ไว้ก็คือ การจัดการกับข้าวของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ เพื่อให้บรรยากาศภายในคอนโดดูเรียบร้อย สะอาด และเป็นระเบียบอยู่ตลอดเวลา เราควรเลือกจัดเก็บของอย่างเป็นระบบ สิ่งของที่เหลือใช้และไม่จำเป็น ควรจะทิ้งหรือนำไปบริจาค ส่วนข้าวของที่มีอยู่ก็ควรจัดเก็บให้เป็นระเบียบ โดยการซ่อนไว้ในตู้ที่มิดชิดบ้าง หรือจัดมุมเก็บของให้เป็นสัดส่วน อย่าลืมว่าวิถีแบบ Minimal มักจะมีของใช้น้อย และใช้ชีวิตให้เรียบง่ายเข้าไว้ค่ะ   ชั้นเก็บของและชั้นวางทีวีไม้สไตล์โมเดิร์นนิดๆ ดีเทลไม่เยอะ ตรงตามคอนเซปต์ minimal เลย ทีนี้ก็จะได้พื้นที่เก็บของที่เป็นระเบียบแล้ว   เฟอร์นิเจอร์ชุด Urbani Peco ก็เป็นอีกชุดที่ตอบโจทย์สไตล์ Minimal ได้ดีเลย แถมชุดเดียวครบทั้งห้องนั่งเล่น ลงตัวและเข้ากันได้กับทุกสีห้อง   แต่ไม่ว่าจะเป็นคอนโดใหม่ที่มีห้องโล่งๆ รอการแต่งเติม หรือแม้แต่คอนโดที่เราตกแต่งเสร็จเข้าอยู่แล้วการจะเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ยกเซ็ตจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ และใช้งบประมาณบานปลายเกินไปมั้ย บอกเลยว่าไม่ต้องกังวลจนเกินไปค่ะ เพราะตอนนี้ Koncept ฉลองครบรอบ 20 ปี อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการจัดโปรโมชั่นเด็ด “20 ปี 20 เซ็ต ราคาเดียว 20,000 บาท” ไม่ว่าจะห้องนั่งเล่น ห้องนอน มุมทำงาน มุมกินข้าว เค้าก็มีเซ็ตเฟอร์นิเจอร์สวยโดนใจให้เลือกหลากหลายสไตล์ เฟอร์นิเจอร์ลายไม้ที่จะมาทำให้คอนโดเรามีสไตล์ Minimal ก็มีที่น่าสนใจหลายชิ้นเลย เสร็จแล้วแอบเพิ่มหมอนอิงสี Live Coral หรือเปลี่ยนสีผ้าม่านซักนิด รับรองว่าจะเหมือนได้ห้องใหม่เลยแหละ แถมอยู่ในงบสบายกระเป๋าอีกด้วย จ่ายแค่ 20,000 ก็ได้เฟอร์นิเจอร์ยกเซ็ตกันไปเลย ง่ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้วววว หาเวลาว่างเข้าไปดูโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่ Koncept Furniture ทุกสาขา   https://youtu.be/uW1EtiNjaMY  
ถอดรหัสกระแสบ้านอัจฉริยะ

