We Recommend

[Preview] D:CODE SRI NAKARIN คอนโดใกล้สถานีศรีเอี่ยม จาก

[Preview] D:CODE SRI NAKARIN คอนโดใกล้สถานีศรีเอี่ยม จาก "บ้านชาวไทย"

เปิดให้ชมห้องตัวอย่าง D:CODE SRI NAKARIN พร้อมเปิด Sales Gallery อย่างเป็นทางการ เชิญชวนประชาชน “เปลี่ยนโอกาสเช่าเป็นเจ้าของ” จองสิทธิฟรี! ไม่มีดาวน์! ไม่ต้องผ่อนระหว่างก่อสร้าง! ผ่านเว็บไซต์ baan-chaothai.com ก่อนปิดลงทะเบียน 20 ก.พ.นี้     โครงการ D:CODE SRI NAKARIN** อาคารชุด สูง 8 ชั้น จำนวนห้องชุดรวมประมาณไม่เกิน 4,150 หน่วย เนื้อที่โครงการฯ ประมาณไม่เกิน 42 ไร่ จำนวนอาคารพักอาศัยไม่เกิน 24 อาคาร ติดถนนศรีนครินทร์ ใกล้สะพานข้ามแยก ถนนบางนา – ตราด ติดอู่ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) ระยะห่างจากสถานีศรีเอียม (YL17) ประมาณ 300 เมตร (ระยะทางโดยประมาณวัดจากทางเข้าโครงการถึงทางเข้าสถานีรถไฟฟ้า)   นอกจากนี้ ทางโครงการฯ จัดให้มีที่จอดรถโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั่วทั้งโครงการ ทั้งจอดตามทางวิ่ง และภายในอาคาร เป็นระบบการจอดแบบทางวิ่งและช่องจอด (Conventional Parking) ออกแบบให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีจำนวนที่จอดรถ ประมาณ 30 – 35% ของจำนวนห้องชุดในโครงการฯ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการฯ อาทิ สระว่ายนํ้า, ฟิตเนส, Co-working space สัญญาณโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต หรือทีวี รวมทั้งโครงการฯ จะจัดให้มีระบบความปลอดภัยในการเข้าถึงโครงการฯ และการเข้าถึงแต่ละอาคารด้วยระบบ Smart Card ร่วมกับเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ที่จะครอบคลุมทั้งภายใน และภายนอกอาคาร  และพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ     ค่าส่วนกลางของโครงการฯ ประมาณ 35– 40 บาท/ตารางเมตร/เดือน ผู้บริหารนิติบุคคลในระยะแรก โครงการจะเป็นผู้บริหารนิติบุคคลอาคารชุด เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อให้เจ้าของร่วมได้ทำการคัดเลือก และจัดตั้งคณะกรรมการนิติบุคคล ต่อไป โดย ณ ปัจจุบัน โครงการฯ อยู่ในระหว่างการขอใบอนุญาต การอนุมัติ และความเห็นชอบจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการขอใบอนุญาตก่อสร้างและการขอความเห็นชอบตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณและสิ่งแวดล้อมด้วย ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการจะเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะทยอยเริ่มก่อสร้างประมาณเดือนกันยายน 2569 และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนธันวาคม 2571 และภายหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ จึงจะดำเนินการจดทะเบียนอาคารเป็นอาคารชุดต่อไป   ทั้งนี้ รายละเอียดข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ลงทะเบียนแสดงความสนใจโครงการฯ และการได้รับอนุมัติสินเชื่อสำหรับก่อสร้างโครงการฯ และอาคารชุดของกลุ่มเจ้าของโครงการฯ จากสถาบันการเงิน รวมถึงการได้รับอนุญาต และ/หรือ เห็นชอบตามกฎหมายหรือจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง   โครงการ D:CODE SRI NAKARIN* จะมีห้องชุด ทั้งหมด 3 Type คือ 1. ห้องชุด แบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ (ครัวเปิด) ขนาดประมาณ 30 ตารางเมตร • D:CODE SRI NAKARIN* ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,890,000 บาท     2. ห้องชุด แบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ (ครัวเปิด) ขนาดประมาณ 45 ตารางเมตร • D:CODE SRI NAKARIN* ราคาเริ่มต้นประมาณ 2,850,000 บาท   โดยห้องชุดขนาดประมาณ 30 ตร.ม. และ 40 ตร.ม. มาพร้อมกับของตกแต่ง เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่ขายพร้อมห้องชุด 21 รายการ ได้แก่ เคาน์เตอร์ครัว พร้อมอ่างล้างจาน, โต๊ะทานอาหาร, เก้าอี้ทานอาหาร, โซฟา, โต๊ะกาแฟ, เตียง, ที่นอน และหมอน, ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะข้างเตียง, โต๊ะแต่งตัว, เก้าอี้แต่งตัว, ตู้เย็น, เครื่องปรับอากาศ, โทรทัศน์, เครื่องซักผ้า, เครื่องดูดควัน, เตาไฟฟ้า, ไมโครเวฟ, โคมไฟแขวน, ผ้าม่าน และระบบ Smart Home     3. ห้องชุด แบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ (ครัวเปิดสามารถเพิ่มเติมเป็นครัวปิดได้) ขนาดประมาณ 60 ตารางเมตร • D:CODE SRI NAKARIN* ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,780,000 บาท     โดยห้องชุดขนาดประมาณ 60 ตร.ม. มาพร้อมกับของตกแต่ง เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ ที่ขายพร้อมห้องชุด 22 รายการ ได้แก่ เคาน์เตอร์ครัว พร้อมอ่างล้างจาน, โต๊ะทานอาหาร, เก้าอี้ทานอาหาร, โซฟา, โต๊ะกาแฟ, ชั้นวางโทรทัศน์, เตียง, ที่นอน และหมอน, ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะข้างเตียง, โต๊ะแต่งตัว, เก้าอี้แต่งตัว, ตู้เย็น, เครื่องปรับอากาศ, โทรทัศน์, เครื่องซักผ้า, เครื่องดูดควัน, เตาไฟฟ้า, ไมโครเวฟ, โคมไฟแขวน, ผ้าม่าน และระบบ Smart Home   * ข้อสงวนสิทธิ รายการของตกแต่ง เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ข้างต้น เป็นทรัพย์สินที่ขายพร้อมกับห้องชุดในโครงการฯ ไม่ใช่ของแถมแต่อย่างใด / การรับประกันทรัพย์สินที่ระบุข้างต้น เป็นไปตามข้อกำหนด และเงื่อนไขการรับประกันของผู้ผลิต, ผู้จัดจำหน่ายทรัพย์สิน หรือผู้ติดตั้ง ในกรณีที่เกิดความชำรุดบกพร่องใด ๆ ผู้ซื้อจะต้องใช้สิทธิเรียกร้องกับผู้ผลิต, ผู้จัดจำหน่ายหรือผู้ติดตั้งเองโดยตรง / กลุ่มเจ้าของโครงการฯ ขอสงวนสิทธิการปรับเปลี่ยนรายการทรัพย์สินที่ระบุข้างต้น โดยจะเลือกใช้รายการที่มีลักษณะ คุณภาพ และคุณสมบัติใกล้เคียงหรือเทียบเท่าที่ระบุไว้     ขั้นตอนการลงทะเบียนแสดงความสนใจโครงการมีขั้นตอนและรายละเอียด ดังนี้ 1. ลงทะเบียนแสดงความสนใจทาง http://www.baan-chaothai.com 2. ให้ข้อมูลส่วนบุคคลตามขั้นตอนที่ระบุใน Website เพื่อให้ธนาคารพันธมิตร (ธนาคารอาคารสงเคราะห์) รับทราบและคัดกรองโดยการคำนวณวงเงินกู้เบื้องต้นของผู้แสดงความสนใจ 3. การลงทะเบียนแสดงความสนใจ จะใช้เลขบัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์ของผู้ลงทะเบียนเป็นข้อมูลหลัก 4. เลขบัตรประชาชน 1 เลข จะสามารถลงทะเบียนแสดงความสนใจโครงการ D:CODESRINAKARIN หรือโครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG โครงการใดโครงการหนึ่งดังกล่าวได้เพียงจำนวน 1 ยูนิตเท่านั้น 5. เมื่อแสดงความสนใจแล้ว สามารถแก้ไขข้อมูลได้ 3 ครั้ง จนถึงวันปิดลงทะเบียนแสดงความสนใจ 6. วิธีการลงทะเบียนเข้าร่วม และจอง/ซื้อห้องชุดของโครงการฯ รวมถึงการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกลุ่มเจ้าของโครงการฯ จะประกาศให้ท่านทราบผ่านทางเว็บไซต์ต่อไป * การลงทะเบียนแสดงความสนใจโครงการฯ ไม่ใช่การลงทะเบียนเข้าร่วม หรือจอง/ซื้อห้องชุด ของโครงการฯ ดังนั้นการลงทะเบียนแสดงความสนใจโครงการฯ และความสำเร็จของการลงทะเบียนดังกล่าวไม่เป็นการรับประกันว่าท่านจะได้รับสิทธิในการจองหรือซื้อห้องชุดในโครงการฯ   อย่างไรก็ตาม ธนาคารพันธมิตรที่ให้ความร่วมมือในการทำโครงการฯ คือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยเกณฑ์การพิจารณา อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขต่าง ๆ จะเป็นไปตามที่ธนาคารฯ กำหนด ผู้ที่ได้รับสิทธิ และทำสัญญาจะซื้อจะขายจะไม่ต้องชำระเงินดาวน์กับโครงการฯ (เป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารฯ กำหนด) ยอดผ่อนต่อเดือนเริ่มต้นประมาณ 5,700 หรือเริ่มต้นประมาณ 6,700 บาท ขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการฯ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด   บทความน่าสนใจ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ Wellness Residences ครบครันที่สุดในย่านรังสิต Mavich สาธุประดิษฐ์ - พระราม 3 ทาวน์โฮมหรูใจกลางเมือง  

Mavich สาธุประดิษฐ์ - พระราม 3 ทาวน์โฮมหรูใจกลางเมือง

Mavich สาธุประดิษฐ์ - พระราม 3 ทาวน์โฮมหรูใจกลางเมือง