ถอดรหัสกระแสบ้านอัจฉริยะ

“อีไอซี ประเมินว่า นวัตกรรมใหม่ๆ ของอุปกรณ์ Smart home จะมีส่วนช่วยให้ชีวิตประจำวันของผู้คนมีความสะดวกสบายมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และในระยะเวลาอันสั้นราคาของอุปกรณ์เหล่านี้จะสามารถจับต้องได้มากขึ้น โดยมีแรงกดดันจากการเข้ามาในตลาดของผู้เล่นรายใหญ่จากประเทศจีน”   ท่ามกลางกระแสการพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนคำหลายๆคำกลายเป็น buzzwords ยอดฮิตไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นBlockchains, Big data, AI, Machine learning, 3D printing, Internet of Things (IoTs) และอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อเราในหลากหลายมิติ และองค์ประกอบที่แตกต่างกันออกไป หลายเทคโนโลยีดังกล่าวอาจจะฟังดูไกลตัวสำหรับบางคน แต่หนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังเป็นที่นิยมและจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของทุกคนอย่างมีนัยสำคัญ คือ การประยุกต์แนวคิด “Internet of Things” มาใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่อยู่รอบตัวเรา โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่อยู่ภายในบ้าน หรือที่เรียกว่า “Smart home” บ้านอัจฉริยะ นั่นเอง   ย้อนไปไม่ถึง 10 ปี คอนเซ็ปท์บ้านอัจฉริยะอาจจะยังฟังดูเหมือนเรื่องในนิยายไซไฟอยู่เลย แต่ในปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้กลายเป็นสินค้าที่วางขายทั่วไปในท้องตลาด ซึ่งหลายๆชิ้นก็มีราคาถูกลงมามากจนผู้บริโภคทั่วไปสามารถเอื้อมถึง จากการประเมินของ IDC สถาบันวิจัยด้านการตลาดของสหรัฐฯระบุว่า จำนวนอุปกรณ์ Smart home ของโลก จะเติบโตประมาณ 31% ในปี 2018 หรือประมาณ 644 ล้านเครื่อง  โดย IDC คาดการณ์ว่า ภายในปี 2022 จำนวนของอุปกรณ์เหล่านี้จะเติบโตไปถึงเกือบ 1,300 ล้านเครื่อง ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ซึ่งหากคำนวณเป็นมูลค่าแล้ว เราจะเห็นได้จากการประเมินมูลค่าตลาดของ Smart home ทั่วโลก จัดทำโดย A.T. Kearney ที่คาดการณ์ว่า ในปี 2025 ตลาด Smart home จะมีขนาดกว่า 263,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การศึกษายังระบุอีกว่า Smart home ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ใน 2 หมวดหลัก ๆ นั่นก็คืออุปกรณ์ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต และอุปกรณ์ที่ตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัย   ปัจจุบันผู้ประกอบการในวงการอสังหาริมทรัพย์ มีการนำอุปกรณ์ Smart home มาใช้มากขึ้น เพื่อเป็นจุดขายในการตลาด เพราะการยกระดับคุณภาพชีวิตลูกค้าให้สะดวก ปลอดภัย สนุกสนาน และมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพของลูกค้า เป็นสิ่งที่สำคัญมากในเวลานี้   จากการสำรวจข้อมูลโดย Statista บริษัทวิจัยด้านการตลาดของเยอรมนี ระบุว่าสหรัฐฯ จัดเป็นประเทศที่มีการใช้อุปกรณ์ Smart home มากที่สุดในโลก โดย Home automation มีสัดส่วนมากที่สุด ตามมาด้วยอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัย รองลงมาคือ สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ตามลำดับ โดยพบว่าการใช้งาน Smart home ส่วนใหญ่ เน้นไปในเรื่องการเพิ่มความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางในไทย โดยเราจะเห็นได้ว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายราย เช่น แสนสิริ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และ เอพี ไทยแลนด์ ต่างลงทุนในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีอุปกรณ์ Smart home ติดตั้งมาพร้อมกับตัวบ้านให้กับลูกค้า โดยอุปกรณ์ที่เริ่มมีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้น คือ Smart mirror กระจกอัจฉริยะ ที่สามารถ เปิดเพลง ดูวีดีโอจากโทรศัพท์ มีหน้าปัดแสดงเวลา บอกอุณหภูมิ หรือมี Bluetooth เพื่อใช้คุยโทรศัพท์ได้ และ อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่กำลังมาแรงอย่างมาก ก็คือ Smart speaker หรือ ระบบการสั่งงานด้วยเสียง ที่เป็นเสมือนตัวเชื่อมกับอุปกรณ์ IoT อื่น ๆ ภายในบ้าน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวของเจ้าของบ้าน หรือที่เรียกว่าVirtual assistant ในปัจจุบันผู้ผลิตอุปกรณ์ Smart home ต่างพัฒนาอุปกรณ์ให้สามารถเชื่อมต่อกับ Smart speaker กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Amazon Echo หรือ Google Home เป็นต้น   อีไอซีวิเคราะห์ 3 ปัจจัยสำคัญทางการแข่งขันที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ใช้ในการนำอุปกรณ์ Smart home มาปรับใช้กับที่อยู่อาศัยได้แก่ 1. การเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน (Embedded into everyday life) 2. สิ่งที่ทำให้เกิดความประทับใจ (Wow factors) และ 3. การบริการหลังการขาย (Aftersales service)   ยกตัวอย่างเช่นการเชื่อมอุปกรณ์ Smart home ต่าง ๆ ให้สามารถ monitor ได้ จาก Smartphone ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมเรื่องความปลอดภัย การบริหารการใช้พลังงานภายในบ้าน เช่น ระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า และการบริหารด้านเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เช่น การเชื่อมจอของ Smartphone เข้ากับทีวี หรือ Smart mirror ในห้องน้ำเพื่อให้สามารถรับชมรายการที่เรากำลังติดตามอย่างไม่มีสะดุด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการพยายามเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้อยู่อาศัยให้ได้มากที่สุด รวมถึงเป็นการสร้าง Wow factors เพื่อใช้เป็นจุดขายในการโปรโมทสินค้า   ในขณะเดียวกัน เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือแม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ อย่างผ้าม่าน ล้วนต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผู้พัฒนาโครงการจึงให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขายมากขึ้น ความสามารถของเทคโนโลยีถูกนำมาใช้ในการ monitor การใช้งานของเครื่องใช้เหล่านี้ เพื่อเชื่อมต่อกับการบริการซ่อมบำรุง ทำให้เกิดความสะดวก และยืดอายุการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น การแจ้งเตือนการซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศผ่าน Smartphone พร้อมบริการเรียกช่างให้มาล้างทำความสะอาดเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม   อย่างไรก็ดี ในการนำฟังก์ชันต่าง ๆ ของ Smart home มาใช้ ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงความกังวลใจเรื่อง ความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค (consumer privacy) โดยมีการอธิบายวิธีการเก็บข้อมูลและนำข้อมูลมาวิเคราะห์อย่างมีขั้นตอน พร้อมทั้งการตั้งค่าการลบข้อมูลที่ลูกค้าไม่ต้องการให้ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ผลสำรวจจาก Parks Associates บริษัทชั้นนำด้านการวิเคราะห์ตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้บริโภคกว่า 80%มีความต้องการใช้อุปกรณ์ Smart home มากขึ้น และเชื่อว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของพวกเขาภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่นำอุปกรณ์ Smart home มาใช้จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการอธิบายเรื่องการจัดเก็บข้อมูลเหล่านี้อย่างจริงจังกับผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจใช้งาน   อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึงสำหรับการนำอุปกรณ์ Smart home มาติดตั้งให้กับผู้บริโภค คือ ช่วงอายุของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย โดยผลสำรวจจาก Gfk Smart home study 2018 ระบุว่า ในสหรัฐฯ ผู้ใช้งานอุปกรณ์ Smart home ในกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี ส่วนใหญ่ชอบเลือกอุปกรณ์ Smart home และติดตั้งด้วยตัวเอง เพราะมองว่าสะดวกกว่าในการดูแลรักษา อีกทั้งยังมีทางเลือกที่มากกว่า ในขณะที่กลุ่มที่มีอายุเกิน 40 ปีขึ้นไป ชอบที่ Smart home มีการติดตั้งมาพร้อมกับตัวบ้าน โดยผลสำรวจยังระบุอีกว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการ ให้ระบบของอุปกรณ์ Smart home หลาย ๆ ชิ้น ที่อาจจะมาจากผู้ผลิตต่างแบรนด์ สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้ (standardized communication) ซึ่งในปัจจุบัน อุปกรณ์ต่างแบรนด์ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำได้   หากมองไปในระยะถัดไป อีไอซีมองว่า 4 เทรนด์หลักที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาตลาด Smart home ทั่วโลก รวมถึงในไทยด้วย ได้แก่ 1. การบำรุงรักษาแบบคาดคะเน (Predictive maintenance) 2. การสั่งงานด้วยเสียง (Voice command) 3. การคาดการณ์แนวโน้มพฤติกรรม (Behavior prediction) และ 4. Smart home ในราคาที่จับต้องได้ (Affordable Smart home)   1.การบำรุงรักษาแบบคาดคะเน (Predictive maintenance) หมายถึง การติดตั้งระบบที่สามารถ monitor การเปลี่ยนแปลงของเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้านได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หรือแม้กระทั่งเครื่องวัดคุณภาพอากาศ (Air quality monitor) เพื่อแจ้งเตือนให้ทำความสะอาดในบริเวณที่เริ่มสกปรกและมีฝุ่น ซึ่งการติดตั้งระบบดังกล่าวนี้ช่วยให้ปัญหาการซ่อมบำรุงลดลง เพราะเจ้าของบ้านสามารถรู้สถานะก่อนที่เครื่องใช้ต่างๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนหรือรอการแก้ไข   2.การสั่งงานด้วยเสียง (Voice command) ในเวลานี้ การสั่งงานด้วยเสียงต้องมีความสะดวกและง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น (User-friendly) โดย command language ที่ใช้กับ Smart speaker ต้องสามารถเข้าใจวิธีการสั่งงานด้วยคำพูดที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ (near human-like natural language processing) และที่สำคัญต้องสามารถสื่อสารด้วย  สำเนียงหรือวิธีการพูดที่หลากหลาย โดยในปัจจุบันมีStartup ในไทย พัฒนา Smart speaker ที่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทยแล้ว บริษัทวิจัยตลาดชื่อดัง Comscore ได้ประเมินตัวเลขการ search online ทั่วโลกไว้ว่า ภายในปี 2020 50% ของการ search จะเป็นการ search ด้วยเสียง   3.การคาดการณ์แนวโน้มพฤติกรรม (Behavior prediction) การประยุกต์ใช้ Artificial Intelligence (AI) เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยภายในบ้านเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับอุปกรณ์ Smart home โดยพฤติกรรมเหล่านี้จะถูกนำมารวมกันเป็นกลุ่มและจัดระบบเป็น Timeline ในการทำงาน ยกตัวอย่างเช่น หากเจ้าของบ้านขับรถเข้าถึงซอยบ้านอาจจะมีการแจ้งเตือนมาทาง Smartphone ว่าเจ้าของบ้านมีความต้องการที่จะเปิดไฟหน้าบ้าน และเปิดเครื่องปรับอากาศในพื้นที่ที่คาดว่าจะถูกใช้งาน รวมไปถึงเตรียมเปิดรายการทีวีที่ชื่นชอบรอไว้ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถทำกิจวัตรที่ต้องการได้ทันทีที่เข้ามาถึงบ้าน   4.Smart home ในราคาที่จับต้องได้ (Affordable Smart home) การเข้ามาในตลาด Smart home ของผู้เล่นรายใหญ่จากประเทศจีน เช่น Xiaomi และ Alibaba ที่ต่างมี  อุปกรณ์ไฮเทคมากมายวางขายในท้องตลาด โดยสินค้าส่วนใหญ่มีราคาเพียงหลักร้อย หรือหลักพัน ทำให้ตลาด Smart home ทั่วโลกคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนแบ่งตลาด Smart speaker ของโลก ของเจ้าตลาด อย่าง Amazon ลดลงถึงครึ่งหนึ่ง (จากประมาณ 80% มาอยู่ที่ประมาณ 40%) ในปี 2018 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าในอนาคตข้างหน้าการแข่งขันด้านราคาจะทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงอุปกรณ์เหล่านี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น     ในประเทศไทย กระแสบ้านอัจฉริยะเริ่มจากการค่อย ๆ เข้ามาจับลูกค้าชนชั้นกลางที่มีรายได้และมีกำลังซื้อ ความร่วมมือใหม่ ๆ ระหว่างเจ้าของเทคโนโลยีกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ร่วมกันสร้างโครงการที่อยู่อาศัยอัจฉริยะ รวมไปถึงพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อดูแลระบบเพื่อใช้ในการดูแลภายในโครงการและในบ้าน   จากผลสำรวจข้อมูลผู้บริโภคของอีไอซี จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ จำนวน 7,701 คน พบว่า Smart home จะกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญมากขึ้น ในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยุคใหม่ และเมื่อวิเคราะห์ถึงประเภทของอุปกรณ์ที่ผู้บริโภคสนใจ จะพบว่าราว 77% ของผู้ตอบแบบสำรวจอยากให้มีระบบเตือนภัยอัจฉริยะภายในที่พักอาศัย ในขณะที่ราว 73% ต้องการให้มีระบบช่วยควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าและจัดการพลังงานภายในบ้านเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค   เป็นที่แน่ชัดว่า ในอนาคต Smart home จะกลายเป็น new normal เราจะเห็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ถูกนำมาใช้มากขึ้นในตลาดไทย อุปกรณ์ Smart home กำลังจะก้าวผ่านการเป็นเพียงอุปกรณ์ยอดฮิตอย่าง Smart TV และ กล้องวงจรปิด ไปสู่อุปกรณ์อื่น ๆ อีกมากมาย และในไม่ช้าสินค้าเหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างไม่ทันตั้งตัว        
ตรุษจีนนี้ ทำความสะอาดบ้านต้อนรับความเฮง