Mavich สาธุประดิษฐ์ - พระราม 3 ทาวน์โฮมหรูใจกลางเมือง ปัจจุบันนี้ ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่า “บ้านในเมือง” หายากขึ้นทุกวัน ด้วยตัวเลือกโครงการที่ค่อนข้างจำกัด รวมถึงราคาบ้านที่พุ่งสูงจนบางครั้งราคาเริ่มต้นก็ไม่ได้ทำให้ตัดสินใจได้ง่ายนัก ถ้าอยากได้บ้านอยู่ในเมือง เดินทางสะดวก ก็อาจจะต้องยอมมองหาบ้านเก่ามารีโนเวทใหม่แทน   ในฐานะคนเมือง ที่เกิดและเติบโตอยู่ใจกลางเมืองมานาน เราเห็นว่าโซนสาธุประดิษฐ์-พระราม 3 เป็นย่านที่ยังคงมีโครงการใหม่ๆ มาให้เลือกอยู่ไม่ขาด ซึ่งเราจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมิเนียมและมักจะมีราคาขายต่อตารางเมตรค่อนข้างสูง แต่กลับไม่ค่อยมีโครงการแนวราบมากนัก เพราะที่ดินราคาแพงและหายาก เนื่องจากทำเลนี้เป็นย่านที่อยู่ติดกับ “สาทร” ซึ่งในสายอสังหาฯ ยกให้เป็นทำเลลักซ์ชัวรี มีศักยภาพพรีเมียมเกรด A+  ถ้าใครที่อยู่ในย่านนี้แบบเราจะรู้ดีว่า การเดินทางสะดวกมาก มีถนนหลายสายเชื่อมกับถนนสาทรแทบทุกช่วง มีทางด่วน 2 สาย มีหลายด่านขึ้นลง และยังมีสะพานภูมิพลเชื่อมถนนวงแหวนอุตสาหกรรม จะเดินทางไปไหนก็ง่ายจนแทบจะเรียกว่าเป็น Hub ของการทางพิเศษเลยทีเดียว     นอกจากนี้ ยังเป็นย่านที่ใกล้แหล่งงาน ใกล้ย่านธุรกิจ ใกล้แหล่งช้อปปิ้ง อีกทั้งยังอัดแน่นไปด้วยโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง และสถานศึกษาชั้นนำจำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นย่านที่อยู่อาศัยเดิม ร้านรวงเก่าแก่ ร้านค้าดั้งเดิมยังมีให้เห็นเป็นจำนวนมาก นับเป็นทำเลที่เพียบพร้อมไปด้วยปัจจัยการอยู่อาศัยมากขนาดนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แต่ละโครงการเปิดใหม่จะได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี     “Mavich สาธุประดิษฐ์-พระราม3” เป็นโครงการบ้านทาวน์โฮมหรูล่าสุดที่เปิดตัวในเดือนพฤษภาคมปีนี้ จาก Maison Development ปักหมุดโครงการอยู่ฝั่งตรงข้าม King’s College International School Bangkok เดินทางสะดวก เข้าออกได้หลายเส้นทาง ในแบบที่คนในพื้นที่จะรู้ดีว่ามีซอยเล็กซอยย่อยมากมาย ไม่ใช่แค่ซอยเจริญราษฎร์ 7 แยก 35 ที่เป็นเส้นทางหลักเท่านั้น แต่ยังมีซอยเล็กเชื่อมต่อมาจากทางฝั่งสาธุประดิษฐ์ หรือที่คนแถบนี้เรียก “ซอยวัดไผ่เงิน” ซึ่งก็ยังเป็นซอยที่เชื่อมไปยังถนนจันทน์ได้อีกหลายซอย     ดังนั้นจะไปเซ็นทรัลพระราม 3, เทอมินัล 21 พระราม 3, โฮมโปร, โลตัส ไม่ใช่เรื่องยากเลย ใช้เวลาเดินทางแค่ 5-10 นาที ก็ไปถึงได้ทุกที่ที่ว่ามานี้ แต่ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนอาจจะต้องเพิ่มเวลาเดินทางซักหน่อย เพราะย่านนี้เต็มไปด้วยโรงเรียนสำหรับทุกระดับชั้น ในรัศมี 5 กิโลเมตร มีโรงเรียนหลายแห่ง เป็นแหล่งชุมชนอยู่อาศัยที่คึกคักพอตัวเลยทีเดียว   สถานศึกษาที่ใกล้เคียง King's College International School Bangkok:(อยู่ตรงข้ามโครงการ) Shrewsbury International School Bangkok Riverside:(ประมาณ 3 กม.) Double Trees International School (Rama 3 Campus):(ประมาณ 1-2 กม.) Aster International School Bangkok:(ประมาณ 2 กม.) Raintree International School:(ประมาณ 3 กม.) Sarasas Ektra School (สารสาสน์เอกตรา):(ประมาณ 2 กม.) โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม:(ประมาณ 3 กม.) โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย:(ประมาณ 4 กม.) โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์:(ประมาณ 6 กม. แต่อาจอยู่ในระยะที่เดินทางสะดวก) ห้างสรรพสินค้า Home Pro พระราม 3 :(ประมาณ 1 กม.) Central Plaza พระราม 3 :(ประมาณ 1 กม.) The Up :(ประมาณ 1.5 กม.) Terminal พระราม 3 :(ประมาณ 3 กม.) เอเชียทีค :(ประมาณ 5 กม.) สถานพยาบาล โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ :(ประมาณ 3 กม.) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช :(ประมาณ 6 กม.) โรงพยาบาลเมดพาร์ค :(ประมาณ 6 กม.) โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน :(ประมาณ 6.6 กม.) โรงพยาบาลจุฬาฯ :(ประมาณ 7.5 กม.)     โครงการ “Mavich สาธุประดิษฐ์-พระราม3” มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง ด้วยจำนวนยูนิตรวมเพียง 29 หลัง มีรั้วรอบขอบชิดพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา พื้นที่ส่วนกลางมีครบทั้ง Clubhouse, ฟิตเนส, สนามเด็กเล่น และสวนส่วนกลาง ตัวบ้านเป็นทาวน์โฮมหรู 3 ชั้นครึ่ง บนที่ดินขนาดเริ่มต้น 24-47 ตร.ว. บ้านหน้ากว้าง 7.5 เมตร จอดรถได้มากถึง 3 คัน ดีไซน์โค้งมนสวยทันสมัย ฟังก์ชันและเทคโนโลยีที่ทางโครงการให้มาพร้อมบ้านก็เรียกว่าจัดเต็มไม่แพ้ที่ไหน เช่น Smart Toilet, รองรับการติดตั้ง EV Charger, Digital Door Lock, ประตูบ้าน Tostem เกรดนิรภัย, Smoke Detector, Magnetic Sensor และ Emergency Lighting พร้อมระบบรองรับ Home Automation แถมราคาก็ดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี เริ่มต้นที่ 15.9 ล้านบาท* ซึ่งเป็นราคาที่หาได้ยากมาก เพราะราคาบ้านทาวน์โฮมที่เปิดตัวในย่านนี้มักจะมีราคาโดดไปไกลกว่านี้มากๆ     ภายในตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอยกว้าง 270-320 ตร.ม. เปิดประตูเข้าไปจะเป็นโถงเพดานสูง Double Volume ให้ความรู้สึกโล่งโปร่งมากกว่าบ้านทาวน์โฮมรูปแบบเดิมๆ พื้นที่ใช้สอยชั้นล่างออกแบบให้มุมรับแขกและรับประทานอาหารเปิดโล่งถึงกัน และด้านหลังเป็นพื้นที่ครัวปิดแต่ยังได้ความรู้สึกโปร่งโล่งด้วย Skylight ติดตั้งหลังคาใสแบบวัสดุนิรภัยเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันบริเวณโถงบันไดมีพื้นที่เตรียมพร้อมรองรับการติดตั้งลิฟท์โดยสารขนาดเล็กได้ด้วย ช่วยเพิ่มความสะดวกในการขึ้น-ลงให้กับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ และยังมีห้องเก็บของใต้บันได รวมถึง Powder Room (ห้องน้ำเล็ก) อยู่ติดกัน       ขึ้นมาที่บริเวณชั้นลอยซึ่งจัดตกแต่งไว้เป็นเหมือน Man Cave มุมพักผ่อนสไตล์แมนๆ เอาใจคุณผู้ชาย ให้มีพื้นที่สังสรรค์ส่วนตัว พร้อมบาร์เครื่องดื่มที่ออกแบบเข้ามุมไว้อย่างลงตัว หรือจะปรับเปลี่ยนการใช้งานให้เป็น Play Room สำหรับเด็กๆ ก็น่าจะลงตัวดีเช่นกัน เพราะพื้นที่ชั้นลอยเชื่อมต่อกับชั้นล่างสามารถมองเห็นกันได้ทั่ว ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น     พื้นที่บริเวณชั้น 2 จะจัดเป็น Master Bedroom ทั้งชั้น ให้สไตล์เหมือน Penthouse ส่วนตัว ซึ่งประกอบไปด้วย Walk-in Closet ขนาดใหญ่ พร้อมช่องหน้าต่างเปิดรับแสงธรรมชาติ ซึ่งเหมาะกับการจัดเป็นมุมแต่งหน้าแต่งตัวที่ต้องถูกใจคุณผู้หญิงอย่างแน่นอน ถัดไปด้านในเป็นห้องน้ำใหญ่ พร้อมอ่างอาบน้ำ และเคาน์เตอร์แบบ His&Her ที่สำคัญชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำใหญ่ยังเป็น washlet ด้วย นอกจากนี้ในโซนด้านหน้าของตัวบ้านยังมีเพิ่มมุมพักผ่อนพิเศษ เพราะทางโครงการกั้นพื้นที่บริเวณระเบียงด้านหน้าด้วยบานกระจกให้เป็นมุมอ่านหนังสือ ที่ให้บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ         ชั้น 3 จัดสรรพื้นที่แบ่งเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้องพร้อมห้องน้ำในตัว ลงตัวสำหรับครอบครัวขนาดเล็กที่มีลูกๆ 1-2 คน เพื่อให้ทุกคนได้มีพื้นที่ของตัวเอง ในบ้านตัวอย่างออกแบบตกแต่งแต่ละห้องไว้ในสไตล์ที่ต่างกันออกไป เพื่อเป็นแนวไอเดียสำหรับคนที่เข้ามาดูบ้าน ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถเลือกตกแต่งและปรับการใช้งานได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องออกกำลังกาย หรือห้องเอนกประสงค์สำหรับการใช้งานในรูปแบบอื่นๆ ทั้ง 2 ห้องนอนสามารถเปิดรับแสงธรรมชาติได้แทบไม่ต่างกัน ห้องโซนด้านหน้าจะมี Pocket Garden เป็นมุมเล็กๆ สามารถปลูกต้นไม้ได้ ส่วนห้องด้านหลังก็เปิดรับแสงผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้ามุม ทำให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างเต็มที่       ถัดขึ้นไปด้านบนสุดของตัวบ้าน จะเป็นพื้นที่ของดาดฟ้า ซึ่งทางโครงการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ด้วยบรรยากาศที่เปิดโล่ง รับลมยามเย็นได้ดี จึงเหมาะที่จะจัดเป็นมุมบาร์บีคิว และที่นั่งเล่นพักผ่อนช่วงแดดร่มลมตก เพื่อชมวิวเมืองยามเย็นได้อย่างเต็มตา  ในมุมหนึ่งของพื้นที่ดาดฟ้านี้ ทางโครงการวางแทงค์น้ำขนาดใหญ่ไว้บนดาดฟ้าแทนการไว้ที่ชั้นล่างอย่างที่เรามักเห็นกันในโครงการอื่นๆ พร้อมกันนี้ทางโครงการได้จัดเตรียมงานระบบทั้งปลั๊กไฟ และทางระบายน้ำ เผื่อสำหรับวางเครื่องซักผ้าไว้ให้เรียบร้อย รวมถึงห้องแม่บ้านและห้องน้ำก็อยู่บนดาดฟ้าด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากไม่ได้ใช้เป็นห้องพักสำหรับแม่บ้าน ห้องด้านบนนี้ยังสามารถใช้เป็นห้องเก็บของแทนได้ด้วยเช่นกัน       โครงการ “Mavich สาธุประดิษฐ์-พระราม3” มีพื้นที่ใช้สอย และฟังก์ชันตอบโจทย์การใช้ชีวิตในรูปแบบคนเมืองได้เป็นอย่างดี ด้วยปัจจัยรอบด้านทั้งเรื่องทำเลที่ตั้ง การออกแบบ ขนาด และราคา จึงเหมาะมากสำหรับครอบครัวขนาดกลาง ครอบครัวขยาย หรือแม้แต่ชาวคอนโดที่มองหาบ้านในพื้นที่ใจกลางเมืองในราคาที่ไม่แรงจนเกินไป เพราะที่นี่ คือ “บ้าน” ที่คุณและครอบครัวกำลังตามหา       โครงการอื่นที่น่าสนใจ The Holmes สาทร-กัลปพฤกษ์ พรีเมี่ยมทาวน์โฮม 3 ชั้น Sivarom Hyde สาทร-บางแค บ้านหรูหลังใหญ่อยู่ใกล้ใจกลางเมือง Morgen บางขุนเทียน-พระราม 2 บ้านเดี่ยวสไตล์ French  