ตรุษจีนนี้ ทำความสะอาดบ้านต้อนรับความเฮง

เทศกาลตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของจีน ถือเป็นฤกษ์มหามงคลสำหรับครอบครัวเชื้อสายจีน ที่ก็มักจะปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมที่สืบต่อกันมา ซึ่งช่วงก่อนจะตรุษจีนนี้มีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า เราจะต้องทำความสะอาดบ้าน เพื่อขจัดสิ่งอัปมงคลของปีที่ผ่านมาทิ้งไป เปิดพลังงานต้อนรับโชคลาภ สิ่งดีๆ ให้เข้ามาไหลเวียนในชีวิตตลอดทั้งปี ในทางกลับกันช่วงตรุษจีนเราจะไม่ทำความสะอาดบ้านกันนะคะ เพราะจะไปกวาดเงินกวาดทองออกจากบ้านไปเสียหมด เราจึงเอาเคล็ดลับการทำความสะอาดบ้านต้อนรับความเฮงมาฝากกันค่ะ   หน้าบ้าน เริ่มกันตั้งแต่หน้าบ้านเลยค่ะ เพราะเป็นจุดเริ่มแรกในการต้อนรับความเฮง ปัดกวาด เช็ดถู อย่าให้อะไรมาขวางทางเดินนะคะ จะได้ไม่มีอะไรมาขัดโชคลาภให้เข้ามา   ห้องนอน อีกหนึ่งห้องที่มีความสำคัญมากในบ้านของทุกคน ให้ทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนให้สะอาด กำจัดฝุ่น พยายามทำให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก จะช่วยทั้งด้านเสริมความสัมพันธ์ที่ดีของคนในบ้าน และสุขภาพด้วยค่ะ   ห้องน้ำ ห้องน้ำถือเป็นอีกหนึ่งห้องที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค จึงต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ อะไรที่ไม่ได้ใช้แล้วให้ทิ้งไปค่ะ อย่าเก็บกองๆ เอาไว้ ตามความเชื่อก็เพื่อปัดเป่าพลังงานด้านลบให้ออกไปจากบ้านเราค่ะ   ห้องครัว อยากจะเรียกโชคลาภทรัพย์สินให้เข้าบ้านต้องโฟกัสกันที่ห้องครัวเลยค่ะ เริ่มจากทำความสะอาดจาน-ชาม เก็บให้เรียบร้อยเป็นระเบียบ ใบไหนที่มีรอยร้าว รอยบิ่นให้ทิ้งไปค่ะ ไม่ต้องเสียดาย เพราะเชื่อว่าจะนำความอัปมงคลมาให้ การงานก็แย่ตามไปด้วย   เพียงเท่านี้ นอกจากบ้านของเราจะสะอาดเอี่ยมน่าอยู่ แถมได้โชคลาภ เสริมความเฮงจากความเชื่อที่เกี่ยวกับวันตรุษจีนนี้ด้วยนะคะ        
ทิศเด่น ตำแหน่งบ้านปัง ปี 62

ทิศเด่น ตำแหน่งบ้านปัง ปี 62

ที่อยู่อาศัยกับความเชื่อด้านฮวงจุ้ยเป็นของคู่กันมายาวนาน มีทั้งบ้านที่ทำฮวงจุ้ยแล้วเจริญรุ่งเรืองขึ้นทันตาเห็น และแบบที่ทำแล้วไม่เกิดผลอะไรเลยก็มีให้เห็น สาเหตุหลักของปัญหานี้ อ.ธนากร ตันอาวัชนการ (ซินแซมังกร) บอกเอาไว้ว่าเกิดจากการใช้เข็มทิศวางตำแหน่งแบ่งทิศไม่ถูกต้อง ซึ่งในบทความนี้เรามีวิธีดูอย่างง่ายๆ มาฝากกันค่ะ   Cr.ภาพจากหนังสือ เสริมดวงชะตาประจำปี 2562 อ.ธนากร ตันอาวัชนการ   ทิศทางของฮวงจุ้ยจะแบ่งออกเป็น 8 ทิศ ทิศละ 45 องศา รวมกันเป็นวงกลม 360 องศาพอดี ซึ่งถ้านับวนไปตามเข็มนาฬิกาก็จะได้แก่ ทิศใต้-ทิศตะวันตกเฉลียงใต้-ทิศตะวันตก-ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ทิศเหนือ-ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ทิศตะวันออก-ทิศตะวันออกเฉียงใต้   Cr.ภาพจาก Application Compass 360 Pro   เอาแบบง่ายๆ เลยนะคะ ถ้าเราจะลองดูทิศทางฮวงจุ้ยในบ้านของเราด้วยตัวเอง ให้ตัวเรายืนอยู่กลางบ้านหรือถ้าอยู่คอนโดฯ ก็ยืนกลางห้องแล้วถือเข็มทิศ (โหลด App เข็มทิศในสมาร์ทโฟนก็ได้ค่ะ) โดยปกติแล้วเข็มทิศจะชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ จากนั้นเราก็หมุนตัวเข็มทิศ ให้ชี้ตรงกับตำแหน่ง N (ตัวอย่างภาพด้านบน) จากนั้นก็แบ่งทิศของบ้านเราไปตามทิศทางฮวงจุ้ยทั้ง 8 ทิศ แบบภาพตัวอย่างแรกค่ะ     โดยตำแหน่งทั้ง 8 ทิศ ประจำปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 11.28 น. ไปจนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 7.18 น. จะตรงกับนักษัตรกุน หรือเป็นปีหมูไม้ นั่นเองค่ะ ซึ่งสรุปทิศที่ดีและไม่ดี ดังนี้   ทิศมงคล : กลางบ้าน, ทิศตะวันออก, ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ, ทิศเหนือ ทิศอัปมงคล : ทิศตะวันออกเฉียงใต้, ทิศใต้, ทิศตะวันตกเฉียใต้, ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศมงคลและอัปมงคล : ทิศตะวันตก (มีทั้งดีและร้าย)   ตามความเชื่อแล้วในทิศอัปมงคลเราสามารถแก้ไขให้อ่อนแรงลงได้ ขณะเดียวกันในทิศมงคลก็เสริมให้ดียิ่งขึ้นไปได้เช่นกันค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ทิศมงคลตะวันตกเฉียงเหนือ ให้วางปี่เซี๊ยะหยกคู่, ทิศมงคลเหนือให้วางเจดีย์บนฐานหยินหยาง เป็นต้น     Cr.ข้อมูลจากหนังสือ เสริมดวงชะตาประจำปี 2562 อ.ธนากร ตันอาวัชนการ        
รื้อถอนอาคาร ต้องรู้อะไรบ้าง?

รื้อถอนอาคาร ต้องรู้อะไรบ้าง?

ถ้าใครลองสังเกตอาคารขนาดเล็กอย่างพวก อาคารพาณิชย์ ทาว์นเฮ้าส์ ตามถนนสายต่างๆ ในบ้านเราดูก็จะเห็นว่า หลายอาคารเลยค่ะที่มีสภาพเก่าทรุดโทรม บางอาคารก็ปล่อยทิ้งร้างขาดคนดูแล เมื่อถึงเวลาก็ย่อมต้องทำการรื้อถอนก่อนจะพังลงมา ซึ่งถือว่าอันตรายมากนะคะ เพราะส่วนมากอาคารเหล่านี้จะอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีคนพลุกพล่านอยู่เกือบตลอดเวลา และก็มีไม่น้อยเช่นกันที่เกิดอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิต วันนี้เราจึงนำขั้นตอนการรื้อถอนอาคารที่ถูกต้องมาให้ดูกันทีละขั้นตอนค่ะ    ก่อนอื่นเลยเรามาดูกันค่ะว่า อาคารที่ต้องขออนุญาตก่อนการรื้อถอนนั้นเป็นอย่างไร พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แก้ไขโดย พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 มาตรา 22 บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดจะรื้อถอนอาคารดังต่อไปนี้ ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ท้องถิ่นหรือแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นและดำเนินการตามมาตรา 39 ทวิ   1.อาคารที่มีส่วนสูงเกินสิบห้าเมตร ซึ่งอยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือท่ีสาธารณะน้อยกว่าความสูงของอาคาร   2.อาคารที่อยู่ห่างจากอาคารอื่นหรือที่สาธารณะน้อยกว่าสองเมตร ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า   กรณีอาคารสูงเกิน 15 เมตร หากอยู่ห่างจากอาคารอื่นๆ หรือที่สาธารณะน้อยกว่าระยะความสูงของอาคารจะต้องขออนุญาต แต่ถ้าอยู่ห่างอาคารอื่นๆ เป็นระยะเท่ากับหรือมากกว่าความสูงของอาคารไม่ต้องขออนุญาต   กรณีอาคารทั่วไป หากอยู่ห่างจากอาคารอื่นๆ หรือที่สาธารณะ น้อยกว่า 2 เมตร หากจะทำการรื้อถอนจะต้องขออนุญาต แต่ถ้าอยู่ห่างอาคารอื่นๆ ตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไปก็ไม่ต้องขออนุญาต   ขั้นตอนการขออนุญาตรื้อถอน ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร 1.ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาต ที่สํานักงานเขตพื้นที่หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ของอาคารที่จะทำการรื้อถอน โดยจะต้องมีเอกสาร ดังนี้ - แบบคําขออนุญาตรื้อถอนอาคาร - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งแสดงวัตถุประสงค์และผู้มีอํานาจลงชื่อแทน นิติบุคคลที่หน่วยงานซึ่งมีอํานาจรับรองออกให้ไม่เกิน6เดือน (กรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต) - สำเนาบัตรประจําตัวประชาชน และสําเนาทะเบียนบ้านของผู้แจ้งความประสงค์ - สําเนา หรือภาพถ่ายโฉนดที่ดินขนาดเท่ากับต้นฉบับจริง - แผนผังบริเวณ แบบแปลนของอาคารที่จะรื้อทุกชั้น - รายการประกอบแบบ (ลอกตามแบบราชการ) รายละเอียดวัสดุที่ใช้สร้างอาคาร, ตามหฏหมายหลักการรื้อถอนไม่เกิน 45 วัน - หนังสือแสดงความยินยอม และรับรองของสถาปนิก, วิศวกรผู้ออกแบบและคํานวณ และสำเนาใบประกอบวิชาชีพของสถาปนิกและวิศวกรผู้ออกแบบ (ใช้สำหรับกรณีที่เป็นอาคารควบคุมตามกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพ) - หนังสือแสดงความยินยอมและรับรองของผู้ควบคุมงานของสถาปนิกและวิศวกร พร้อมสําเนาใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพฯ กรณีเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ตลาดสด ภัตตาคาร อาคารชุด หอพัก และอาคารที่เกี่ยวกับกิจการค้าอันเป็นที่น่ารังเกียจ ต้องแสดงแบบระบบบําบัดน้ําเสีย และรายการคํานวณระบบ บําบัดน้ําเสีย   2.ชำระค่าธรรมเนียมวันยื่นแจ้ง   3.เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพิจารณาเอกสารประกอบการขออนุญาต   4.เมื่อจ้าพนักงานท้องถิ่นทำการตวรจสอบเรียบร้อยแล้วก็จะออกใบอนุญาต และแจ้งให้ผู้ขอมารับใบอนุญาตรื้อถอนอาคาร   เมื่อได้ใบอนุญาตมาแล้วก็จะต้องมีสิ่งที่ต้องทำก่อนลงมือรื้อถอนค่ะ 1.ติดป้ายหน้าโครงการ แสดงรายละเอียดตามที่พระราชบัญญัติควบคุมอาคารกําหนด   2.ต้องมีใบอนุญาติก่อสร้างพร้อมแบบแปลนอยู่ที่สถานที่ก่อสร้าง   3.แจ้งชื่อผู้ควบคุมงาน รวมถึงวันเริ่มต้นจนถึงวันสิ้นสุดการดําเนินการ และหนังสือแสดงความยินยอมของผู้ควบคุมงานกลับไปที่สถานที่ใบอนุญาตอีกครั้ง   ขั้นตอนทุกอย่างทำไปก็เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่ายค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติงานเองหรือประชาชนรอบๆ พื้นที่ ซึ่งหากทำการรื้อถอนโดยไม่ขออนุญาตก็มีโทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน และยังมีโทษปรับวันละไม่เกินวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะทำการขออนุญาตอย่างถูกต้อง ดังนั้น ทำตามขั้นตอนให้ถูกต้องเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจตามมาภายหลังค่ะ       Cr.ข้อมูลจาก parliament.go.th bangkok.go.th            
จัดห้องนอนต้อนรับโชคปีกุน