“เดอะ รอยัล เรสซิเดนซ์ เกษตร - นวมินทร์” คฤหาสน์สุดหรูสไตล์ Oriental Victorian

“เดอะ รอยัล เรสซิเดนซ์ เกษตร - นวมินทร์” คฤหาสน์สุดหรูสไตล์ Oriental Victorian

“เดอะ รอยัล เรสซิเดนซ์ เกษตร - นวมินทร์” คฤหาสน์สุดหรูสไตล์ Oriental Victorian โครงการ “เดอะ รอยัล เรสซิเดนซ์ เกษตร - นวมินทร์” (The Royal Residence Kaset – Nawamin) คฤหาสน์สุดหรู ระดับ Ultra-Luxury หนึ่งเดียวบนถนนเกษตร-นวมินทร์ ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยสถาปัตยกรรมในสไตล์ "Oriental Victorian" ฟังก์ชันครบครัน พร้อมคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ ตอบโจทย์ความสมบูรณ์แบบของการพักผ่อน และรองรับทุกความต้องการของลูกบ้าน ในราคาเริ่มต้น 100 - 300 ล้านบาท*       โครงการ เดอะ รอยัล เรสซิเดนซ์ เกษตร - นวมินทร์ เปิดโซนใหม่ เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ระดับ Ultra-Luxury มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท ปักหมุดโครงการบนถนนเกษตร - นวมินทร์ (ซอยประเสริฐมนูกิจ 27) ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงทั้งในด้านการอยู่อาศัยและการลงทุน ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ก้าวหน้าและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน การเดินทางเข้า-ออกเมืองเป็นเรื่องสะดวกสบาย เพราะใกล้ทางด่วน และสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนเส้นหลักได้ถึง 2 สาย ได่แก่ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม และถนนพหลโยธิน อีกทั้งยังใกล้โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล และรถไฟฟ้าสายสีเทา ที่มีแผนก่อสร้างและกำหนดเปิดให้บริการภายในปี พ.ศ.2572 อีกด้วย     นอกจากนี้พื้นที่ใกล้ๆ โครงการยังครบครันไปด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์มากมาย ทั้งห้างสรรพสินค้า, คอมมูนิตี้มอลล์, โรงเรียน และโรงพยาบาลชั้นนำต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว, เดอะวอล์ค เกษตร-นวมินทร์, เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, โรงพยาบาลนวเวช, โรงพยาบาลวิภาวดี, โรงเรียนนานาชาติกีรพัฒน์, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพฯ และโรงเรียนเลิศหล้า ถนนเกษตร - นวมินทร์ เป็นต้น ทำให้ราคาที่ดินในทำเลนี้มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี จึงนับเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่มีความสะดวกสบายครบวงจรพร้อมด้วยไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย   โครงการ เดอะ รอยัล เรสซิเดนซ์ เกษตร - นวมินทร์ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาคารและพระราชวังร่วมสมัยของไทย ภายใต้คอนเซปต์ “รากฐานอันมั่นคง งดงาม เหนือกาลเวลา” ทำให้โครงการมีความโดดเด่นด้วย เอกลักษณ์สถาปัตยกรรมร่วมสมัยไทย-ยุโรป ในสไตล์ “Oriental Victorian” หนึ่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมเอกของโลก จากช่างฝีมือดีที่สุด จนได้รางวัลระดับโลกมาถึง 5 รางวัล ในส่วนของตัวบ้านดีไซน์ด้วยสไตล์ Contemporary Series ผสานความลงตัวของประโยชน์ใช้สอยกับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่งดงามเข้าไว้ด้วยกัน มาพร้อมกับแบบบ้าน 3 แบบ ซึ่งมีที่ดินเริ่มต้น 184 - 374 ตารางวา ประกอบด้วย   แบบบ้าน ROYAL EMPEROR พื้นที่ใช้สอย 1,166 ตารางเมตร ประกอบด้วย 5 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ 6+6 ที่จอดรถ พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว, พื้นที่Indoor Sunken Area and Glass House และ Supercar Garage แบบบ้าน ROYAL ARCHDUKE พื้นที่ใช้สอย 776ตารางเมตร ประกอบด้วย 5 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ 3+3 ที่จอดรถ พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว, Party Room และ Pocket garden แบบบ้าน ROYAL DAME พื้นที่ใช้สอย 560 ตารางเมตร ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3+3 ที่จอดรถ มาพร้อมฟังก์ชัน Double Volume, 2 ห้องแม่บ้าน, ห้องเก็บของ และพื้นที่สำหรับครอบครัว     ภายในตัวบ้านยังมาพร้อมฟังก์ชันที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครและถือเป็นไฮไลท์สำคัญของคฤหาสน์หรูแห่งนี้ อาทิ ฟังก์ชัน Indoor Sunken Area and Glass House พื้นที่สำหรับชมวิวสระว่ายน้ำและสวนกลางบ้าน, Family Area พื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกคนในครอบครัว, Strong room ห้องนิรภัย และ Pocket Garden เพื่อชมวิวและรับแสงธรรมชาติ นอกจากนี้ยังช่วยให้ห้องน้ำสว่างและโปร่งสบายมากขึ้น มาพร้อมระบบ Heat detector บริเวณครัวไทย, Pantry และห้องพระ, ระบบสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน Emergency Panic Button ภายในห้องน้ำ, ระบบไฟแสงสว่างฉุกเฉิน Emergency Lighting และระบบกรองอากาศ Clean and Cool Air ที่เป็นเทคโนโลยีอากาศสะอาด เย็นสดชื่นและประหยัดไฟจากประเทศญี่ปุ่น ที่เหนือกว่าระบบทั่วไป เพื่อกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ลดความร้อน และอากาศเสียภายในบ้าน ทุกเวลาที่อยู่ในบ้านจะช่วยทำให้หลับสบายในทุกคืน และสดชื่นในทุกเช้า อีกทั้งยังรองรับการใช้งานยานยนต์ยุคใหม่ด้วยระบบ EV Charger และ Supercar Garage   ในขณะเดียวกันโครงการ เดอะ รอยัล เรสซิเดนซ์ เกษตร - นวมินทร์ ยังมีคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่กว่า 3,000 ตร.ม. พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Ultra-Luxury ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้บรรยากาศเหมือนกำลังพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ทระดับ 5 ดาว มาพร้อมคลับเฮ้าส์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว มีความวิจิตรบรรจง และทำให้โครงการได้รับรางวัลในระดับนานาชาติ โดยมีจุดเด่นคือ ทะเลสาบขนาดใหญ่ในโครงการ ที่ทอดยาวต่อจากสระว่ายน้ำ สร้างความรื่นรมย์ที่แตกต่างจากโครงการอื่น ๆ, Royal Hall พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ที่ให้ลูกบ้านสามารถจัดกิจกรรมได้มากมาย, พื้นที่ Chef Table and Dining Space สำหรับเตรียมอาหาร หรือจัดเลี้ยงแบบ Outdoor ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นลานบาร์บีคิวได้, Library and Residence Lounge พื้นที่รองรับการพักผ่อน อ่านหนังสือ หรือเป็นมุมทำงานสำหรับลูกบ้าน, Fitness พื้นที่ออกกำลังกายที่ออกแบบให้ดูโปร่ง ด้วยบานกระจกรอบด้านที่ให้ลูกบ้านเพลิดเพลินกับการออกกำลังกายพร้อมกับชมวิวสระว่ายน้ำและทะเลสาบ, สระว่ายน้ำระบบเกลือ ความยาว 32 เมตร ที่มี Jacuzzi และ Bubble Bath นวดตัว พร้อมสระเด็ก, Spa Pavilion และ Sunbath Terrace ที่ให้ลูกบ้านได้ชมพระอาทิตย์ตกกันแบบแนบชิดติดริมทะเลสาบ, Locker Room แยกส่วนชาย-หญิง, Sauna Room ห้องซาวน่า พร้อม Outdoor Jacuzzi, สนามเทนนิส และ Visitor Lounge พื้นที่รับรองสำหรับแขกคนสำคัญของลูกบ้าน     นอกจากนี้ โครงการ ยังมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยเหนือระดับมาตรฐาน ตั้งแต่บริเวณทางเข้า – ออกโครงการ ด้วย Double Gate ประตู 2 ชั้น เพื่อแยกส่วนสำหรับผู้พักอาศัยและแขกผู้มาเยือน พร้อมเสริมความมั่นใจให้ชีวิตด้วยระบบ Magnetic Sensor และรั้วโครงการระบบไฟฟ้า, กล้องวงจรปิด CCTV ที่ครอบคลุมทั่วโครงการ, ระบบอ่านป้ายทะเบียน ตลอดจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง   ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อเข้าเยี่ยมชมโครงการ เดอะ รอยัล เรสซิเดนซ์ เกษตร – นวมินทร์ ได้แล้ว วันนี้ หรือดูข้อมูลโครงการได้ที่ https://home.frasersproperty.co.th หรือสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE @royalresidence หรือโทร. 1520     โครงการอื่นๆ ที่น่าสนใจ Sivarom Hyde สาทร-บางแค บ้านหรูหลังใหญ่อยู่ใกล้ใจกลางเมือง [Preview] Morgen บางขุนเทียน-พระราม 2  

เสนาฯ รับมือแผ่นดินไหว มองหาโอกาส เสริมเกราะธุรกิจอสังหาฯ อย่างยั่งยืน