จัดห้องนอนต้อนรับโชคปีกุน

สวัสดีปีกุน 2019 ค่ะ ในปีนี้ Reviewyourliving ก็ไม่ลืมที่จะนำเอาเคล็ดลับ ความรู้ ไลฟ์สไตล์สุดเก๋ มาฝากทุกคนอีกเช่นเคย เริ่มต้นปีกันด้วยเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่เชื่อว่าหลายคนก็อยากให้ไหลมาเทมาเข้ากระเป๋าให้ตุงกันถ้วนหน้า วันนี้เราเลยนำเคล็ดลับจัดห้องนอนของเราให้มีอิทธิพลต่อการดึงดูดโชคลาภเงินทองตามความเชื่อทางฮวงจุ้ยมาฝากกันค่ะ   1.เลือกตำแหน่งห้องนอน ถ้าเราสามารถเลือกตำแหน่งของห้องนอนในบ้านได้ ก็อยากจะแนะนำห้องที่อยู่ห่างจากประตูทางเข้าหลักของบ้านมากที่สุดค่ะ เพราะจะช่วยให้ความรู้สึกที่มั่นคง ปลอดภัย แต่ถ้าหากห้องนอนของใครอยู่ใกล้กับประตูล่ะก็ ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เรายังมีคำแนะนำอื่นที่ยังสามารถเสริมโชคลาภได้เช่นกันใน ลองติดตามในข้อต่อๆ ไปดูค่ะ     2.วางต้นไม้มงคลเรียกเงินทอง ช่วยผ่อนคลาย ข้อนี้จะช่วยได้ดีทั้งเรื่องความโชคดี เรียกเงินทองเข้าบ้าน ช่วยดูดซับความเมื่อยล้า เช่น ไผ่ต้นเล็กในกระถาง, Juniper bonsai บอนไซที่ทำจากต้นสนจูปิเตอร์, ต้นศุภโชค, ต้นคลาสซูล่า ฯลฯ ซึ่งในบ้านเราก็หาได้ไม่ยากค่ะ และถ้าต้องการกระชับความสัมพันธ์กับคนที่คุณรักแล้วล่ะก็ ลองหาสีชมพู สีแดง มาช่วยเสริมด้วยก็จะช่วยได้ดี แต่ถ้าไม่ชอบสีจัดๆ แรงๆ ก็ลองมองหาสีส้ม หรือสีเหลืองมาช่วยแทนก็ได้นะคะ อาจจะใช้เป็นสีของกระถางต้นไม้ก็ได้   3.ใครยังโสดมีเคล็ดเรื่องคู่ ของในห้องให้วางเป็นคู่กันหรือของที่ดูสมมาตรกันจะช่วยให้โชคลาภ การเงินสมดุล เช่น โคมไฟหัวเตียงให้วางทั้งสองฝั่งของเตียง, วางเทียนไว้คู่กัน, พืชใบกลม หรือใครที่มีคู่อยู่แล้วก็เสริมความรักให้ดีขึ้นด้วยสีแดง หรือสีชมพูเอาไว้รอบเตียง     4.อย่าวางอะไรไว้ใต้เตียง พยายามอย่าวางสิ่งของใว้ใต้เตียง เพราะตามความเชื่อแล้วจะเป็นการปิดกั้นพลังงานทำให้โชคไม่ดี แถมยังไปสร้างความเหนื่อยล้าให้กับชีวิตด้วย และควรจะปล่อยให้มีที่ว่างรอบเตียงเพื่อพลังงานไหลเวียนที่ดี ในทางปฏิบัติจะไปช่วยให้เราสะดวกเวลาเดินมากกว่าให้เตียงชิดกำแพง และไม่หันปลายเตียงไปตรงกับประตู เพราะตามความเชื่อแล้วจะหมายถึงตำแหน่งความตายค่ะ     5.สร้างพลังชีวิตด้านบวก หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Energy Healing ศาสตร์ที่เรียกว่าเป็นการบำบัดรักษาด้วยพลังงานธรรมชาติของมนุษย์เอง ซึ่งถ้าลองใช้สีครีม สีพีช สีฟ้าอ่อน สีเขียว หรือสีลาเวนเดอร์ จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ห้องนอนของเราอบอุ่นขึ้น ตามความเชื่อก็ช่วยเรื่องพลังงานบำบัดนี้ และยังสร้างความมั่งคั่งในชีวิตด้วย     6.เอาของดูดพลังงานชีวิตออกจากห้องนอน ถ้าเป็นไปได้ก็ย้ายคอมพิวเตอร์, จอทีวี และอุปกรณ์ออกกำลังกาย ออกจากห้องนอนของเราไปซะ เพราะจะไปดูดพลังงานชีวิตของเราออกจากช่วงเวลาพักผ่อน แนะนำให้วางหนังสือสัก 1-2 เล่ม เอาไว้ข้างโต๊ะหัวเตียงแทน ถ้าใครอยู่หอพักหรือคอนโด ก็ลองหาผ้ามาคลุมเอาไว้ตอนไม่ได้ใช้งานค่ะ     7.วางเตียงให้ห่างจากประตูห้อง ไม่ควรจะวางเตียงไว้ใกล้กับประตูห้อง หรือตรงกับแนวประตูห้อง รวมถึงวางไว้ใต้หน้าต่าง ไม่ควรให้หัวเตียงติดผนังเดียวกับห้องน้ำ และไม่นอนใต้เครื่องปรับอากาศ เพราะจะทำให้มีเรื่องต้องเสียเงินเสียทอง   8.หาอะไรหมูๆ มาไว้ในห้อง 2019 ขึ้นชื่อว่าปีหมู ลองหารูปภาพ หุ่นเล็กๆ หรืองานศิลปะอะไรก็ได้ที่เป็นรูปหมูมาประดับในห้อง     9.ระวังกระจกเงา ไม่ควรวางกระจกเงาให้สะท้อนเตียงนอน ไม่ว่าจะปลายเตียงหรือข้างเตียงก็ตาม เหตุด้วยตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว กระจกจะไปสะท้อนพลังงานทั้งหมดในห้อง ซึ่งหากพลังงานทั้งดีและไม่ดีสะท้อนมาหาคนบนเตียงมากเกินไปจะเกิดความไม่สมดุลกันของพลังงาน ส่งผลกระทบหลายๆ ด้าน แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็หาผ้ามาคลุมเอาไว้เมื่อไม่ได้ใช้งานค่ะ   10.แสงสว่างแบบพอดีๆ แสงสว่างเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับฮวงจุ้ยค่ะ ลองใช้ผ้าม่านหรือมูลี่ที่สามารถเปิดได้อย่างสะดวกในตอนเช้า เพื่อรับแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องนอนได้ง่าย และปิดได้ง่ายเช่นกันในช่วงกลางคืน เพื่อบล็อคความมืดจากภายนอก เป็นการสร้างสมดุลที่จะช่วยเรื่องโชคลาภเงินทองให้ดีขึ้น และยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับพักผ่อนได้ดีตามไปด้วยค่ะ     ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับการจัดห้องนอนตามหลักความเชื่อฮวงจุ้ยแบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะคะ นอกจากเชื่อว่าจะช่วยด้านการเงินแล้ว ยังไปเกี่ยวข้องกันกับหลายๆ เรื่องด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านความสัมพันธ์ หรือสุขภาพเองก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ     Cr. thechinesezodiac.org            
X’mas แล้วววว จูงมือแฟนไปดูไฟที่ไหนดี??