เสนาฯ รับมือแผ่นดินไหว มองหาโอกาส เสริมเกราะธุรกิจอสังหาฯ อย่างยั่งยืน

เสนาฯ รับมือแผ่นดินไหว มองหาโอกาส เสริมเกราะธุรกิจอสังหาฯ อย่างยั่งยืน หลังจากที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มอาคารแนวสูงที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัยในวงกว้าง ท่ามกลางสถานการณ์นี้ เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ถึงความคิดเห็นต่อสถานการณ์อสังหาฯ ต่อจากนี้ รวมถึงมาตรการต่างๆ ที่ทางเสนาฯ ได้มีการวางแผนไว้ ทั้งในด้านการให้ความช่วยเหลือกับลูกบ้าน ภาพรวมของตลาด และปรับตัวในอนาคต เสนาฯ เดินหน้าเต็มกำลัง มั่นใจลูกบ้านไม่ถูกทิ้ง หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาทางฯ เสนา เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของลูกบ้านในโครงการฯ อย่างเป็นระบบ โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 3 เฟสหลัก ได้แก่     Phase 1: “สร้างความมั่นใจ” เร่งตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะได้รับการตรวจสอบโดยทีมวิศวกรของเสนาฯ ร่วมกับ ผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Third Party) เพื่อความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ   ส่วนอาคารแนวสูงและแนวราบที่มีผู้อยู่อาศัยแล้ว พบว่าไม่มีความเสียหายรุนแรง ลูกบ้านสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ตามปกติ ซึ่งในเฟสนี้ทาง เสนาฯ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 100%   Phase 2: “ตรวจสอบ” เน้นการ เก็บข้อมูลและปัญหาอย่างละเอียด เป็นการตรวจสอบเชิงลึกจากลูกบ้านแต่ละราย โดยได้มีการอำนวยความสะดวกให้แจ้งผ่าน “แอปพลิเคชัน SEN PROP” ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการรับเรื่องและวิเคราะห์ปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อการรวบรวมข้อมูลสำหรับงานประกันและซ่อมแซมทำได้รวดเร็วขึ้น   Phase 3: “การแก้ไข” ทาง เสนาฯ มีการร่วมมือกับพันธมิตรและผู้เชี่ยวชาญ ในการเข้าดำเนินการแก้ไขจุดที่ได้รับผลกระทบให้ตรงจุด เพื่อให้โครงการกลับสู่สภาพที่สมบูรณ์ที่สุด   จากแนวทางการทำงานที่แบ่งเป็นระยะและมีความต่อเนื่องนี้ ทำให้เห็นได้ชัดว่า เสนาฯ ไม่เพียงมองแค่การซ่อมแซมทางกายภาพ แต่ยังมุ่งมั่นสร้างความมั่นใจในจิตใจของลูกบ้านอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นการสื่อสารเชิงบวกที่มีน้ำหนักมากในภาวะที่สถานการณ์ต่างๆ ยังคงสร้างความกังวลให้กับลูกบ้าน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการสื่อสารกับลูกบ้านเป็นวงกว้าง อย่างแอปพลิเคชัน SEN PROP เพื่อรับฟังเสียงของลูกบ้าน   นอกจากนี้ ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ยังได้สะท้อนมุมมองว่า วิกฤตในครั้งนี้ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสได้ชัดเจนมากขึ้น ในการนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยแบบยั่งยื่น (Sustainable) จากที่ผ่านมา เสนาฯ เคยนำเสนอ “บ้านพลังงานแสงอาทิตย์” หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ก็เป็นหนึ่งในแนวคิดที่ได้รับความนิยมสูงมาก จึงเหมือนเป็นการตอกย้ำว่า เหตุจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นผลกระทบส่วนหนึ่งจากปัญหาภาวะโลกร้อน และส่งผลกระทบในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้น เสนาฯ จึงเล็งเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวคิดใหม่ๆ ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและลดความกังวลกับภัยธรรมชาติ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก   หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา เสนาฯ ได้นำแนวคิด ‘จีโอ ฟิต’ (Geo fit+) องค์ความรู้ในการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ตามมาตรฐานญี่ปุ่น จาก Hankyu Hanshin Properties Corp. ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมทุนบริษัทฯ มาอย่างยาวนาน กลับมาทบทวนอีกครั้งเพื่อปรับใช้กับทุกโครงการต่อจากนี้ เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยให้เทียบเท่าสากลมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ “Geo Mamoru” ที่เป็นแผนการรับมือเมื่อมีเหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้น ซึ่งประเทศญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้เป็นอย่างดี นอกจากการ “แจกคู่มือป้องกันภัยพิบัติ” ที่ทางเสนาฯ ตั้งใจจะทำเป็นอันดับแรกแล้ว ต่อจากนี้ยังจะพิจารณาในการนำแนวทางการป้องกันและรับมือในหัวข้อนี้ มาปรับใช้ให้เข้ากับโครงการมากขึ้นด้วย     ส่วนในด้านความเชื่อมั่นของลูกบ้านเสนาฯ ผศ.ดร.เกษรา กล่าวว่า กว่า 80% ของลูกบ้านเสนาฯ ให้ความมั่นใจคืนกลับมาแล้ว ด้วยทุกอาคารที่ก่อสร้างตั้งแต่ปี 2564 ถูกออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหวอยู่แล้ว ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงถือว่าอยู่ใน เกณฑ์ที่ยอมรับได้ บวกรวมกับประสิทธิภาพของการสื่อสารและการลงมือแก้ไขอย่างรวมเร็วของทีมเสนาฯ ด้วย อสังหาฯไทย ดีมานด์จะเปลี่ยนไปมั้ย? ผศ.ดร.เกษรา ได้พูดถึงภาพรวมของอสังหาฯ ไทยต่อจากนี้ เชื่อว่าในไตรมาส 2-3 ดีเวลลอปเปอร์จะเริ่ม “ชะลอ” การเปิดคอนโด High Rise ใหม่เพื่อปรับให้สอดคล้องกับดีมานด์ เนื่องด้วยผลกระทบในความเชื่อมั่นโครงการ High Rise จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ส่วนโครงการแนวราบคงจะได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็เชื่อว่า “ทำเล” เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย ด้วยพฤติกรรมของคนจะ“ติดทำเล” มากกว่า โดยเฉพาะทำเลที่คุ้นเคย เดินทางสะดวก ใกล้ที่ทำงานหรือครอบครัว  ทั้งนี้ผู้พัฒนาโครงการ (Developer) คงจะต้องมีการปรับตัว พัฒนาสินค้า รวมถึงวางแผนเพื่อรับมือกับแรงกดดันรอบด้าน ทั้งด้านการเงิน การตลาด และการดึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมา เสนาฯ กับแผนรับมือสถานการณ์เลวร้าย เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและความเสี่ยงรอบด้าน เสนาฯ ได้วางแผนฟื้นฟูอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการ จัดการกระแสเงินสดและหนี้สินอย่างมีระบบ พร้อมตั้งเป้า ลดสัดส่วนการพึ่งพาหุ้นกู้ และสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ นอกจากนี้ เสนาฯ ยังให้ความสำคัญกับการเลือกพันธมิตรธุรกิจร่วมทุน (JV) ที่เหมาะสม เพื่อช่วยเสริม ศักยภาพด้านเงินทุนและการวิจัยพัฒนาโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนสูงและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนยากขึ้น   ทางเสนาฯ เห็นโอกาสในสถานการ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน จากปัญหาหนี้ครัวเรือนทำให้กระทบต่อสภาพคล่อง จึงพัฒนาโมเดล “SENA LivNex” (เช่าออมบ้าน) เพื่อมาตอบโจทย์กลุ่มคนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ยัง ไม่พร้อมกู้ธนาคารในตอนนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อแฝงให้เข้าสู่ระบบ ไปพร้อมกับการเพิ่มยอดขายจากโครงการที่มีอยู่ในมืออีกทาง     ซึ่ง SENA LivNex เป็นโปรแกรมที่คัดกรองและประเมินศักยภาพของผู้ซื้อจริงในอีก 3 ปีข้างหน้า ผู้ที่เข้าร่วมโปรแกรมจะทำสัญญาเช่า แบบมีเงื่อนไข "เงินที่จ่ายทุกเดือน = เงินออม" เป็นระยะเวลา 36 เดือน โดยมีค่าผ่อนต่อเดือนเฉลี่ย 5,500 บาท/ล้านบาท เมื่อครบกำหนดแล้วก็สามารถนำเงินที่จ่ายไปทั้งหมด มาหักเป็นเงินต้นในการขอสินเชื่อได้ โดยปัจจุบันมีลูกค้าได้รับการตอบรับเข้าร่วมแล้วกว่า 1,000 ยูนิต และยังคงมีกลุ่มที่ให้ความสนใจเพื่อเข้าร่วมโปรแกรมอีกราว 100 ราย   SENA LivNex ไม่ใช่แค่โมเดลเช่า-ซื้อ ที่ทางเสนาฯ พยายามหาแนวทางเพื่อมาตอบโจทย์หนี้ครัวเรือนของคนไทย แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของตลาดที่อยู่อาศัย ที่จะมาช่วยให้คนกลุ่มนี้ “เข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้าน” ได้จริง และนับเป็นกลยุทธในการปรับตัวที่ไม่ใช่แค่ทำเพื่ออยู่รอด แต่อาจจะเป็นหมัดเด็ดที่จะนำให้ เสนาฯ เป็นผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ที่โดดเด่นต่างจากรายอื่นๆ ในปัจจุบัน   สามารถดาวน์โหลดและอ่าน “คู่มือป้องกันภัยพิบัติ” ผ่านแอปพลิเคชันได้ที่ลิงก์นี้ : https://bit.ly/3XJjMUj     บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ เปิดแล้ว ‘Design Village Ratchada’ Community Living Mall 5 สิ่งที่คนติดตั้งโซลาร์เซลล์บ้านห้ามพลาด!