X’mas แล้วววว จูงมือแฟนไปดูไฟที่ไหนดี??

"สี่แยกราชประสงค์" เมื่อเอ่ยชื่อนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอนจริงไหมคะ? ด้วยความเป็นทั้งแหล่งเศรษฐกิจแห่งหนึ่งของประเทศ และยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียนกันมาอยู่เป็นประจำตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงปลายปีแบบนี้ก็ยิ่งหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่ชอบมาเดินเล่น มาช้อปปิ้ง หรือมาหาอะไรทานก็มีไม่น้อยค่ะ แต่ถ้าโฟกัสไปที่ช่วงเทศกาลคริสมาสต์ในบ้านเราแล้วล่ะก็ เชื่อเหลือเกินค่ะว่าแถวสี่แยกราชประสงค์จะต้องเป็นชื่อที่ผุดขึ้นมาในใจเป็นอันดับแรกเลยทีเดียว ยิ่งถ้าใครชอบถ่ายรูปแล้วล่ะก็ รีบมานะคะก่อนเหล่าไฟประดับทั้งหลายจะหมดลงไปตามเทศกาล เราไปเดินเล่นหามุมถ่ายรูปด้วยกันเลยค่ะ   บรรยากาศช่วงเย็นย่ำแบบนี้ ท้องฟ้าจะเริ่มไร้แสงอาทิตย์กันตั้งแต่ช่วง 6 โมงเย็น โดยจาก BTS สถานีชิดลม เราเริ่มเดินเล่นกันที่ฝั่ง Amarin Plaza บริเวณหน้าประตูห้างสรรพสินค้าเขาจัดงาน Amarin Villa De Rabbit ให้ได้ร่วมลุ้นของรางวัล ใครที่เป็นแฟนๆ เหล่า Line Character แล้วล่ะก็ต้องปลื้มแน่นอนค่ะ งานมีถึงวันที่ 7 มกราคม 2562 นะคะ   เดิน Sky walk กันต่อจนเชื่อมเข้ากับ CentralWorld ที่ทุกๆ ปีจะต้องมีสัญลักษณ์ต้น Christmas ซุ้มสวยๆ สำหรับถ่ายรูปกันทุกปี ซึ่งปีนี้ไฮไลท์จะอยู่ที่ม้าหมุนจาก Swarovski ราคารอบละ 150 บาท/คน โดยรายได้จากการจำหน่ายบัตรมอบให้แก่ มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ มูลนิธิบ้านเด็กเร่ร่อนครูมุ้ย และสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต เป็นครั้งแรกในโลกของ Swarovski ค่ะ และที่ลืมไม่ได้ก็คงจะเป็นลานเบียร์จากหลากหลายค่าย เรียกได้ว่าจัดเต็มทั้งพื้นที่ลานหน้าห้างกันเลยทีเดียว   จากบริเวณหน้า CentralWorld ลองหยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นไปดูความตระการตาบนตึก 60 ชั้น ของ Magnolias Ratchadamri Boulevard บนถ.ราชดำริ กันดูค่ะ เพราะมีการยิงเลเซอร์บนตัวอาคารโดยใช้เทคนิคสื่อผสม 3D Projection Mapping&Multi-color Laser Lighting Show กว่า 250 ภาพ บนคอนเซ็ปต์ Beautiful Bangkok @Magnolias Ratchadamri Boulevard ซึ่งจะฉายวันละ 7 รอบ เริ่มตั้งแต่ 19.00/19.20/19.40/20.00/20.20/ 20.40 และ 21.00 น. ไปจนถึงคืนวันที่ 31 ธันวาคม เวลา 23.55 น.     ข้ามมาที่ฝั่ง Gaysorn Village กันบ้างค่ะ ถ้าใครที่คิดว่าฝั่งหน้า CentralWorld ดูคนเยอะจนเกินไปแล้วล่ะก็ เราแนะนำให้ลองมาหามุมถ่ายรูปที่ Gaysorn กันบ้างค่ะ ผู้คนจะบางตากว่ามากไม่มีคนเดินผ่านกล้องไปมาให้เสียอารมณ์ แต่ก็มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ด้วยเช่นกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นจุดทางเชื่อมกับ Sky walk ฝั่งตรงข้ามกับ CentralWorld หรือฝั่งบีทีเอส ภายในห้างสรรพสินค้าเอง และลานเบียร์เล็กๆ ตรงกลางค่ะ   ปิดท้ายกันด้วยหน้าโรงแรม InterContinental Bangkok ที่จะได้ภาพสีโทนไฟแบบ Cool White ต่างจากจุดอื่นๆ ที่เป็นไฟโทน WarmWhite เสียส่วนใหญ่     ภาพรวมของช่วงคริสมาสต์ปี 2018 นี้ ย่านราชประสงค์ยังคงคึกคักเช่นเคย จนเรียกได้ว่าเป็น Christmas Landmark ในบ้านเราเลยทีเดียวค่ะ          
รู้จักการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เรียกว่า “Investment Property” (IP)

รู้จักการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เรียกว่า “Investment Property” (IP)

“Investment Property” (IP) คืออะไร   การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่เรียกว่า “Investment Property” (IP) จะมีลักษณะผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ได้แก่ นักลงทุนหรือผู้ซื้อ (Investor) ผู้บริหารมืออาชีพ (Management Company) และ ผู้พัฒนา (Developer) โดยทั่วไปแล้ว IP จะมีลักษณะโครงการที่ถูกออกแบบมาเพื่อนักลงทุนโดยเฉพาะตั้งแต่เริ่มสร้างโครงการ ทำให้การออกแบบโครงสร้างต่างๆนักลงทุนได้ประโยชน์เต็มๆมากกว่า รวมไปถึงการหามืออาชีพ มาคอยดูแลบริหารโครงการ แล้วสภาพในการเข้าและออกการลงทุนก็สามารถขายโฉนดของตัวเองได้เลย “Investment Property” (IP) ต่างจากการลงทุนในกองทุน REIT   จริงๆ แล้ว IP ก็เป็นอะไรที่เราคุ้นเคยอยู่แล้ว คือ การที่เราสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณภาพขนาดใหญ่ได้โดยตรงเหมือนกับ กองทุนอสังหาริมทรัพย์หรือว่า REIT แต่จะต่างกันตรงที่ว่าการลงทุนแบบ IP นั้นเราจะมี “โฉนด” ของแต่ละบุคคลมีสิทธิ์เป็นเจ้าของอย่างชัดเจนไม่เหมือนกัน REIT ที่ถือผ่านนิติบุคคลที่เป็นกองทุนหรือกองทรัสต์ ถ้าให้ยกตัวอย่างแบบง่ายๆก็คือเหมือนกับเราเข้าลงทุนตรงในคอนโดแล้วปล่อยเช่าเอง แต่จุดแตกต่างที่คอนโดไม่สามารถทำแบบอสังหาริมทรัพย์ที่เป็น REIT หรือว่า IP ที่เป็นโรงแรมได้ คือ รายรับของโรงแรมจะเป็นรายวัน แล้วราคาปล่อยเช่าโดยเฉลี่ยของ IP ที่เป็นโรงแรมจะสูงกว่าการปล่อยเช่าคอนโดเป็นรายเดือนหรือว่าเป็นสัญญาระยะยาว 6 เดือน 1 ปี เลือกลงทุน Investment Property ในทำเลศักยภาพ   จ.ภูเก็ต เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และยังคงเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆของชาวต่างชาติ ที่เมื่อเข้ามาท่องเที่ยวในไทย จึงเป็นเหตุให้ อสังหา ในภูเก็ตกลับมาบูมอีกครั้ง หลังจากทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้เข้ามาลงทุน โดยการลงทุนในส่วนของทางภาครัฐ เช่น โครงการภูเก็ต สมาร์ทซิตี้ การสร้างสนามบินเพิ่ม การขยายท่าเรือน้ำลึก การก่อสร้างรถไฟฟ้ารางเบา LRT และการสร้างอุโมงค์รองรับการจราจร รองรับการขยายตัวของภูเก็ตด้านการลงทุนภาคเอกชนมีทั้ง เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต เฟส 3 มูลค่าลงทุน 20,000 ล้านบาท เนื้อที่รวม 136 ไร่ พื้นที่ 4 แสนตารางเมตร และโครงการบลู เพิร์ล ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของ เดอะมอลล์ ด้วยเนื้อที่ 150 ไร่ พื้นที่ 6.5 แสนตารางเมตร ลงทุน 10,000 ล้านบาท "WYNDHAM Nai Harn Beach Phuket" โครงการแบบ IP   ในประเทศไทยเราก็มีนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เริ่มมาทำโครงการแบบ IP แล้วเหมือนกัน โครงการ “Wyndham Nai Harn Beach Phuket” โดยบริษัท ซิซซา กรุ๊ป จำกัด เป็นนักพัฒนาและผู้บริการจัดการหลังจากพัฒนาเสร็จก็คือ Wyndham Hotel Group เครือโรงแรมรีสอร์ทระดับโลกที่เข้ามาบริหารโครงการ มีประวัติการบริหารโรงแรมมากว่า 9,000 แห่ง ห้องพักรวมมากว่า 790,000 ห้อง ใน 80 ประเทศทั่วโลก เป็นแบรนด์โรงแรมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกเครือหนึ่งเลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่าการที่มี “Wyndham Hotel Group” เป็นผู้บริหารจัดการ ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมจากผู้บริหารรายอื่นๆ เพิ่มเติม หาดในหาน จะอยู่ทางใต้ของภูเก็ต ใกล้ๆ กับแหมพรหมเทพ และหาดราไวย์ เดินทางจากตัวเมืองไม่ไกลนัก เป็นหาดที่คนไม่พลุกพล่าน เหมาะกับคนชอบความสงบ ล่ำลือกันว่า เป็นหาดคุณภาพระดับไฮเอนด์ที่มีความสวยมาก และมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ในบริเวณนั้นด้วย สามารถพาคนในครอบครัวมาทำกิจกรรมได้สบาย "WYNDHAM Nai Harn Beach Phuket" อยู่ห่างจาก หาดในหานประมาณ 800 ม. เป็นที่ดิน Free Hold ซึ่งนับวันจะหาได้ยากยิ่งในภูเก็ต “Wyndham Nai Harn Beach Phuket” นักลงทุนได้ Sharing Profit เต็ม 100% !!   โครงการ วินแดม ในหาน บีช ภูเก็ต สร้างเป็นอาคารสูง 4 ชั้น แบ่งเป็นห้อง 2 แบบ ขนาดตั้งแต่ 40 ตารางเมตร ขึ้นไป และ 60 ตารางเมตร จำนวนรวม 353 ยูนิต มีทั้งหมด 12 อาคาร ตั้งอยู่บริเวณชายหาดในหาน โดยบริษัท ซิซซา กรุ๊ป จำกัด เป็นนักพัฒนาที่มุ่งเน้นเฉพาะโครงการที่เป็น IP เท่านั้น ทั้งยังเป็นผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาฯในรูปแบบ IP ได้ตรงตามความต้องการของตลาดและตอบโจทย์นักลงทุน โครงการ วินแดม ในหาน บีช ภูเก็ต เปิดให้นักลงทุนทั่วไปที่ไม่ใช่รายใหญ่เข้าลงทุนได้ 248 ห้องเท่านั้น ราคาเริ่มต้น 6.5 ล้านบาท ส่วนห้องที่เหลือเป็นสัดส่วนของนักลงทุนรายใหญ่ จาก CISSA Group การันตีผลตอบแทนในปีที่ 1 และ ปีที่ 2 ให้ 6% และผลตอบแทนในปีที่ 3 ถึง 15 เป็นไปตามผลประกอบการของโรงแรมซึ่งคาดการณ์เฉลี่ยอยู่ที่ 10% หลังจากที่มีการหักค่าดำเนินการทุกอย่างออกแล้วจะมีการแบ่งส่วนกำไรให้นักลงทุนได้ Sharing Profit เต็ม 100% นอกจากนักลงทุนที่ลงทุนจะได้ผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว นักลงทุนยังสามารถเข้าพักฟรีที่ “Wyndham Nai Harn Beach Phuket” 30 วันต่อปี หรือเลือกพักตาม Hotel & Resort ในเครือ RCI ที่มีมากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นความคุ้มค่าในการมอบทางเลือกให้ผู้ลงทุน อีกทั้งยังสามารถเข้าพักและได้รับส่วนลดที่โรงแรมมากกว่า 30% รวมไปถึงบัตรสมาชิกที่สามารถทำให้เราเข้าถึงสิทธิ์ประโยชน์ได้อีกมากมายโดยคาดว่าโรงแรมจะเปิดให้บริการได้ในเดือนกันยายนปี 2562          
บ้านประหยัดพลังงาน อยู่แล้วดีอย่างไร?

บ้านประหยัดพลังงาน อยู่แล้วดีอย่างไร?

หลายต่อหลายครั้งที่เราได้ยินคำว่า บ้านประหยัดพลังงาน, บ้านอนุรักษ์พลังงาน หรือนิยามอะไรก็แล้วแต่ที่ดูเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และเป็นบ้านที่อยู่แล้วสบายมากกว่าท่ามกลางสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นในบ้านเรา แต่อะไรคือความหมายที่แท้จริงของบ้านลักษณะนี้ อยู่แล้วสบายกว่าอย่างไร แล้วจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้จริงๆ หรือเปล่า เราไปค้นหาคำตอบด้วยกันค่ะ     ลองนึกภาพตามนะคะ ช่วงฤดูร้อนเดือนเมษายน บางวันแดดจัดจนแสบผิว บางวันก็อบอ้าวทั้งวัน แล้วถ้านั่งอยู่ในบ้านเราเอง แต่ยังรู้สึกร้อนจนเหงื่อไหล เปิดหน้าต่างก็ไม่มีลม สุดท้ายต้องไปจบที่การเปิดแอร์กันทั้งวัน ผลคือค่าไฟพุ่งสูงกว่าปกติเท่าตัว บางคนก็แก้ปัญหาด้วยการขับรถยนต์ไปเดินห้างสรรพสินค้ารับแอร์เย็นคลายร้อน แต่นั่นก็เกิดค่าใช้จ่ายตามมาอีกอยู่ดี ถ้าเราหันมาแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน อย่างการอยู่ในบ้านที่มีลมพัดเข้าในตัวบ้านได้ อากาศหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น แสงแดดส่องเข้ามาได้น้อย หรือส่องเข้ามาในทิศทางที่เราไม่ได้ใช้งานมาก เช่น ห้องเก็บของ อยู่ในบ้านได้แบบสบายๆ ส่งผลต่อการใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลง สิ่งเหล่านี้แหละค่ะคือส่วนหนึ่งที่เรียกว่า บ้านประหยัดพลังงาน         พอพูดถึงโครงการที่อยู่อาศัย สิ่งแรกที่จะต้องเอ่ยถึงคือเรื่องทำเลที่ตั้ง จะต้องใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา รวมถึงจุดขึ้น-ลงทางด่วน และรถไฟฟ้า ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นโครงการที่ดี แต่จะมีสักกี่โครงการที่กล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่าอยู่แล้วสุขกายสบายใจ ซึ่งบ้านเดี่ยวจากโครงการ Sena Parkgrand Ramindra เป็นโครงการที่มีความโดดเด่นอย่างมีสไตล์ เพราะมีดีไซน์ที่มาจากงานวิจัยร่วมกันระหว่าง SENA กับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกิดเป็นบ้าน Green Smart Design ที่มีทั้งเรื่องดีไซน์ที่รับกับทิศทางลม แสงแดด ใช้วัสดุป้องกันความร้อน มีระบบ Air Fresh ช่วยให้อากาศหมุนเวียนในบ้านได้ดีขึ้น ความร้อนเข้าตัวบ้านน้อยลง ตอนที่เดินถ่ายรูปอยู่ในโครงการก็รู้สึกได้เลยว่า นานแล้วนะคะที่เราไม่ได้ยินเสียงนกร้องในโครงการแบบนี้   ไม่ใช่แค่เรื่องของสถาปัตยกรรมเท่านั้นนะคะ แต่นวัตกรรมก็สำคัญเช่นกัน เพราะจะช่วยส่งให้ความเป็น Green จับต้องได้ ดูเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากยิ่งขึ้น โดยสิ่งที่ SENA จับมาใส่ในโครงการก็มีทั้ง EV Charger เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ติดตั้งให้เลยทุกยูนิต     คุณเศรษฐวิชย์ อารีสกุลกิจ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจพลังงาน บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ได้มานั่งอยู่กับเราท่ามกลางบรรยากาศอันสงบร่มรื่นในโครงการ Sena Parkgrand Ramindra แล้วเริ่มเล่าให้เราฟังถึงนวัตกรรมเหล่านี้ว่า “ในระยะ 3-4 ปีต่อจากนี้เป็นช่วงเปลี่ยนเทรนด์จากรถยนต์ใช้น้ำมันธรรมดามาเป็นใช้ไฟฟ้าแทน อย่างที่เห็นรถยนต์ Hybrid ซึ่งใช้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ทางโครงการมองว่าในอนาคตอันใกล้ที่จะมีเพิ่มมากขึ้น คนก็จะเริ่มหันมาสนใจขึ้นด้วย เพราะมีทั้งในเรื่องของการประหยัดน้ำมัน ช่วยสิ่งแวดล้อมในการลดมลพิษที่เกิดขึ้นได้ด้วย ซึ่ง EV charger ก็เป็นเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่มีอายุการใช้งาน 20-30 ปี โดยไม่ต้องดูแลรักษาอะไรมาก เสนาจึงได้เตรียม EV charger เอาไว้ให้ก่อนใคร”   ส่วนที่เป็นไฮไลท์เลยคือ Solar Scale up หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Solar Cell ติดตั้งมาให้บนหลังคาบ้านทุกหลังขนาด 2 กิโลวัตต์ นับเป็นโครงการแรกของประเทศไทยเลยทีเดียวค่ะ ที่ติดตั้งมาให้เลยแบบนี้ และยังสามารถติดตั้งเพิ่มได้สูงสุดถึง 5 กิโลวัตต์ แล้วแต่การใช้งานของแต่ละบ้าน      คุณเศรษฐวิชย์ อธิบายให้เราฟังต่อว่า “โซล่าเซลล์เป็นระบบที่ไม่มีความยุ่งยากเลย เรียกได้ว่าแค่ต่อระบบ มีแสงสว่างก็เป็นอันใช้ได้ ในท้องตลาดทั่วไปขายตัว อุปกรณ์เฉลี่ยประมาณ 40,000 บาท/ 1 กิโลวัตต์ ไม่รวมค่าติดตั้ง และการขออนุญาติจากการไฟฟ้า ซึ่งเป็นระเบียบของการไฟฟ้าว่า หากมีการผลิตไฟฟ้าไม่ว่าจะใช้เองหรือขายจะต้องขออนุญาตก่อน ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับระบบสายส่งการไฟฟ้า คุณภาพไฟฟ้า และความสเถียรของไฟฟ้า เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับภาพรวมของระบบไฟฟ้าหลัก และความปลอดภัย แต่สำหรับ Sena Parkgrand Ramindra เรามีการดำเนินการทุกอย่างให้เสร็จสรรพ อุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านทุกอย่างจึงสามารถไฟจากโซล่าเซลล์ได้หมด เพราะระบบโซล่าเซลล์ของทางโครงการต่อขนานเข้ากับระบบของการไฟฟ้าภายในบ้าน เกิดการผสมผสานกันระหว่างกระแสไฟฟ้าที่ได้จากโซล่าเซลล์ กับที่ได้จากการไฟฟ้าแบบทั่วไป”      การผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์จะได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายยอย่าง ไม่ว่าจะเป็นขนาดของแผงที่ติดตั้ง ซึ่งก็ต้องดูเรื่องของแบรนด์ที่ใช้ เพื่อให้ได้คุณภาพและความทนทาน โดยอายุการใช้งานทั่วไปอยู่ที่ 25-30 ปี ระหว่างนี้ก็ต้องมีการทำความสะอาดหน้าแผง เพื่อไม่ให้มีคราปสกปรกเกาะ แล้วบดบังการรับแสงแดด และความเข้มของแสงอาทิตย์ในแต่ละวัน เช่น หากวันไหนได้รับความเข้มข้นจากแสงอาทิตย์มากก็จะมีสัดส่วนไฟฟ้าที่ได้เข้าไปมาก ช่วยการใช้ไฟบ้านปกติให้ลดลงได้         คุณเศรษฐวิชย์ ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า คำว่าประหยัด ไม่ได้แปลว่าไม่ใช้เลย แต่ช่วยกันใช้ให้น้อยที่สุด ไม่ใช่แค่บ้านอยู่แล้วสบาย อากาศปลอดโปร่งเท่านั้น แต่เป็นการช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาสิ่งแวดล้อมไปด้วย   ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่นวัตกรรม ยังมีบริการหลังการขายแบบครบวงจร ทั้งหมดนี้จับลง Application SENA 360 องศา ที่สามารถเห็นการทำงานของโซล่าเซลล์ได้ตลอดเวลา รวมไปถึงบริการทำความสะอาดแผง ดูกล้อง CCTV ภายในบ้านได้ตลอดเวลา ปุ่ม SOS ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน ฯลฯ ครบทุกการอยู่อาศัยใน App เดียว ง่ายดายแค่สัมผัสปลายนิ้ว เป็น Smart Lifestyle แบบกรีนๆ ที่ SENA ให้ความสำคัญมาตลอด         
5 ขั้นตอนในการวางแผนปรับปรุงห้องน้ำ อย่างมืออาชีพ

5 ขั้นตอนในการวางแผนปรับปรุงห้องน้ำ อย่างมืออาชีพ

รู้หรือไม่ ว่าอุปกรณ์ในห้องน้ำที่เราใช้อยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องสุขภัณฑ์เซรามิค ก๊อกน้ำและกระเบื้องล้วนแล้วแต่มีอายุการใช้งาน อีกทั้งสุขภัณฑ์หรืออุปกรณ์ต่างๆ ยังมีวิวัฒนาการก้าวไกลไปตามยุคสมัย หากอุปกรณ์ในห้องน้ำของคุณยังล้าหลังอยู่ล่ะก็ ถึงเวลาแล้วสำหรับการปรับปรุงห้องน้ำของคุณ วันนี้ Villeroy & Boch (วิลเลรอย แอนด์ บอค) มี 5 ขั้นตอน ในการวางแผนปรับปรุงห้องน้ำอย่างมืออาชีพมาฝาก 1.การเตรียมการ ขั้นตอนการวางแผนควรเริ่มต้นขึ้นอย่างน้อย 6 เดือนก่อนการปรับปรุงห้องน้ำที่จะเกิดขึ้นจริง เพื่อให้ได้มีเวลาคัดสรรแบบห้องน้ำใหม่ให้ตรงใจที่สุด รวมถึงมีเวลาตัดสินใจคัดเลือกอุปกรณ์ในห้องน้ำว่าสิ่งใดที่คุณควรเก็บไว้ สิ่งใดที่คุณต้องการเปลี่ยนแปลงรวมถึงทำให้เราได้มีเวลาวิเคราะห์ถึงความต้องการที่แท้จริงของเราและสมาชิกในครอบครัว เพื่อให้ได้ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบสนองความต้องการของสมาชิกในบ้านให้มากที่สุด ที่สำคัญยังทำให้คุณมีเวลาเพียงพอที่จะจัดสรรเรื่องงบประมาณได้อย่างเป็นระบบอีกด้วย 2.หาแรงบันดาลใจ เมื่อพูดถึงเรื่องการออกแบบห้องน้ำแล้ว ย่อมเกิดตัวเลือกขึ้นมาในใจของคุณมากมาย Villeroy & Boch (วิลเลรอย แอนด์ บอค) จึงมีเครื่องมือออนไลน์อันชาญฉลาด เพื่อช่วยให้คุณเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมตรงใจที่ Bathroom Inspirator โดยคุณสามารถคลิกเข้าไปที่ www.villeroyboch.com/bathroominspiration เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสคุณ จะได้พบกับหลากหลายคอลเล็กชั่น ที่สะท้อนถึงรสนิยมส่วนตัวของคุณได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถทดลองการผสมผสานกันระหว่างสุขภัณฑ์เซรามิค เฟอร์นิเจอร์ ห้องอาบน้ำ กระเบื้องผนังและกระเบื้องปูพื้นในรูปแบบที่แตกต่างกันหลายรูปแบบ เพื่อเป็นอีก 1 ทางเลือกของผู้ช่วยมืออาชีพ ให้คุณเนรมิตห้องน้ำในฝันของคุณแบบเสมือนจริง 3.การวางแผน ก่อนจะลงมือทำ คุณควรเริ่มต้นจากการทดลองวางขนาดของอุปกรณ์ต่างๆ ลงในแผนผังแผน วิธีหนึ่งในการปฏิบัติที่เหมาะสมและสวยงามสำหรับการปรับปรุงห้องน้ำ คือการติดตั้งผนังด้านหน้าเพื่อปกปิดระบบท่อและการเชื่อมต่อทั้งหมด ทั้งยังจะช่วยให้สามารถจัดวางตำแหน่งต่างๆ ของอ่างล้างหน้า ห้องอาบน้ำ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างลงตัวและยังช่วยให้คุณสามารถคำนวณงบประมาณได้อีกด้วย   สำหรับผู้ที่กำลังมองหาไอเดียเกี่ยวกับ "การวางแผนห้องน้ำ" (Bathroom Planner ) ลองทดลองได้ที่ http://www.villeroy-boch.de/partnerbadplaner.html เป็นโซลูชันที่สมบูรณ์แบบ ที่จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนห้องน้ำในฝันของคุณได้อย่างสะดวกสบายภายในบ้านของคุณเองโดยการเริ่มต้นเพียงสอง สามขั้นตอน เริ่มจากภาพวาดง่ายๆไปจนถึงกราฟิกคอมพิวเตอร์ 3D ที่สมจริง อย่างไรก็ตามสำหรับการใช้งานจริงคุณจะต้องมีการวางแผนห้องน้ำอย่างมืออาชีพ   Villeroy & Boch (วิลเลรอย แอนด์ บอค) มีสุขภัณฑ์เซรามิคขนาดกะทัดรัดพิเศษ สำหรับห้องน้ำขนาดเล็กและผู้ที่มีงบประมาณที่จำกัด แม้จะมีขนาดที่เล็กลงแต่ยังคงให้ความสะดวกสบาย นอกจากนี้ ยังมีที่จัดเก็บสิ่งของ ที่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในห้องน้ำขนาดเล็ก เคลฟเวอร์ (Clever) เป็นเฟอร์นิเจอร์ห้องน้ำแบบแยกส่วนเหมาะกับพื้นที่เกือบทุกห้อง ดูดีและช่วยให้ห้องเป็นระเบียบเรียบร้อย อาทิ ตู้กระจกที่มีทั้งพื้นที่จัดเก็บและมีหลอดไฟ LED ให้แสงสว่าง ที 4.ช่างฝีมือ เมื่อเราได้แบบห้องน้ำที่ตรงความต้องการของเราแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกช่างมืออาชีพที่ไว้ใจสำหรับคุณ อาทิ ช่างปูนสำหรับงานโครงสร้างต่างๆ ช่างกระเบื้อง ช่างสี ช่างงานระบบน้ำ-ไฟ รวมไปถึงตัวแทนสุขภัณฑ์เครื่องใช้ภายในห้องน้ำต่างๆ ควรเลือกทีมงานที่มีความเชียวชาญ เพื่อสามารถให้คำปรึกษาได้อย่างมืออาชีพ 5.กำหนดระยะเวลา ไม่มีเจ้าของหรือผู้เช่าคนใดเลือกที่จะอยู่ในท่ามกลางของสถานที่ก่อสร้างเป็นเวลานาน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเตรียมการเพื่อให้อยู่ในระยะเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะในที่อยู่อาศัยที่มีห้องน้ำเพียงห้องเดียว เวลาที่จำเป็นสำหรับการปรับปรุงห้องน้ำจะขึ้นอยู่กับเนื้องาน การติดตั้งห้องน้ำใหม่ที่สมบูรณ์จะต้องใช้เวลามากขึ้นกว่างานปรับปรุงเล็กน้อยซึ่งสามารถทำได้ภายในสองสามวัน ในความเป็นจริงนั้น เราไม่จำเป็นต้องเป็นการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด บางทีเพียงแค่อ่างล้างหน้าหรือก๊อกใหม่ ก็สามารถสร้างรูปลักษณ์ใหม่ให้ห้องน้ำคุณได้ โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียวที่จะสามารถเพิ่มพื้นที่การใช้งานในห้องน้ำคุณให้มากขึ้นได้ ทั้งยังดูทันสมัยอีกด้วย แล้วเหตุใดคุณจึงไม่ลองเลือกพิจารณาสุขภัณฑ์ชิ้นพิเศษเพียงชิ้นเดียวเพื่อเนรมิตมุมพิเศษหือสร้างจุดเด่นให้ห้องน้ำของคุณล่ะ? เพราะเราเชื่อว่าการให้ความสำคัญกับคุณภาพและการออกแบบที่ล้ำยุคย่อมจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน   สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสสุขภัณฑ์คุณภาพเหนือระดับที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 270 ปี  พร้อมนวัตกรรมล้ำสมัย สามารถชมสินค้าได้ที่โชว์รูม “วิลเลรอย แอนด์ บอค” ทุกสาขา โทร. 02-206-3400 หรือ www.villeroy-boch.com          
“ยิปซัมตราช้าง” แนะเคล็ดลับรีโนเวทบ้านสร้างความสุขให้กับผู้สูงอายุ

“ยิปซัมตราช้าง” แนะเคล็ดลับรีโนเวทบ้านสร้างความสุขให้กับผู้สูงอายุ

ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 โดยจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในสัดส่วนสูงถึง 20%  ทำให้สัดส่วนของผู้สูงอายุต่อประชากรวัยทำงานสูงถึง 1 ต่อ 4 คน (ข้อมูลอ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคนในสังคมที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการอยู่อาศัยและที่อยู่อาศัยที่ต้องสามารถตอบสนองการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุให้มีความเหมาะสม สะดวกสบาย และปลอดภัยมากขึ้น  “ยิปซัมตราช้าง”  ตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงขอนำเสนอเคล็ดลับ “การรีโนเวทบ้านเพื่อผู้สูงอายุ” เพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่มาพร้อมกับมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สำหรับพื้นที่ใช้งานของผู้สูงอายุที่มีการใช้งานในชีวิตประจำวันบ่อยครั้ง เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ และพื้นที่ใช้สอยส่วนกลาง ควรจัดให้อยู่บริเวณชั้นล่าง เพื่อความสะดวกและปลอดภัยไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได เริ่มที่ ห้องนอน ขนาดพื้นที่ห้องนอนควรกว้างขวางพอสำหรับพักผ่อนและทำงานอดิเรก ควรอยู่ใกล้ห้องน้ำหรือมีห้องน้ำในตัว มีหน้าต่างในขนาดและระดับที่เหมาะสมให้มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกชัดเจนและรับแสงธรรมชาติได้ เพิ่มความปลอดภัยด้วยการติดตั้งไฟอัตโนมัติพร้อมเซ็นเซอร์บริเวณเตียงและตามทางเดิน เพื่อช่วยนำทางให้ผู้สูงอายุลุกเดินไปห้องน้ำในเวลากลางคืนได้สะดวกยิ่งขึ้น ห้องน้ำ ไม่ควรมีพื้นต่างระดับ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุกับผู้สูงอายุหากเกิดอาการกล้ามเนื้อหรือแขนขาอ่อนแรง พื้นผิวกระเบื้องต้องไม่ลื่นและมีค่าความฝืดที่เหมาะสม ควรติดตั้งราวจับทรงตัวบริเวณที่นั่งอาบน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัย   นอกจากนี้ควรติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือด้วย หากเกิดการล้มและเหตุฉุกเฉินเพื่อคนในบ้านจะสามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที พื้นที่ทั่วไปภายในบ้าน ควรติดตั้งราวจับทรงตัวไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยพยุงตัวระหว่างเดิน และลดความเสี่ยงในการหกล้ม   วัสดุปูพื้นควรเลือกใช้ที่พื้นผิวเรียบแต่ไม่ลื่น มีความนุ่มแต่ไม่ยวบจะช่วยลดแรงกระแทกได้ และยังช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถทรงตัวได้ดีขณะเดิน ประตูควรเป็นประตูบานเลื่อนระบบรางแขวนด้านบน เพื่อไม่ให้มีธรณีประตูหรือรางกีดขวางด้านล่าง ช่วยลดโอกาสการสะดุดหกล้มและควรมีความกว้างที่มากพอหากต้องรองรับการใช้งานของรถเข็น มือจับประตูต้องมีขนาดที่เหมาะสม ใช้แรงน้อยในการเปิดปิด ไม่ลื่นมือ และไม่มีเหลี่ยมมุมที่อาจทำให้เกิดอันตรายจากการล้มกระแทกหรือเกี่ยวเสื้อผ้า พื้นที่ภายนอก สามารถจัดสรรพื้นที่ทำสวน เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและกระตุ้นให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีชีวิตชีวาได้ด้วยการทำกิจกรรมเบาๆ อย่างเช่น รดน้ำต้นไม้ พื้นทางเดินภายนอกควรเป็นพื้นระดับเดียวและมีความเรียบสม่ำเสมอกันทั้งผืน ควรเลือกใช้วัสดุพื้นที่ไม่ลื่นและช่วยลดแรงกระแทก หากเกิดการล้มก็จะช่วยบรรเทาความรุนแรงได้ นอกจากนี้ยังควรติดตั้งราวจับทรงตัวและเตรียมพื้นที่สำหรับนั่งพักด้วย สำหรับการปรับปรุงและขยายห้องกรณีที่ภายในบ้านมีผู้สูงอายุที่ต้องนั่งวีลแชร์ ทำให้ห้องเดิมกลายเป็นห้องที่เล็กเกินไปจะขยับไปทางไหนก็ติดและกลับตัวไม่สะดวก ในกรณีแบบนี้เราสามารถติดตั้งผนังยิปซัมเพื่อช่วยขยายพื้นที่ได้ ด้วยการรื้อผนังเดิมและขยับแนวผนังเพื่อขยายห้อง โดยควรเลือกใช้ผนังยิปซัมที่มีความหนา12มม. เพราะจะสามารถทนทานต่อแรงกระแทกได้ดี   นอกจากเคล็ดลับด้านบนแล้ว “ยิปซัมตราช้าง” ขอนำเสนอนวัตกรรมระบบปิดผิวผนังอีซี่ฟินิช ตราช้าง (EASYFINISH™ System) “นวัตกรรมเพื่อผิวผนังที่สมบูรณ์แบบ” ช่วยให้ผนังสวยเรียบเนียน ปราศจากรอยร้าว ทำให้ผนังได้ระนาบช่วยให้การติดตั้งเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินเรียบเนียนสวยงาม ทำงานได้งานเร็วขึ้น ช่วยลดมลภาวะจากฝุ่นละออง เหมาะสำหรับบ้านที่มีผู้อยู่อาศัยและต้องการรีโนเวทบ้านให้รองรับกับการใช้งานของผู้สูงอายุได้อย่างครบถ้วน   สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนยิปซัมตราช้าง โทร. 02-555-0000 หรือ www.siamgypsum.com หรือ facebook fanpage:@GypsumTraChangTH
ตำแหน่งขุมทรัพย์ ตามหลักฮวงจุ้ยอยู่ตรงไหนเอ่ย

ตำแหน่งขุมทรัพย์ ตามหลักฮวงจุ้ยอยู่ตรงไหนเอ่ย

อ.ธนากร แนะนำว่า "หลายๆ คน ชอบถามเสมอว่า ตำแหน่งขุมทรัพย์ผมอยู่ตรงไหน แล้วตั้งดูอย่างไร ต้องถามซินแสฮวงจุ้ยไหม คำตอบคือ ไม่ต้องครับ ลองทำแบบนี้ครับ ให้เรานึกว่า สถานที่ที่เราอยู่เหมือนกะละมัง ตักลงไป น้ำจะไหลจากข้างหน้า ไปสู่ข้างหลัง น้ำที่มันไหลไปหลังสุด นั่นแหละคือตำแหน่งของขุมทรัพย์ ดังนั้น ตำแหน่งตั้งตู้เซฟควรตั้งอยู่ตรงนี้ เงินไหลมาแล้วจะมาเก็บที่ตำแหน่งตู้เซฟ แต่ตู้เซฟ ต้องหันหน้าตู้มาทางข้างตัวคุณ อย่าหันหน้าออกไปหน้าบ้านเด็ดขาด แต่ถ้าคุณคิดจะปล่อยเงินกู้ ให้หันหน้าตู้เซฟ ออกข้างนอกบ้านได้เลย"        ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร