ข่าวอสังหาริมทรัพย์

 

ข่าวอสังหาริมทรัพย์ล่าสุด

1 2 3 ... 138
เสนา ขานรับนโยบายพลังงานสะอาด  หนุนโซลาร์ทุกโครงการ  ช่วยลูกบ้านลดค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าเป็นผู้นำพลังงานสะอาด 100%

เสนา ขานรับนโยบายพลังงานสะอาด หนุนโซลาร์ทุกโครงการ ช่วยลูกบ้านลดค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าเป็นผู้นำพลังงานสะอาด 100%

เสนา หนุนแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีมุ่งลดการใช้พลังงานไฟฟ้า หันมาเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทางเลือกในชีวิตประจำวันมากขึ้น เดินหน้าติดตั้งโซลาร์เซลล์ในทุกโครงการ หวังช่วยลูกค้าบริหารค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยนวัตกรรม “โซลาร์ สเกล อัพ” สามารถคำนวณค่าไฟได้ก่อน รองรับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกและไลฟ์สไตล์คนไทย ที่เริ่มหันมาใส่ใจพลังงานสะอาด ลดภาวะโลกร้อน พร้อมตอกย้ำตั้งเป้าเป็นผู้นำพลังงานสะอาด 100%   ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ผู้ดำเนินโครงการหมู่บ้านใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เต็มรูปแบบรายแรกของไทย เปิดเผยว่า จากนโยบายที่รัฐบาลส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และไลฟ์ไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามเทรนด์ การผลิตรถยนต์ในอนาคต ทำให้คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) ในระยะ 5 ปีข้างหน้า จะมีแนวโน้มของการขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งตรงกับแผนดำเนินงานของเสนา ในเรื่องการหันมาให้ความสำคัญของการประหยัดพลังงาน เป็นนโยบายหลักที่จะทำให้ “บ้านทุกหลัง” ของเสนา ใช้พลังงานสะอาดโดยใช้ “โซลาร์เซลล์” ซึ่งในปัจจุบัน เสนา ได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) และ เครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า (EV Charger ) ภายใต้ชื่อ EV ready รองรับยานยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งแบบไฮบริด และ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้าชนิดแบตเตอรี่ (BEV) ให้กับลูกค้า โดยตั้งเป้าจะติดตั้งให้ได้ทุกโครงการ     ทั้งนี้ การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนดังกล่าวเป็นไปตามทิศทางของโลกที่ให้ความสำคัญต่อพลังงานสีเขียว พึ่งพาพลังงานทดแทนมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า เทรนด์การใช้ชีวิตที่จะเกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด ได้รับการตอบรับจากทุกภาคธุรกิจ ที่จะเข้ามานำเสนอนวัตกรรมรองรับรูปแบบการใช้พลังงานสะอาดที่เปลี่ยนแปลงไป สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจแนว Go Green ของเสนา นอกจากการติดตั้งแผง Solar Cell เพื่อผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน(โซลาร์รูฟท็อป) แล้ว ยังนำนวัตกรรม “โซลาร์ สเกล อัพ (Solar Scale Up)” ที่ช่วยให้ลูกบ้านสามารถปรับ-เพิ่มจำนวนแผง Solar Cell ได้ตามลักษณะการใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อีกทั้งยังสามารถเลือกช่วงเวลาของการใช้ไฟฟ้า ได้ตามพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยในบ้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยประหยัดค่าไฟ และตอบโจทย์พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัย เพื่อให้ลูกบ้านสามารถบริหารค่าไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   จากแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ในปัจจุบันกระแสไฟฟ้ายังคงเป็นทางเลือกหลักที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ โดยมีอัตราการใช้งานสูงถึง 42% และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็น 47% ในปี 2578 เนื่องจากปัจจัยการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การเพิ่มขึ้นของประชากร การปรับปรุงมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น ทำให้มีการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวันมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการด้านต่างๆของมนุษย์ นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มหันมาสนใจใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า แทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบเดิม ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้สัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าสูงขึ้น     “เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจการใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น ทำให้เสนาโซลาร์ วางเป้าหมายการเติบโตในแต่ละปี เฉลี่ย 5-10 % โดยในปี 2561 บริษัทตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 480 ล้านบาท และในปี 2562 คาดว่าจะมีรายได้ 500 ล้านบาท และในปี 2563 คาดว่าจะมีรายได้ 520 ล้านบาท” ผศ.ดร.เกษรา กล่าว     สำหรับโครงการที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) และสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charger Station) ภายในโครงการของเสนา ทั้งแนวราบ และคอนโดมิเนียม เพื่อบริการให้กับลูกบ้าน ได้แก่ เสนาพาร์คแกรนด์ รามอินทรา, เสนาพาร์ควิลล์ รามอินทรา – วงแหวน, เสนาวิลล์ ศาลายา, เสนาอเวนิว บางกะดี – ติวานนท์ ,เสนาช็อปเฮ้าส์ พหลโยธิน – คูคต, เสนาช็อปเฮ้าส์ลำลูกกา – คลองสอง, เสนาช็อปเฮ้าส์ บางแค – เทอดไท และคอนโดมิเนียม ได้แก่ นิช โมโน สุขุมวิท 50, นิช โมโน พีค บางนา, และมีเป้าหมายที่จะขยายให้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมการบริการมากขึ้น สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 1775 หรือ sena.co.th
การเคหะฯ คิกออฟ “โครงการบ้านเคหะกตัญญู คลองหลวง 1”  พร้อมเปิดจอง 30 พ.ย.- 6 ธ.ค.นี้ พร้อมโปรฟรีโอนฯ ราคาเริ่มต้น 2.33 ล้านบาท

การเคหะฯ คิกออฟ “โครงการบ้านเคหะกตัญญู คลองหลวง 1” พร้อมเปิดจอง 30 พ.ย.- 6 ธ.ค.นี้ พร้อมโปรฟรีโอนฯ ราคาเริ่มต้น 2.33 ล้านบาท

การเคหะฯ เดินหน้าเปิดตัว “โครงการบ้านเคหะกตัญญู คลองหลวง 1” ทันที หลังครม.มีมติเห็นชอบ โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ชูแนวคิดงานออกแบบ Universal Design รองรับการอยู่อาศัยเพื่อผู้สูงวัย เปิดจองวันที่ 30 พฤศจิกายน - 6 ธันวาคมนี้ ที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต แถมโปรโมชั่นฟรีโอนกรรมสิทธิ์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.33 ล้านบาท เท่านั้น   ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำเนินการจัดทำโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา การเคหะฯในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ ก็ได้ดำเนินการตามแผนงานทันที โดยนำร่องโครงการแรกคือ โครงการบ้านเคหะกตัญญู คลองหลวง 1 ขนาดที่ดิน 39.59 ไร่ จำนวน 192 หน่วย     ‘ทั้งนี้ ตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) การเคหะฯ มีเป้าหมายจัดทำโครงการ Senior Complex จำนวน 3,000 หน่วย โดยเบื้องต้นในปี 2561-2562 จะดำเนินการจัดสร้างทั้งหมด 360 หน่วย ประเดิมโครงการแรกในปี 2561 คือ โครงการบ้านเคหะกตัญญู คลองหลวง 1 จำนวน 192 หน่วย คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างประมาณเดือนมีนาคม 2562 และพร้อมเข้าอยู่ภายในปี 2563 สำหรับในปี 2562 จะจัดทำโครงการบ้านเคหะกตัญญู คลองหลวง 2 อีกจำนวน 168 หน่วย ซึ่งปัจจุบันโครงการที่คลองหลวง 2 อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะสามารถนำเสนอ ครม.ได้ภายในต้นปีหน้า สำหรับโครงการในระยะต่อ ๆ ไป ก็อาจจะต้องมีการวิเคราะห์และสำรวจความเหมาะสมก่อน ซึ่งก็จะพยายามกระจายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่” ดร.ธัชพลฯ กล่าว     โครงการบ้านเคหะกตัญญู คลองหลวง 1 ตั้งอยู่ริมถนนเลียบคลอง 4 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ประกอบด้วย บ้าน 3 แบบ 1. แฝดชั้นเดียว (Type A) ขนาดที่ดิน 38 ตารางวา จำนวน 76 หน่วย พื้นที่ใช้สอย 78 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 2. บ้านแฝด 2 ชั้น (Type B) ขนาดที่ดิน 39 ตารารางวา จำนวน 68 หน่วย พื้นที่ใช้สอย 110 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 3. บ้านแฝด 2 ชั้น (Type C) ขนาดที่ดิน 42.50 ตารางวา จำนวน 48 หน่วย พื้นที่ใช้สอย 120 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ     สำหรับความโดดเด่นของโครงการนี้อยู่ที่การออกแบบในลักษณะ Universal Design เพื่อให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้สูงวัย ตลอดจนคนทุกช่วงวัยที่อาศัยอยู่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การทำทางลาดชัน เพื่อให้เดินขึ้น-ลงบ้านได้สะดวก ติดตั้งสวิตซ์สูงจากพื้นไม่เกิน 90 เซ็นติเมตร ติดตั้งปลั๊กไฟสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 45 เซ็นติเมตร เพื่อความสะดวกในการใช้งานของผู้ที่ต้องนั่งรถเข็น พื้นต่างระดับไม่เกิน 2 - 2.5 เซ็นติเมตร สำหรับในห้องน้ำได้มีการติดตั้งฝักบัวแบบปรับระดับ ติดตั้งราวจับสแตนเลส เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงวัยในการช่วยพยุงตัว เป็นต้น     นอกจากนี้ ภายในโครงการยังพรั่งพร้อมไปด้วยระบบสาธารณูปโภคระดับมาตรฐานเทียบเท่าโครงการที่พัฒนาโดยบริษัทเอกชน อาทิ อาคารสันทนาการพร้อมสระว่ายน้ำ ห้องปฐมพยาบาล ห้องฟิตเนส ระบบ CCTV บริเวณทางเข้าโครงการและภายในโครงการ รั้วรอบโครงการสูง 2 เมตร พร้อมรั้วโปร่งต่อเพิ่มอีก 1 เมตร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ถนนเมนกว้าง 16 และ 12 เมตร ถนนในซอยกว้าง 10 เมตร การออกแบบผังบริเวณโครงการและอาคารยังได้นำแนวคิดเกณฑ์ประเมินชุมชนน่าอยู่น่าสบายอย่างยั่งยืนหรือ Eco Village มาเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบ ที่สำคัญโครงการนี้ยัง ผ่านเกณฑ์บ้านประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ของ กฟผ.ในส่วนของศักยภาพทำเลที่ตั้งโครงการ พบว่า แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ดรีมเวิล์ด โรงพยาบาล สถานศึกษา เป็นต้น     สำหรับผู้ที่สนใจจับจองเป็นเจ้าของโครงการบ้านเคหะกตัญญู คลองหลวง 1 สามารถเข้ามาจองได้ภายในงานเปิดตัว “โครงการบ้านเคหะกตัญญู คลองหลวง 1” ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน - 6 ธันวาคม 2561 โดยผู้ที่จองภายในงานจะได้รับโปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 09 1047 1276 หรือ Call Center 1615
เมื่อวงการธุรกิจที่อยู่อาศัย กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นดีไซน์และฟังก์ชั่นที่ตอบสนองความต้องการในแบบ Personalization โดยประมวลผลจาก Big Data

เมื่อวงการธุรกิจที่อยู่อาศัย กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นดีไซน์และฟังก์ชั่นที่ตอบสนองความต้องการในแบบ Personalization โดยประมวลผลจาก Big Data

เมื่อโลกเปลี่ยนผันไปตามเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง ส่งผลให้พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคมีช่องทางในการหาข้อมูลสินค้าและบริการอย่างง่ายดายผ่านสื่อออนไลน์เพียงปลายนิ้ว พร้อมคาดหวังบริการที่ตรงใจมากขึ้นจากธุรกิจต่างๆ เหล่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Business Model ของธุรกิจต่างๆ จะถูก Disrupt จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ธุรกิจต่างๆจึงควรต้องเร่งสร้างการ Service ในมิติใหม่ ให้สอดคล้องกับความต้องการอันแท้จริงของลูกค้าได้โชคดีที่ในยุคปัจจุบัน ธุรกิจไม่ต้องมานั่งคาดเดาความต้องการของลูกค้าเหมือนที่เคยทำมาอีกแล้ว เพราะด้วยการมาถึงของ Big Data ที่รวบรวมข้อมูลมหาศาลของผู้บริโภคอย่างละเอียดผ่านอุปกรณ์อัจฉริยะและเครื่องมือสื่อสารอันทันสมัย ทำให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ และสร้างสรรค์บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ารายบุคคลได้ หรือแบบที่เรียกว่า Personalization นั่นเอง ในวงการธุรกิจที่อยู่อาศัย แบบบ้านสำเร็จรูปซึ่งมีหน้าตาหมือนกันทั่วไป อาจไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคแล้ว เนื่องจากปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการบ้านที่สะท้อนความเป็นตัวเองและไม่เหมือนใครมากขึ้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จึงจำเป็นต้องนำเสนอ Design และฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสมกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายรายบุคคล ในแบบ Personalization มากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ศูนย์รับสร้างบ้าน แลนดี้ โฮม จึงมุ่งพัฒนาการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของลูกค้าในยุคปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญในการสร้างประสบกาณ์ที่ดีผ่าน Consumer Journey ในทุกจุด Touch Point พร้อมเชื่อมโยงและบูรณาการฐานข้อมูล ในทุกภาคส่วนเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึง ผ่านระบบ Cloud Service ในการนำเสนอบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ตรงใจ ในแบบ Personalization แลนดี้ โฮม มุ่งมั่นในการสร้างบ้านในฝันของลูกค้า ผ่านแนวคิด “ Always Ahead”  โดยแลนดี้ โฮม มีความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า พร้อมพัฒนาระบบการก่อสร้าง ตลอดจนการออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่คำนึงถึงการอำนวยความสะดวกการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยทั้งในปัจจุบัน และอนาคตเพื่อให้ลูกค้าได้บ้าน ที่ดีที่สุด ตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไปของแต่ละครอบครัวแลนดี้ โฮม ได้พัฒนาระบบการจัดการภายใน พร้อมลงทุนงบประมาณกับระบบการจัดการ CRM ที่ทันสมัย นำมาซึ่งความเข้าใจในทุกความแตกต่างของลูกค้าแต่ละคน ถือเป็นการปรับเปลี่ยนจากการออกแบบบ้านในแบบ Customization ที่เดิมทีลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนแบบบ้าน หรือต้องการให้ออกแบบบ้านใหม่ได้ตามความต้องการ แต่ในปัจจุบัน การออกแบบบ้านแบบ Personalizationจะตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธภาพมากกว่าเดิม เพราะสามารถออกแบบบ้านได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ทันทีโดยแทบจะไม่ต้องมีการปรับแบบสิ่งเหล่านี้ ล้วนเน้นย้ำจุดแข็งของความเป็น Trend Setter ในการออกแบบบ้านของแลนดี้ โฮม ได้เป็นอย่างดี โดยในปัจจุบัน แลนดี้ โฮม มีแบบบ้านมาตรฐานให้ลูกค้าเลือกมากกว่า 200 แบบ"และในอนาคต แลนดี้ โฮมพร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์รับสร้างบ้านที่พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้คนในยุค 4.0 และเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยกลยุทธ์ดังต่อไปนี้   1.Personalized Approach สื่อสารข้อมูล การสร้างบ้านที่มีประโยชน์ ตามความสนใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในแต่ละกลุ่ม จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งระบบ CRM หรือจากการวิเคราะห์พฤติกรรมการเยี่ยมชมแบบบ้านผ่านเว็ปไซต์ co.th โดยประมวลผล พร้อมส่งข้อมูลที่ลูกค้าสนใจ  เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสถึงความพิเศษสุดในทุกจุดการบริการ   2.Big Data Analysis เพิ่มประสิทธิภาพในการรับรู้ความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างและหลากหลาย พร้อมเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยการวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ประมวลผลผ่านซอฟต์แวร์ CRM ระดับโลก ด้วยระบบ Cloud Service ให้ทุกส่วนในด้านงานบริการ เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น พร้อมการเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว เพื่อปรับปรุงการบริการ และรูปแบบการสื่อสารระหว่างลูกค้าและองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ   3.Landy Home Planner แอพลิเคชั่นอัจฉริยะที่จะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้สถาปนิก และที่ปรึกษางานขาย สามารถนำเสนอข้อมูลการปลูกสร้างบ้าน ให้แก่ลูกค้าได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นสไตล์แบบบ้านที่ลูกค้าสนใจ, สเปควัสดุ ,โปรแกรมคำนวณพื้นที่ใช้สอย ตลอดจนงบประมาณการปลูกสร้าง พร้อมการบันทึกข้อมูลลูกค้าแบบ Real Time เพื่อเก็บรวบรวมรายละเอียดที่เคยคุยกันไว้อย่างมีระบบ   4.Landy Work Flow System การบริหารจัดการการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน ของส่วนงานต่างๆ ภายในองค์กร ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งสามารถควบคุมงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดโดยมีการบริหารจัดการการทำงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยส่วนงานขาย, งานออกแบบ, งานก่อสร้าง ตลอดจนส่วนบริการหลังการขาย ซึ่งลูกค้าสามารถตรวจสอบ และทราบถึงขั้นตอนการทำงานได้อย่างชัดเจน หากเกิดความล่าช้าในจุดใด ก็สามารถทราบได้ทันทีถึงสาเหตุ ทำให้แก้ไขปัญหารวดเร็ว  ช่วยลดต้นทุนและความสูญเสียทางด้านทรัพยากรต่างๆได้อย่างดี นางสาวภัทรา มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและออกแบบผลิตภัณฑ์ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ แลนดี้ โฮม ให้ความสำคัญด้านงานสถาปัตยกรรมการออกแบบ, การบริการ ตลอดจนนวัตกรรมและขั้นตอนการก่อสร้างที่ทันสมัย เพื่อให้ลูกค้าได้บ้าน ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยแห่งอนาคต เราเข้าใจ ในทุกความต้องการที่แตกต่างกัน ของแต่ละครอบครัว ทั้งจำนวนสมาชิก หรือไลฟสไตล์การใช้ชีวิต ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อพัฒนาแบบบ้านที่ไม่ใช่แค่ความสวยงาม หากแต่ต้องตอบสนองทุกความต้องการ ในแบบ Personalization” และที่กล่าวมา ก็คือการพัฒนาการบริการอย่างไม่หยุดยั้งจากแลนดี้ โฮม เพื่อคงความเป็นศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1 ของประเทศไทย และมุ่งสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมแห่งการอยู่อาศัยแห่งอนาคตในยุค Thailand 4.0 รู้จัก แลนดี้ โฮม มากขึ้นได้ที่ www.landyhome.co.th หรือ www.facebook.com/landyhomeonline          
Money Expo Year-End 2018 เปิดงานคึกคัก ทุ่มโปรโมชั่นแรงโค้งสุดท้ายแห่งปี

Money Expo Year-End 2018 เปิดงานคึกคัก ทุ่มโปรโมชั่นแรงโค้งสุดท้ายแห่งปี

  เปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ งานมหกรรมการเงินส่งท้ายปี ครั้งที่ 2 Money Expo Year-End 2018 แบงก์/นอนแบงก์/ประกัน/บล./บลจ. ทุ่มโปรโมชั่นแรงส่งท้ายปี กู้บ้าน/รีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ย 0% 6 เดือน สินเชื่อบุคคล กู้ง่ายได้ลุ้นทองคำแท่ง สินเชื่อเอสเอ็มอี/สตาร์ตอัพ ดอกเบี้ย 0% 1 ปี วงเงินกู้สูงสุด 100 ล้านบาท เงินฝากปลอดภาษี ดอกเบี้ย 2.3% ซื้อประกันชีวิต/กองทุน LTF&RMF รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี สัมมนาพิเศษ “5G DISRUPTION ระลอก 2 IoT พลิกโฉมธุรกิจการเงิน” พบกับโซน Good Living for Aging Society ที่จะช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ การดูแลกัน และกล้าที่จะเปลี่ยน ในบรรยากาศที่อบอุ่น พร้อมของขวัญพิเศษในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า เช่น อาหารเสริม เครื่องดื่ม ยา วิตามิน และเวชสำอาง การดูแลในบ้านและนอกบ้าน จัดเต็ม 4 วัน 29 พ.ย.-2 ธ.ค.61 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา     นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า งานมหกรรมการเงินส่งท้ายปี ครั้งที่ 2 Money Expo Year-End 2018 มีธนาคาร สถาบันการเงิน องค์กรภาครัฐและเอกชนกว่า 80 แห่ง เข้าร่วมงานเพื่อนำเสนอบริการทางการเงินและการลงทุนอย่างครบวงจร พร้อมเตรียมแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปีด้วยเงื่อนไขที่ดีที่สุด ทั้งอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด และผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้ประชาชนผู้เข้าชมงานในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง เช่น สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี ได้เลือกใช้บริการภายในงานอย่างเต็มที่   "งานมหกรรมการเงินส่งท้ายปีจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการซื้อกองทุน RMF/LTF ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันบำนาญช่วงท้ายปี เพื่อการออมระยะยาวและสามารถลดหย่อนภาษี ไปจนถึงบริการทางการเงินและการลงทุนทุกเรื่อง”   โปรโมชั่นแรงสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ประกัน/RMF&LTF ลดหย่อนภาษี สำหรับบริการทางการเงินได้แก่ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต สินเชื่อเอสเอ็มอี สินเชื่อเพื่อเริ่มต้นธุรกิจ สินเชื่อเพื่อการส่งออกและนำเข้า เงินฝากทุกประเภท รวมทั้งประกันชีวิต/ประกันภัย/ประกันสุขภาพ ส่วนบริการทางการลงทุน ก็มีให้เลือกลงทุนหลากหลายช่องทาง ทั้งหุ้น อนุพันธ์ ทองคำ/โกลด์ฟิวเจอร์ส กองทุนรวม พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่มาให้คำแนะนำกลยุทธ์ในการลงทุนที่เหมาะสม   “ธนาคารและสถาบันการเงินที่เข้าร่วมงานได้เตรียมโปรโมชั่นมามอบให้กับประชาชนผู้เข้าชมงานอย่างเต็มที่ โดยเป็นโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปีนี้ เช่น กู้บ้าน/รีไฟแนนซ์บ้าน ดอกเบี้ย 0% 6 เดือน สินเชื่อบุคคล กู้ง่ายได้ลุ้นทองคำแท่ง สินเชื่อเอสเอ็มอี/สตาร์ทอัพ ดอกเบี้ย 0% 1 ปี วงเงินกู้ 1-100 ล้านบาท เงินฝากปลอดภาษี ดอกเบี้ย 2.3% ต่อปี ซื้อประกันชีวิต/กองทุน LTF-RMF รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี เป็นต้น”     5G DISRUPTION ระลอก 2 IoT พลิกโฉมธุรกิจการเงิน นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม งานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า ภายในงาน วารสารการเงินธนาคาร ร่วมกับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จัดงานสัมมนาพิเศษในหัวข้อ “5G DISRUPTION ระลอก 2 IoT พลิกโฉมธุรกิจการเงิน” ในวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้อง Nile 1-2 เพื่อเตรียมความพร้อมการเข้ามาของเทคโนโลยี 5G ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลต่อธุรกิจต่างๆมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจในภาคการเงินและการลงทุน รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในวงกว้าง เนื้อหาสัมมนาเน้นถึงเทคโนโลยี 5G และ IoT ที่เกี่ยวข้องกับวงการธนาคารและตลาดเงินตลาดทุนโดยเฉพาะ รวมทั้ง Future Skill ของคนในยุค 5G, เทคโนโลยี AI ในยุค 5G, Bank vs Fintech ในยุค 5G ฯลฯ เป็นต้น   นอกจากนี้ ยังมีสัมมนาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่น่าสนใจตลอดทั้ง 4 วัน ได้แก่ Take Profit หุ้นส่งท้ายปี, ลงทุนหุ้นข้ามชอต ทำกำไรหลังเลือกตั้ง,วางแผนการลงทุน ด้วยกองทุนรวมกับ NOMURA, เทคนิคพิชิตกำไรในตลาดผันผวน, เทรดทีเด็ด สเต็ปเทพ, รับมือดัชนีปี 62 ผ่านมุมมองของนักลงทุน VI, สแกนหุ้นเด่น มองเห็นกำไร ด้วยแอปล้ำหน้า Finansia HERO, Gold Forecast ทิศทางการลงทุนในทองคำปี 219, เปิดโลกการลงทุนด้วย TFEX Gold Online และ Global Futures เป็นต้น   พร้อมด้วยความบันเทิงจากกองทัพศิลปินดาราที่จะมาร่วมสนุกและมินิคอนเสิร์ตให้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ไอซ์ ศรัณยู, นนท์-ธนนท์, วี วิโอเลต, คิว วงฟลัว, บอยแบนด์ SBFIVE, แพรวา กันต์ แพต และเต นักแสดงจากค่ายนาดาว และจีเอ็มเอ็ม ทีวี     Good Living for Aging Society เปิดโซนด้วยแนวคิด "Relationship"   นางสาวภาคนีกล่าวว่า ภายในงานยังมีโซน Good Living for Aging Society ซึ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากการจัดงานครั้งแรกที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้าน ข้าราชการ และคนวัยเกษียณ จนทำให้โซนนี้ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด "Relationship" ซึ่งในโซนนี้จะช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ การดูแลกัน และกล้าที่จะเปลี่ยน พร้อมของขวัญที่เป็นผลิตภัณฑ์และบริการ สำหรับคนสำคัญในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าในบรรยากาศที่อบอุ่น อาทิ การดูแลในบ้านและนอกบ้าน อาหารเสริม เครื่องดื่ม ยา วิตามิน และเวชสำอาง   "ไม่แก่ ก็มาได้" กับไฮไลต์สัมมนา หัวข้อ "โสด ไม่โสด ก็เกษียณสุขได้", "ไปไหนก็ได้ คุยกับใครก็ได้ แค่กล้าที่จะเปลี่ยน" และ "สื่อสารเชื่อมสัมพันธ์ ต่างวัยต่างความคิด" , "อร่อยต่างวัย กำหนดอาหารเพื่อความสมดุล" และกิจกรรมเวิร์คชอป อาทิ "สอนวาดรูปสีน้ำ โดย จิตกรไร้แขน", "สอนทำคลิปวีดิโอด้วยมือถือ" ภายในโซนยังมีบริการตรวจสุขภาพฟรี และมุมนั่งพักผ่อนพร้อมเสิร์ฟของว่างบริการเอาใจผู้สูงวัย มางานนี้ ได้ครบทุกอย่าง ทั้งการเงิน สุขภาพ และที่อยู่อาศัย เหมาะสำหรับวัยทำงาน และวัยก่อนสูงอายุ     แคมเปญโปรโมชั่นเด่น ในงาน Money Expo Year-End 2018   ธ.ออมสิน : สินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% 6 เดือน, รีไฟแนนซ์บ้าน อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 3%, เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 105 วัน ดอกเบี้ย Step Up เฉลี่ยน 4.00%(เทียบเท่าฝากประจำ 4.706%), สินเชื่อธุรกิจ SMEs บัญชีเดี่ยว เปอร์เซ็นต์เดียว อัตราดอกเบี้ยปีแรก 1% วงเงินกู้สูงสุด 100 ล้านบาท, สินเชื่อ Smart Start-Up Smart SMEs อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 1 ปี วงเงินกู้ 1-100 ล้านบาท, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์ กู้ง่าย ได้ลุ้นทองคำแท่งรวมมูลค่า 100,000 บาท   ธ.กรุงศรีอยุธยา : สินเชื่อบ้านกรุงศรี อัตราดอกเบี้ย 0.5% 3 เดือนแรก ค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักประกัน 50% อัตราดอกเบี้ยปีแรกลดลง 0.25% ต่อปี, เงินฝากปลอดภาษี 24 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.3%,ทรัพย์ NPA ราคาลดสูงสุด 70%    ธ.ไทยพาณิชย์ : สินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนนานสูงสุด 30 ปี ฟรีค่าจดจำนอง, สินเชื่อรีไฟแนนซ์ ฟรีค่าประเมิน, สินเชื่อบ้านคือเงิน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ กู้ได้สูงสุด 20 ล้านบาท ผ่อนนาน 30 ปี ฟรี ค่าประเมิน, สินเชื่อ Speedy Cash อัตราดอกเบี้ย 0%สูงสุด 3 รอบบัญชี, ประกันชีวิต เบี้ยประกันผ่อนได้ 0% 3 เดือน, ประกันภัย เบี้ยประกันผ่อนได้ 0% 6 เดือน   ธ.กสิกรไทย : สินเชื่อบ้านกสิกรไทย อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีต่ำสุด 3.75%, สินเชื่อเอสเอ็มอี รับ Tesco Lotus Gift Voucher มูลค่า 5,000-20,000 บาท, สินเชื่อบุคคลกสิกรไทย ผ่อนเริ่มต้นเพียงแค่ 330 บาท/เดือน แค่มีเงินเดือน 7,500 บาทขึ้นไปก็กู้ได้, สินเชื่อเงินสดทันใจกสิกรไทย อัตราดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 90 วัน   ลลธ.กรุงเทพ : สินเชื่อบ้านบัวหลวง รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เมื่อลงทะเบียนจองสิทธิ์ภายในงาน   ธ.กรุงไทย : สินเชื่ออเนกประสงค์สวัสดิการ อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3 ปีแรก 7.50% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุด 20ปี, สินเชื่อ SMEs ปลอดเงินต้น 12 เดือน ผ่อนนาน 10 ปี วงเงินสูงสุด 100 ล้านบาท,อัตราดอกเบี้ย MRR-3.75% 2 ปีแรก ฟรี ค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักทรัพย์ประกัน ค่าธรรมเนียมการตรวจงวดงาน, สินเชื่อ Home For Cash อัตราดอกเบี้ย MRR 7.12 ตลอดอายุสัญญา ฟรี ค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักทรัพย์ประกัน ค่าธรรมเนียมการตรวจงวดงาน   ธ.อาคารสงเคราะห์ (ธอส.) : สินเชื่อบ้าน อัตราดอกเบี้ย 4 เดือนแรก 0.99% ต่อปี ผ่อนชำระสูงสุด 40 ปีฟรี ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ค่าจดทะเบียนและทำนิติกรรม ค่าประเมินราคาหลักประกันอัตราพิเศษ, เงินฝากประจำ 18 เดือน อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 1.8% ต่อปี, ทรัพย์ NPA ผ่อนชำระเงินดาวน์ อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปีนานสูงสุดถึง 60 เดือน   ธ.เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) : สินเชื่อส่งออกสุขใจ อัตราดอกเบี้ยในปีแรก 4.5% ต่อปี อนุมัติภายใน 7 วันทำการ, สินเชื่อส่งออกเพิ่มค่า อัตราดอกเบี้ย 4.5% ต่อปีในปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 4 ล้านบาท, บริการประกันส่งออกทันใจ SMEs คุ้มครองสูงสุด 1 ล้านบาท ค่าเบี้ยประกันผู้ซื้อรายละ 1,500 บาท   บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต : ประกันชีวิต รับโชค 2 ต่อ รวมมูลค่ากว่า 1.3 ล้านบาท ต่อที่ 1 รับเลย บัตรของขวัญ Starbucks มูลค่า 300 บาท ต่อที่ 2 ร่วมลุ้น รางวัลที่ 1 ทองคำแท่งหนัก 1 บาท จำนวน 67 รางวัล รางวัลที่ 2 บัตรของขวัญเทสโก้โลตัส มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 100 รางวัล   บมจ.ทิพยประกันภัย: ประกันภัยรถยนต์/ ประกันอัคคีภัยและทรัพย์สิน/ ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ/ ประกันภัยเบ็ดเตล็ด รับส่วนสดพิเศษ ลุ้นรถยนต์ TOYOTA Yaris ATIVรุ่น 1.2J สีแดง          
เสนาดีเวลลอปเม้นท์และไนท์แฟรงค์ประเทศไทย ร่วมจัดงานเปิดตัวโครงการ “นิช โมโน เมกะ สเปซ บางนา” พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง 3 ชั้น และที่จอดรถถึง 70%

เสนาดีเวลลอปเม้นท์และไนท์แฟรงค์ประเทศไทย ร่วมจัดงานเปิดตัวโครงการ “นิช โมโน เมกะ สเปซ บางนา” พร้อมพื้นที่ส่วนกลาง 3 ชั้น และที่จอดรถถึง 70%

บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด มหาชน ร่วมกับบริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดให้ชมตัวอย่างคอนโดมิเนียม นิช โมโน เมกะ สเปซ บางนา ภายใต้แนวคิด “Made from Her” ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดของการอยู่อาศัย และพื้นที่ส่วนกลาง 3 ชั้น ไม่ว่าจะเป็น Co-Working space, Meeting Space, Urban Courtyard, Lap Pool, Kid Adventure, Sliding Hill, Sky Fitness, Multipurpose area, Co-Kitchen, Cinema Space, Reading Lounge, Sunset Deck, Moon Terrace และที่จอดรถรวมมากถึง 70% ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.2 ล้านบาทพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบครัน   ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด มหาชน (คนที่สี่จากซ้าย), นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด (คนที่สี่จากขวา), มร. แฟรงค์ ข่าน กรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านโครงการที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด (คนที่สามจากซ้าย), นางพจมาน วรกิจโภคาทร ผู้อำนวยการด้านการตลาดและการขาย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด (คนที่สามจากขวา) และ มร. มัตซุย  โทกิโยชิ ผู้จัดการ บริษัท ฮันคิว เรียลตี้ จำกัด มหาชน (คนที่สองจากซ้าย), เข้าร่วมงาน          
SAM โชว์ผลงาน Q3 ไปได้สวย หลังรุกประมูลซื้อหนี้แบงก์กวาด NPL เข้าพอร์ตกว่าหมื่นล้านบาท ยอดจำหน่ายทรัพย์ NPA สูงเฉียด 2.5 พันล้าน ผุดโครงการพิเศษช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

SAM โชว์ผลงาน Q3 ไปได้สวย หลังรุกประมูลซื้อหนี้แบงก์กวาด NPL เข้าพอร์ตกว่าหมื่นล้านบาท ยอดจำหน่ายทรัพย์ NPA สูงเฉียด 2.5 พันล้าน ผุดโครงการพิเศษช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

นายนิยต มาศะวิสุทธิ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผย “ผลการดำเนินงานของ SAM ณ สิ้นสุดไตรมาส 3 ปี 2561 ผลการดำเนินงานโดยรวมเป็นไปตามเป้าหมาย โดย SAM ได้รับชำระเงินสด รวมจำนวนทั้งสิ้น 6,998.77 ล้านบาท หรือร้อยละ 82.23 ของเป้าหมาย ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 9 เดือนที่ตั้งไว้ ปัจจุบัน SAM มีสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการมูลค่ารวมทั้งสิ้น 343,162.21 ล้านบาท และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) 22,008.41 ล้านบาท เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กรตามแผนระยะยาว SAM ในฐานะหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่บริหารจัดการหนี้เสียของประเทศ และเป็นเครื่องมือของภาครัฐในการดูดซับ NPL จากระบบสถาบันการเงิน จึงมีการวางกลยุทธ์เพิ่มขนาดพอร์ต NPL โดยเข้าร่วมประมูลซื้อจากสถาบันการเงินต่างๆ ที่ประกาศขายในตลาดมาอย่างต่อเนื่อง และสามารถชนะการประมูล คิดเป็นภาระหนี้รวม 10,086.85 ล้านบาท หรือร้อยละ 50.09 ของเป้าหมายที่กำหนดในปี 2561   ด้านการบริหารจัดการ NPA สามารถจำหน่ายทรัพย์สินได้เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น  2,482.39 ล้านบาท  นับว่า SAM ประสบความสำเร็จสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าค่าเฉลี่ย 4 ปีย้อนหลัง (ปี 2557-2560) ทั้งนี้เป็นผลมาจากการวางแผนกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่ตอบโจทย์และโดนใจลูกค้า มีการจัดกิจกรรมการขายและลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดปี ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างทั่วถึงและตรงกลุ่มเป้าหมาย อีกทั้งทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ SAM ในพอร์ตส่วนใหญ่เป็นทรัพย์มีศักยภาพสูงและตั้งอยู่ในทำเลดี โดยเฉพาะในทำเลที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาโครงการของภาครัฐ   ด้านการบริหารจัดการ NPL มุ่งเน้นการให้โอกาสและคำปรึกษาแก่ลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ให้สามารถกลับไปดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ ในช่วงที่ผ่านมา SAM ได้จัดโครงการพิเศษและกิจกรรมการตลาดเชิงรุก อาทิ โครงการลดหนี้มีสุข สามารถช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้รายย่อยบรรลุข้อตกลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น คิดเป็นมูลหนี้รวมมากกว่า 200 ล้านบาท รวมทั้งการจัดกิจกรรมเปิดบ้านทำงานวันหยุด และการเดินสายลงพื้นที่พบปะลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ทั่วประเทศ   สำหรับโครงการคลินิกแก้หนี้ ภายหลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ได้มากยิ่งขึ้น ทำให้ปัจจุบันมีลูกค้าลงนามในสัญญากับโครงการคลินิกแก้หนี้คิดเป็นมูลหนี้เงินต้นสะสมรวมประมาณ 224 ล้านบาท หรือร้อยละ 51.57 ของเป้าหมาย และมีลูกค้าส่วนหนึ่งสามารถชำระหนี้ได้สำเร็จตามแผนของโครงการแล้ว นอกจากนี้  SAM ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ไม่สะดวกเข้ามาติดต่อในวันทำการ โดยเพิ่มการให้บริการในวันเสาร์ ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ครั้งที่ 2 ในเดือนสิงหาคม และครั้งที่ 3 ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ สำนักงานคลินิกแก้หนี้ ชั้น 12 อาคารเล้าเป้งง้วน ถ.วิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร รวมทั้งจัดกิจกรรมเดินสายให้ความรู้ทางการเงินแก่ลูกหนี้และผู้ที่สนใจ เพื่อสร้างวินัยทางการเงินและปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายและการออม ในฐานะที่เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของรัฐที่สนับสนุนนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนของประเทศอย่างยั่งยืน”          
ดี-แลนด์ฯ ปักหมุดทำเลทองนนทบุรี  ผุด “นนทบุรี ฯ” จับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ดี-แลนด์ฯ ปักหมุดทำเลทองนนทบุรี ผุด “นนทบุรี ฯ” จับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ดี-แลนด์ฯ ขยายฐานรับดีมานด์ที่อยู่อาศัยนนทบุรี อวดโฉมทาวน์โฮมอารมณ์บ้านเดี่ยว “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน” มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์สไตล์อังกฤษ ผสานเทคโนโลยี Greenovation พร้อมฟังก์ชั่นใช้สอยครบครัน ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง เดินทางเข้าเมือง-ออกต่างหวัดสะดวกสบาย มีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบ 3 สไตล์ ในราคาเริ่มต้น 2.20 ล้านบาท     นายศิริพงษ์ สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ในเขตกรุงเทพฯ ตอนใต้ พระราม2-สมุทรสาคร โซนภาคตะวันออก และโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดนนทบุรีมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหลักจากการเป็นทำเลที่เป็นส่วนต่อขยายของเมือง มีการพัฒนาและเชื่อมโยงในส่วนของระบบขนส่งและสาธารณูปโภคต่างๆ อาทิ การขยายถนนและรถไฟฟ้า เป็นเส้นทางเชื่อมต่อการเดินทางออกไปสู่จังหวัดอื่นๆ เช่น สุพรรณบุรี ปทุมธานี และยังเชื่อมต่อกับวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตกที่สามารถเดินทางไปนครปฐมหรือชลบุรีได้อีกด้วย ส่งผลให้ความต้องการ (Demand) ที่อยู่อาศัยในจังหวัดนนทบุรียังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น     ล่าสุด บริษัทฯ ได้พัฒนาโครงการ “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน” (Baan D The Hamilton Chaiyapruek-Wongwaen) ทาวน์โฮม 2 ชั้นสไตล์บ้านเดี่ยว จำนวน 500 ยูนิต เนื้อที่โครงการรวมกว่า 49 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพ ริมถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลไทรน้อย อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างนนทบุรีและโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกไว้ด้วยกัน รวมถึงการขยายเส้นทางรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (สถานีคลองบางไผ่-เตาปูน) ในพื้นที่ดังกล่าวทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ และพื้นที่สำคัญอื่นๆ ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยโครงการบ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน เริ่มพัฒนาโครงการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 และได้กระแสตอบรับที่ดีมากจากการเปิด Pre-Sale ในช่วงเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา โดยขณะนี้มียอดจองในเฟสแรกแล้วกว่า 110 ล้านบาทเลยทีเดียว     โครงการ “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน” อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าคลองบางไผ่เพียง 10 นาที ได้รับการออกแบบและดีไซน์ภายใต้แนวคิด “English Cottage” ที่นำความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์ที่สวยงามตามแบบฉบับอังกฤษมาผสานเข้ากับงานโครงสร้างสไตล์โมเดิร์นที่คำนึงถึงการใช้งานฟังก์ชั่นในส่วนต่างๆ ของบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยแบบบ้าน 3 แบบ 3 สไตล์ ดังนี้ 1. Type A: Westminster (เวสต์มินส์เตอร์) ทาวน์โฮม 2 ชั้น ปลูกสร้างบนที่ดินขนาด 28.70 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยรวม 140 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน ในราคาเริ่มต้นที่ 3.4 ล้านบาท 2. Type B: Northampton (นอร์ทแธมป์ตัน) ปลูกสร้างบนที่ดินขนาด 21.20 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 130 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 2 คัน ราคาเริ่มต้น 2.5 ล้านบาท และ 3. Type C: Birmingham (เบอร์มิงแฮม) ทาวน์โฮม 2 ชั้น บนที่ดิน 18.50 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยรวม 100 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมที่จอดรถ 1 คัน ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท     นายศิริพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัท ดี-แลนด์ฯ ยังได้พัฒนาฟังก์ชั่นของตัวบ้านและภายในโครงการ “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน” ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ Smart Home Automation และ Multi-Generations Living Area ภายในบ้าน ตอบรับไลฟ์สไตล์ของครอบครัวที่แตกต่างกันตามช่วงวัย ด้วยคอนเซ็ปต์ “Greenovation” ซึ่งผสมผสานเข้ากับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในงานก่อสร้างต่างๆ ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม อาทิ การเลือกใช้สีคุณภาพที่เป็นมิตรต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการออกแบบและการจัดวางผังโครงการให้มีพื้นที่สีเขียวขนาดย่อมกระจายอยู่ทั่วทั้งโครงการ มีสวนสาธารณะส่วนกลางสไตล์อังกฤษ ขนาดกว่า 1 ไร่ ที่พร้อมเติมเต็มความสดชื่นให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุด   นอกจากนี้ ภายในโครงการยังครบครันด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ร้านค้า ร้านอาหาร และบริการต่างๆ สนามเด็กเล่น คลับเฮ้าส์ Co-Working Space สระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน ในขณะที่บริเวณรอบโครงการแวดล้อมไปด้วยสถานที่สำคัญต่างๆ ทั้งหน่วยงานราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า อาทิ เซ็นทรัลเวสต์เกต อิเกียบางใหญ่ พลัสมอลล์ บิ๊กซี แม็คโคร และอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สามารถเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ หรือออกต่างจังหวัดได้อย่างสะดวก     สำหรับผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างได้ที่สำนักงานขายโครงการ “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1793 ต่อ 8 หรือคลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.dl.co.th และ facebook: Dlandclub
“โคคูน พระราม 9” คอนโดยุคใหม่ ซัพพอร์ตทุกพลังชีวิต ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา

“โคคูน พระราม 9” คอนโดยุคใหม่ ซัพพอร์ตทุกพลังชีวิต ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา

แม้จะเพิ่งเปิดขายเพียงรอบ VIP Day ยังไม่ได้เปิดขายพรีเซลอย่างเป็นทางการ แต่โครงการ “โคคูน พระราม 9” หรือ Cocoon Rama 9 คอนโดมิเนียมโครงการแรกของบริษัท รอแยลเฮ้าส์ อีเลฟเว่น จำกัด ก็ดูจะได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยม การันตีด้วยยอดขายถึงกว่า 70% หลังจากประกาศเปิดตัวโครงการได้ไม่ถึงเดือน     อาจเพราะโครงการมีปัจจัยที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยอย่างครบถ้วน พร้อมซัพพอร์ตและเติมเต็มทุกพลังชีวิต เริ่มต้นจาก 1.ซัพพอร์ตทุกการเดินทาง โครงการตั้งอยู่ใกล้กับทั้ง The Nine พระราม 9 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ทางพิเศษศรีรัช รถไฟฟ้าสายสีเหลืองสถานีศรีกรีฑา และแอร์พอร์ตลิงค์สถานีหัวหมาก ใกล้กับทั้งแหล่งงาน เดินทางสัญจรสะดวก จึงตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงานในพื้นที่ อาทิ แพทย์-พยาบาลในโรงพยาบาล คนทำงานออฟฟิศ สถาบันการศึกษา และห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงคนที่ทำงานในสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นอย่างมาก     2.ซัพพอร์ตทุกการพักผ่อน แม้จะขึ้นชื่อว่าตั้งอยู่บนย่านที่คนพลุกพล่านอย่างพระราม 9 แต่ด้วยคอนเซ็ปต์ของ “โคคูน” ที่มีความหมายตรงตัวว่า “ดักแด้” โครงการจึงต้องการให้ผู้อยู่อาศัยได้ชาร์จพลังชีวิตของตัวเองอย่างเต็มที่ทุกครั้งที่ก้าวเข้ามาในโครงการ เสมือนกลับเข้ามาใน “Charging Pod” โคคูน พระราม 9 จึงตั้งอยู่ในทำเลที่สงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับการพักผ่อนและผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า หลังเผชิญความพลุกพล่าน วุ่นวาย จากการทำงานมาตลอดทั้งวัน     3.ซัพพอร์ตสมดุลแห่งธรรมชาติ ทุกรายละเอียดการดีไซน์ทั้งในและนอกของโครงการ ได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเซ็ปต์ “Simple Sensibility” หรือความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ที่อยากจะให้พื้นที่นี้เป็นเหมือนพื้นที่พักผ่อน ร่มรื่น รองรับการใช้ชีวิตของคนเมือง งานด้านสถาปัตยกรรมทั้งหมดจึงให้ความสำคัญ ความสะดวกสบายของผู้อาศัยอย่างแท้จริง ด้วยความรู้สึกอบอุ่นจากวัสดุธรรมชาติผสานกับความทันสมัย ตั้งแต่งานเฟอร์นิเจอร์ไม้แท้ พื้นหิน และ “โคมไฟหวายรูปทรงรังไหม” ที่มีแรงบันดาลใจมาจาก “รังไหม” เพื่อมาเป็นซิกเนเจอร์ของโครงการ รวมถึงการออกแบบองค์ประกอบต่างๆ ทั้งหน้าต่าง ประตู และดีไซน์ ภายนอกอาคาร ที่ถูกดีไซน์มาเพื่อรับแสงธรรมชาติให้ได้มากที่สุด บนคอนเซ็ปต์ “ชีวิตเรียบง่าย ทว่ายังคงความสมดุล”     นอกจากนี้โครงการยังมีจุดแข็งเป็นอย่างดี คือการควบคุมงานก่อสร้างหรือ Construction Management ด้วยตัวเองของ “รอแยลเฮ้าส์” ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจรับสร้างบ้านและพัฒนาที่อยู่อาศัย มากว่า 30 ปี จึงทำให้มั่นใจว่าผู้ซื้อจะได้อยู่อาศัยในโครงการที่มีคุณภาพ ได้วัสดุคุณภาพพรีเมียม มาเติมเต็มฝันของการอยู่อาศัย ในราคาที่เข้าถึงได้     โครงการโคคูน พระราม 9 ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 1 ไร่ 57 ตารางวา บนถนนพระราม 9 ซอย 59 มูลค่าโครงการประมาณ 305 ล้านบาท เป็นอาคาร 8 ชั้น 1 อาคาร 146 ยูนิต ประกอบด้วยห้องชุด 1-2 ห้องนอน รวม 5 แบบ ขนาดตั้งแต่ 26-44 ตร.ม.     ห้องแบบ 1 ห้องนอน (CO-MMON) ขนาด 26 ตร.ม. นิยามของพื้นที่ขนาดกะทัดรัด การใช้ชีวิตที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเรียบง่าย แต่พร้อมไปด้วยฟังก์ชันการใช้ชีวิตที่ครบครัน พร้อมเป็น Comfort Zone มีจุดที่น่าสนใจคือห้องครัวและโต๊ะอาหารอยู่ด้านนอกริมระเบียง เพื่อขจัดปัญหาเรื่องกลิ่น แต่เป็นจุดที่อากาศถ่ายเท ที่สำคัญจะมองเห็นบรรยากาศวิวด้านนอก เพิ่มความชิลล์ได้อีกด้วย   ห้องแบบ 1 ห้องนอน (CO-MFORT) ขนาด 30 ตร.ม. อีกหนึ่งพื้นที่ที่พร้อมตอบโจทย์ความสบายทุกรูปแบบของคนเมือง ที่ต้องพบกับความเครียดหรือแรงกดดันจากสิ่งรอบข้าง อะไรจะดีกว่าการกลับมาห้องที่เราสามารถเอนตัวลงนอนได้อย่างไร้กังวล พร้อมชาร์จพลังให้สุดกับผู้อยู่อาศัยสำหรับวันพรุ่งนี้ที่สมบูรณ์แบบ   ห้องแบบ 1 ห้องนอน (CO-NNECT) ขนาด 33-35 ตร.ม. เพราะห้องนอนเป็นที่ที่สามารถเป็นตัวของคุณเองมากที่สุด ห้องขนาด 35 ตร.ม. จึงกำลังดีที่จะเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ที่คุณรู้สึกสบาย และแสดงออกความเป็นตัวเองได้ดีที่สุด รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างไร้ขีดจำกัด   ห้องแบบ 2 ห้องนอน (CO-MPASS) ขนาด 42-44 ตร.ม. สำหรับใครที่ชอบสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน และอยากมีพื้นที่อิสระที่สามารถใช้ชีวิตได้สุดขั้ว ห้องนี้ตอบโจทย์ด้วยพื้นที่ใช้สอยเหลือเฟือ ถูกจัดสรรอย่างเป็นสัดส่วน มี 2 ห้องนอน 1 ห้องครัว 1 ห้องนั่งเล่น ที่รับประกันว่า Balance Living ในเมืองหลวงไม่ยากอย่างที่คิด   ภายในโครงการประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำ (The Cocoon Pool) โซนพักผ่อนหย่อนใจยอดฮิตของผู้อยู่อาศัย เติมเต็มวันหยุดด้วยกิจกรรมว่ายน้ำและผ่อนคลายไปกับพื้นที่สีเขียว มีสวนและต้นไม้ร่มรื่น สูดโอโซนได้เต็มปอด ฟิตเนส (The Cocoon Fitness) เพิ่มความแอคทีฟ ด้วยห้องออกกำลังกายอุปกรณ์ครบครัน ทั้ง Weight Training และคาร์ดิโอ เพื่อให้ร่างกายฟิต สร้างความกระปี้กระเปร่าเต็มพลัง     ห้องประชุม (The Private Cocoon) พื้นที่ทำงานแบบมัลติฟังก์ชั่น ที่สามารถเปลี่ยนเป็นห้องประชุมส่วนตัวได้อย่างอิสระ Co-working space (The Cocoon Space) พื้นที่ส่วนกลางที่เปิดโอกาสให้สร้างสรรค์งานได้อย่างอิสระ ด้วยเพดานสูงแบบ Double Volume Ceiling พร้อมโต๊ะทำงานหลากหลายแบบ ในบรรยากาศผ่อนคลาย ปลุกพลังในการทำงาน   โครงการโคคูน พระราม 9 ราคาเริ่มต้นเพียง 1.69 ล้านบาท หรือเฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 74,000 บาท/ตร.ม. คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงไตรมาส 2/2562 และก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 3/2563 สามารถชมตัวอย่างโครงการได้ที่ สำนักงานขายโครงการ บริเวณปากซอยพระรามเก้า 57/2 เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00.น.     ผู้สนใจโครงการ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cocooncondo.com/Rama9/ หรือสอบถาม โทร 092-323-9323 Line@ ID : @Cocooncondo
พฤกษา ผนึกกำลังแบงค์พันธมิตรชั้นนำ บริการสินเชื่อให้ลูกค้า  เตรียมพร้อมส่งมอบคอนโดเดอะทรี 3 ทำเล

พฤกษา ผนึกกำลังแบงค์พันธมิตรชั้นนำ บริการสินเชื่อให้ลูกค้า เตรียมพร้อมส่งมอบคอนโดเดอะทรี 3 ทำเล

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท แวลู และนายธิติพัทธ์ อดิลักษณ์ธราดล (กลาง) กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม 1 บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ร่วมกับผู้บริหารจากธนาคารพันธมิตรชั้นนำ 8 ธนาคาร จัดงาน Credit Day เพื่อเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินสำหรับลูกค้าที่จองซื้อห้องชุดใน แบรนด์เดอะทรี 3 โครงการ ได้แก่ เดอะทรี สุขุมวิท 71-เอกมัย, เดอะทรี จรัญฯ 30 และเดอะทรี ลาดพร้าว 15 ที่จะโอนกรรมสิทธ์ในช่วงครึ่งปีแรก ปี 2562 รวมมูลค่า 4,251 ล้านบาท โดยพฤกษาได้ร่วมมือกับธนาคารพันธมิตร ในการมอบดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และโปรโมชั่นต่างๆ มากมาย ลูกค้าสามารถเลือกข้อเสนอที่ดีที่สุด และทราบผลอนุมัติในการยื่นกู้เบื้องต้นทันที ถือเป็นอีกหนึ่งในบริการดีๆ ของพฤกษาที่ใส่ใจลูกค้า อีกทั้งยังหมดกังวลกับมาตรการคุมเข้มสินเชื่อจากธปท. ซึ่งจะยังคงได้เกณฑ์วางดาวน์ 10% ตามเดิม ก่อนประกาศใช้มาตรการ 1 เมษายน 2562          
เนอวานา ไดอิ เซ็นสัญญาเจ้าของที่ดินย่านพัฒนาการ ร่วมพัฒนาโครงการ  ภายใต้โมเดลธุรกิจ “NVD Turnkey Solution”

เนอวานา ไดอิ เซ็นสัญญาเจ้าของที่ดินย่านพัฒนาการ ร่วมพัฒนาโครงการ ภายใต้โมเดลธุรกิจ “NVD Turnkey Solution”

บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด(มหาชน) ได้เซ็นสัญญาร่วมลงทุนทางธุรกิจ ภายใต้โมเดล “Turnkey Solution for Partnership Project Development” เพื่อพัฒนาโครงการกับเจ้าของที่ดินย่านพัฒนาการ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา โดยวางแผนพัฒนาเป็นโครงการบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ NIRVANA BEYOND ซึ่งจะเป็นโครงการที่ 3 ของปีนี้ที่ได้เซ็นสัญญาตามแผนธุรกิจ “NVD Turnkey Solution” ต่อจากโครงการที่จังหวัดอุดรธานี ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจากการเปิดขายรอบ Exclusiveในช่วงที่ผ่านมา และจะเปิดขายอย่างเป็นทางการในปี 2562 ขณะที่โครงการ NIRVANA BEYOND โครงการนี้จะถูกพัฒนาขึ้นบนที่ดินขนาดประมาณ 12 ไร่ บนทำเลศักยภาพย่านพัฒนาการ และเป็นโครงการ NIRVANA BEYOND ซีรี่ส์ใหม่ในสังคมคุณภาพเพียง 31 หลัง โดยคาดว่าราคาขายจะอยู่ที่ประมาณ 40- 80 ล้านบาท มีมูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งพร้อมจะเปิดขายในไตรมาส 2/2562          
LPN กระตุ้นตลาดรังสิต จัดแคมเปญ “ส่งท้ายปี ก่อนปรับราคา ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1” เพียง 7 แสนบาท

LPN กระตุ้นตลาดรังสิต จัดแคมเปญ “ส่งท้ายปี ก่อนปรับราคา ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1” เพียง 7 แสนบาท

LPN ชวนซื้อบ้าน จัดแคมเปญ “ส่งท้ายปี ก่อนปรับราคา ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1” กระตุ้นการขายก่อนโค้งสุดท้ายแห่งปี นำสินค้าเฉพาะเฟส 1 โซน A และ B ให้ลูกค้าเลือกช้อปแสนง่าย ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 700,000 บาท จำนวนจำกัดเพียง 240 ยูนิต มูลค่า 177 ลบ. คัดเฉพาะสินค้าเกรด A ตำแหน่งดี โซนหน้า ใกล้คอมมูนิตี้ มอลล์ เป้าหมายหวังสร้างโอกาสการมีบ้านและชีวิตคุณภาพแก่ประชาชนย่านรังสิต โอกาสเดียวแห่งปี พลาดไม่ได้ วันนี้ถึงสิ้นปีเท่านั้น ส่วนผู้สนใจเช่าพักอาศัย LPN ได้จัดโซนพิเศษ F และ G ที่ตกแต่งพร้อมอยู่ในราคาเริ่มเพียง 5,000 บาท พร้อมจัดเต็มสิ่งอำนวยความสะดวก Service Value ในการใช้ชีวิตไว้อย่างครบครัน ได้แก่ Wash Coin, LPN Security, Fitness Zone, Co Working Space     นายสุรวุฒิ สุขเจริญสิน เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจ LPN เปิดเผยว่า ก่อนโค้งสุดท้ายปลายปี บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) (LPN) ได้จัดแคมเปญพิเศษเพื่อคนวัยทำงานและคนเริ่มสร้างครอบครัวที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยคุณภาพด้วยการนำโครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 มาจัดแคมเปญภายใต้ชื่อ “ส่งท้ายปี ก่อนปรับราคา ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1” เฉพาะโซนด้านหน้า A และ B เนื่องจากเป็นทำเลที่ใกล้ทางเข้า-ออกโครงการด้านหน้า ติดศูนย์การค้าคอมมูนิตี้ มอลล์ “Market Place” อันจะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต ขณะเดียวกันมองว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่ซื้อได้ง่าย (Affordable Price) ราคาเริ่มต้นเพียง 700,000 บาท จำนวนจำกัดเพียง 240 ยูนิตเท่านั้น คิดเป็นมูลค่า 177 ล้านบาท โดยภายในโครงการ LPN ได้ออกแบบ Product & Service Value แก่ผู้พักอาศัยไว้อย่างครบครัน ได้แก่ รถสองแถวรับ-ส่งในโครงการ (มีค่าบริการ), บริการยืมรถจักรยาน (ปั่นในโครงการ), ระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐาน LPN Security ทั้งระบบไม้กั้นเข้า-ออกโครงการ รปภ.ดูแลตลอด 24 ชม. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจุดตรวจทุกวัน กล้องวงจรปิด คีย์การ์ด เข้า-ออก (ห้องชุด, ลานจอดรถ) พื้นที่ส่วนกลาง ได้แก่ Fitness Zone ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ สตรีทบาส สนามฟุตซอล และ Co-Living Space     ด้านศักยภาพทำเลเมืองรังสิตยังมีความเจริญต่อเนื่องอันมีปัจจัยมาจากเดินทางเข้า-ออกสู่เมืองได้สะดวกสบายเพราะใกล้สนามบินดอนเมือง ใกล้รถไฟฟ้าที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ 2 สาย ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง บางซื่อ-รังสิตและต่อเนื่องไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต (มีแผนเปิดบริการในปี 2563) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายจากหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต (มีแผนเปิดให้บริการในปี 2563) ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมีทั้งทางด่วนศรีรัช แจ้งวัฒนะ บางพูน หรือทางยกระดับดอนเมืองโทลเวย์ สามารถวิ่งเข้าสู่ใจกลางเมือง เช่น สาทร สีลม สยามอย่างสะดวกสบาย หรืออาจจะใช้ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกเชื่อมเข้าทางด่วนอาจณรงค์- รามอินทราก็สามารถมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองได้อย่างสะดวกเช่นกัน อีกทั้งใกล้ห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์สโตร์ เช่น Future Park Rangsit, Zeer, Lotusและในอนาคตมีโครงการ MEGA Rangsit และโครงการ Central รังสิต ใกล้สถานศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต     สำหรับตลาดเช่าอพาร์ทเมนท์ในย่านนี้ก็คึกคักเช่นกันเพราะยังมีดีมานด์อีกมาก LPN จึงได้พัฒนาสินค้าของโครงการ “ลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 ตอบโจทย์ผู้เช่า โดยจัดโซนพิเศษ F และ G ขนาด 21.50 ตร.ม.ตกแต่งปล่อยเช่าในราคา 5,000 บาท/เดือน หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย เพราะตกแต่งพร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน รวมถึงจุดบริการ Fitness Zone, Co-Working Space สำหรับออกกำลังกายและพักผ่อนไปในตัว รวมถึงรถตู้รับ-ส่ง ไปยังฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต 19 รอบต่อวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น., รถสองแถว รับ-ส่งในโครงการ (มีค่าบริการ), บริการยืมรถจักรยาน (ปั่นในโครงการ), Blue Mart : ตู้ขายของอัจฉริยะ ด้วยการใช้จ่ายผ่านแอพทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง, Wash Coin : บริการเครื่องซักผ้าออนไลน์มีแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านแอพพลิเคชั่นเมื่อผ้าซักเสร็จ, พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐาน LPN Security ทั้งระบบไม้กั้นเข้า-ออกโครงการ รปภ.ดูแลตลอด 24 ชม. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจุดตรวจทุกวัน, กล้องวงจรปิด คีย์การ์ด เข้า-ออก สำหรับโปรโมชั่นส่งเสริมงานเช่า ได้แก่ Cash Back รวมมูลค่าสูงสุด 4,800 บาท/ห้อง สำหรับสัญญาเช่า 1 ปีและ Member Get Member (MGM) แก่ผู้เช่าและผู้แนะนำ มูลค่ารวมสูงสุดคนละ 4,800 บาท/ห้อง พลาดไม่ได้จนถึงสิ้นปีนี้     สำหรับลูกค้าที่สนใจเช่าห้องชุด มีเงื่อนไขง่ายๆ ดังนี้ 1. จ่ายประกัน 1 เดือน 2. ประกันสาธารณูปโภค 3,000 บาท 3. ค่าเช่า 1 เดือน 4. ระยะสัญญาเช่า 1 ปีและหากต้องการซื้ออยู่เอง ทาง LPN ก็ยินดีขายในราคาพิเศษ   “พลาดไม่ได้กับการเป็นเจ้าของคอนโดคุณภาพย่านรังสิต ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปี 2561 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สำนักงานขายลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 เบอร์โทร 02-159-3338 หรือ LPN Call Center 02-689-6888 และ www.lpn.co.th
“ORI” อวดยอดขายทะยานเกินเป้ากว่า 25,000 ล้านบาท  จากการเปิดโครงการใหม่ “พาร์ค ออริจิ้นทองหล่อ”  หนุนผลประกอบการทั้งปีโตตามเป้า

“ORI” อวดยอดขายทะยานเกินเป้ากว่า 25,000 ล้านบาท จากการเปิดโครงการใหม่ “พาร์ค ออริจิ้นทองหล่อ” หนุนผลประกอบการทั้งปีโตตามเป้า

“ออริจิ้น” ปลื้มยอดขายโครงการแฟล็กชิพฉลุยทั้ง 2 ทำเล “พาร์ค ออริจิ้น พญาไท” กวาดยอดขายทะลุ 80% ด้าน “พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ” โกยยอด 74% ทันทีหลังจบพรีเซล 24 พ.ย. ตอกย้ำความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพ มั่นใจหนุนผลประกอบการปีนี้โตตามเป้า     นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill) เคนซิงตัน (Kensington) และโครงการแนวราบแบรนด์ บริทาเนีย (Britania) เปิดเผยว่า หลังจากประกาศเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแฟล็กชิพภายใต้แบรนด์ใหม่ “พาร์ค ออริจิ้น” ไป 2 โครงการ ใน 2 ทำเลศักยภาพ ได้แก่ 1.พาร์ค ออริจิ้น พญาไท (PARK ORIGIN Phayathai) มูลค่าโครงการ 4,600 ล้านบาท และ 2.พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ (PARK ORIGIN Thonglor) มูลค่าโครงการ 12,000 ล้านบาท บริษัทได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยพาร์ค ออริจิ้น พญาไท เริ่มเปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 30 ก.ย. ปัจจุบัน มียอดขายแล้วถึงกว่า 80% ขณะที่พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ เพิ่งเปิด Exclusive Presale เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา สามารถกวาดยอดขายได้แล้วถึง 74%     “แบรนด์พาร์ค ออริจิ้น เป็นแบรนด์ใหม่ที่ทีมงานออริจิ้นทุกคนมุ่งมั่นและทุ่มเทในการสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดเป็นแบรนด์ที่อยู่อาศัยที่ลงตัว ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์ภายใต้คอนเซ็ปต์ A Perfect Living Platform ยอดขายที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนถึงสภาพของตลาดที่ยังคงให้ความสำคัญกับการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างแท้จริง” นายพีระพงศ์ กล่าว     ทั้งนี้ โครงการพาร์ค ออริจิ้นทั้ง 2 โครงการ จะถูกพัฒนาในรูปแบบของโครงการมิกซ์ยูส โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ควบคู่กับคอนโดมิเนียมด้วย อาทิ โรงแรม คอมมูนิตี้มอลล์ สำนักงานให้เช่า ยอดขายของทั้ง 2 โครงการ จึงสะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยที่ครบวงจรในรูปแบบของโครงการมิกซ์ยูสอีกด้วย ในปี 2562 บริษัทยังคงมีแผนจะพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสควบคู่กับคอนโดมิเนียมแบรนด์พาร์ค ออริจิ้น อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค     นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า ผลประกอบการในปี 2561 นี้ น่าจะสามารถเติบโตได้ตามเป้า โดยในส่วนของยอดขายนั้น บริษัทตั้งเป้าทั้งปีไว้ที่ 24,000 ล้านบาท เฉพาะช่วง 3 ไตรมาสแรก สามารถทำได้แล้ว 22,400 ล้านบาท หากรวมกับยอดขายที่เพิ่งเกิดขึ้นของโครงการพาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ จะทำให้ยอดขายทะลุเกิน 25,000 ล้านบาท ขณะที่ด้านรายได้นั้น ก็ยังคงมีโครงการสร้างเสร็จใหม่ที่ทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง เช่น 1.โครงการนอตติ้ง ฮิลล์ สุขุมวิท105 (Notting Hill Sukhumvit 105) และ 2.โครงการนอตติ้ง ฮิลล์ จตุจักร อินเตอร์เชนจ์ (Notting Hill Jatujak-Interchange) รวมถึงการประสบความสำเร็จจากการโอนโครงการใหญ่อย่างโครงการ พาร์ค 24 (PARK24) ซึ่งทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (IBD/E) ของบริษัทลดลงเหลือ 1.49 เท่าในไตรมาสที่ผ่านมา และคาดว่าจะลดลงเหลือ 1.35 เท่า ในการปิดงวดไตรมาส 4 นี้          
The Connect จัดหนัก...แจกจริง จัดโปรฯ “ลดล้างสต๊อก” ฟรี!ทุกค่าใช้จ่าย  มอบส่วนลดสูงสุดถึง 5 แสนบาท* พร้อมลุ้นทอง-คอนโด* ราคาเริ่มต้นเพียง 4 ล้านกว่า*

The Connect จัดหนัก...แจกจริง จัดโปรฯ “ลดล้างสต๊อก” ฟรี!ทุกค่าใช้จ่าย มอบส่วนลดสูงสุดถึง 5 แสนบาท* พร้อมลุ้นทอง-คอนโด* ราคาเริ่มต้นเพียง 4 ล้านกว่า*

“The Connect” ยกทัพทาวน์โฮม บ้านแฝด 3 โครงการศักยภาพบน 3 ทำเล ได้แก่ ลาดพร้าว 126, เพชรเกษม 48 และ เฉลิมพระเกียรติ 67 พร้อมร่วมฉลองการก้าวเข้าสู่วาระครบรอบ 25 ปี “พฤกษา” จัดโปรฯ แรงแห่งปี “ลดล้างสต๊อก” มอบส่วนลดสูงสุดถึง 5 แสนบาท* แถมฟรีทุกค่าใช้จ่าย* พร้อมรับสิทธิ์ลุ้นทอง และคอนโดฯ* ในราคาสุดพิเศษเริ่มต้นเพียง 4 ล้านกว่า* เท่านั้น   The Connect แบรนด์ทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ชั้น ทาวน์โฮมทรงอิสระ และบ้านแฝด ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่วาระครบรอบ 25 ปี บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ด้วยการจัดโปรโมชั่น “ลดล้างสต๊อก ฟรี! ทุกค่าใช้จ่าย” ติดตั้งมิเตอร์น้ำไฟ พร้อมมอบส่วนลดสูงสุดถึง 500,000 บาท** จากราคาเริ่มต้นเพียง 4 ล้านกว่าบาท* ไม่เพียงเท่านั้นยังมีสิทธิ์ลุ้นรับทองหนัก และคอนโดมิเนียมจากพฤกษา       สำหรับ 3 โครงการไฮไลท์ที่นำมาเข้าร่วมโปรโมชั่นและอยากจะแนะนำคือ   1. The Connect ลาดพร้าว 126 อีกหนึ่งทำเลศักยภาพที่หลายคนจับตามอง วันนี้เปิดขายเฟสใหม่ตามคำเรียกร้อง โดยยังคงคอนเซ็ปต์ทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร ฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. เพียง 194 ยูนิต บนเนื้อที่กว่า 19 ไร่ ขนาดเนื้อที่ 19.9-44.7 ตร.ว. ในแบบ 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ , ห้อง Family Room , Pantry , ห้องเก็บของ ,จอดรถ 2 คัน โดดเด่นด้วยทำเลศักยภาพเดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้าสถานีลาดพร้าว 101 (รถไฟฟ้าสายสีเหลือง) ใกล้เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการ หากพลาดแล้วจะเสียใจ เพราะทำเลเช่นในราคาแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วบนย่านลาดพร้าว     2. The Connectเพชรเกษม 48 ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 9 ไร่ จำนวน 95 ยูนิต ปัจจุบันเหลือเพียง 8 ยูนิตเท่านั้น เน้นการออกแบบที่ให้ทุกตารางนิ้วกว้างขวาง เพื่อรองรับความต้องการใช้งานของผู้อยู่อาศัย ด้วยฟังก์ชั่น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมเพิ่มพื้นที่ความสุขและความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นด้วย 2 Master Bedroom ที่แยกสัดส่วนห้องน้ำอย่างลงตัว เติมเต็มความสุขในครอบครัวด้วยห้องโถง Family room ขนาดใหญ่บนชั้น 2 ใกล้รถไฟฟ้าสถานีบางหว้า แวดล้อมด้วยระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า หรือโรงพยาบาล       3.The Connect เฉลิมพระเกียรติ 67 สไตล์ Modern ซึ่งเหมาะกับคนรุ่นใหม่ โดยเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5.5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 160 ตร.ม. 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ , 1 ห้องรับแขก , 1 ห้องครัว , 1 Family room , จอดรถ  2 คัน ในสังคมคุณภาพเพียง 157 ยูนิต บนเนื้อที่กว่า 16 ไร่ เดินทางสะดวกสบายด้วยทำเลที่โดดเด่น สามารถเดินทางเข้า-ออกได้หลายเส้น อาทิ เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ที่มีทางลัดมากมายที่เชื่อมต่อให้คุณเข้าสู่เมืองได้ง่ายดาย ทั้งรามคำแหง 2 บางนา ศรีนครินทร์ ประเวศ ลาดกระบัง  โครงการอยู่ใกล้ ถนนอ่อนนุช-พัฒนาการ ที่ให้คุณเข้าสู่คลองตัน เอกมัย ทองหล่อ ได้สะดวกสบาย  ใกล้วงแหวนรอบนอก(ทางด่วนกาญจนาภิเษก) ที่เชื่อมกับถนนมอเตอร์เวย์เข้าสู่ถนนพระราม 9 หรือจะไปสนามบินสุวรรณภูมิก็ง่ายนิดเดียว สำหรับผู้ที่สนใจต้องรีบจับจองเป็นเจ้าของ เพราะเหลือเพียง 4 ยูนิตเท่านั้น       ลูกค้าสามารถหาข้อมูลและเลือกซื้อที่อยู่อาศัยจากทุกทำเลของโครงการ The Connect ได้อย่างสะดวกสบายผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท www.pruksa.com หรือสามารถเข้าเยี่ยมชมโครงการที่สนใจ พร้อมขอรับคำปรึกษาด้านสินเชื่อจากเจ้าหน้าที่ด้านการขายของบริษัทฯ ได้ตลอดเวลา โดยพนักงานขายทุกโครงการยินดีที่จะให้คำปรึกษาแก่ลูกค้า หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1739     *เงื่อนไขเป็นตามที่บริษัทกำหนดสำหรับแต่ละโครงการ **ส่วนลดที่ได้แต่ละโครงการจะมีมูลค่าที่ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับแบบบ้าน            
วัสดุอะคูสติก เอสซีจี เปิดเทรนด์ แต่งห้องจัดผนังแบบมิกซ์ยูส  เอาใจไลฟ์สไตล์เจนวาย สร้างพื้นที่เล็กให้สุขในทุกมิติ

วัสดุอะคูสติก เอสซีจี เปิดเทรนด์ แต่งห้องจัดผนังแบบมิกซ์ยูส เอาใจไลฟ์สไตล์เจนวาย สร้างพื้นที่เล็กให้สุขในทุกมิติ

บริษัท สยามไฟเบอร์กลาส จำกัด ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG Cement-Building Materials) ผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ วัสดุอะคูสติก เอสซีจี ฉนวนประเภทใยแก้วประเภทฉนวนป้องกัน และดูดซับเสียงเปิดเทรนด์การแต่งห้อง สไตล์มิกซ์ยูส ด้วยการนำ วัสดุอะคูสติก เอสซีจีรุ่น Zandera ที่มีคุณสมบัติในการดูดซับเสียง และลดเสียงก้องภายในห้องพัก  มาจัดแต่งร่วมกับวัสดุตกแต่งผนังในสไตล์ต่าง ๆ ได้อย่างลงตัวทั้งสีสันจากผ้าบุเนื้อดี  และรูปทรงของวัสดุที่สามารถปรับเปลี่ยนขนาด และรูปทรงได้หลากหลาย ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนทำงานเจนวาย ที่ต้องการงานออกแบบที่โดดเด่น สะท้อนรสนิยมที่ดูดี เน้นการปรับใช้พื้นที่ ให้ตอบสนองการใช้งานได้อย่างอย่างคุ้มค่า รวมถึงคุณภาพของฉนวน ที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการฟังเสียง และเพิ่มความสุขให้กับการพักผ่อน ได้อย่างลงตัว     โดยผู้ที่สนใจ สามารถเลือกชมสินค้าตัวอย่างหรือขอรายละเอียดสินค้า และขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สยามไฟเบอร์กลาส จำกัด  โทร 02-5863888 หรือ  02-5862214  
ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ไตรมาส 4 ปี 2561

ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ไตรมาส 4 ปี 2561

ซีบีอาร์อี บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก เผยว่า มีปัจจัยหลายประการส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาดที่พักอาศัยของกรุงเทพมหานคร แม้ว่ามีการเปิดตัวโครงการใหม่เกิดขึ้นมาก แต่ยอดขายจากผู้ซื้อชาวไทยเริ่มชะลอตัวลงในบางทำเลและอาจมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวต่อไปอีกจากมาตรการเรื่องการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปีหน้า  ผู้พัฒนาโครงการบางรายพยายามที่จะหาทำเลที่ตอบโจทย์ความต้องการจากกลุ่มผู้ซื้อคนไทยที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง และพัฒนาโครงการในระดับราคาที่สอดคล้องกับกำลังซื้อของตลาด  ผู้พัฒนาโครงการบางรายปรับเพิ่มสัดส่วนการขายให้กับผู้ซื้อชาวต่างชาติซึ่งอาจซื้อเพื่อการลงทุนโดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์เข้าพักอาศัยจริง ด้านตลาดให้เช่าที่พักอาศัยสำหรับชาวต่างชาติในย่านใจกลางเมืองนั้นยังมีเสถียรภาพ แต่ซีบีอาร์อีมองว่าตลาดให้เช่าที่พักอาศัยสำหรับคนไทยในย่านรอบนอกใจกลางเมืองและย่านชานเมืองไม่ค่อยมีการเติบโตในเรื่องค่าเช่า ทำให้นักลงทุนที่ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อนำมาปล่อยเช่าอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้   เมื่อไม่นานมานี้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดมาตรการกำกับดูแลการให้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เข้มงวดขึ้น โดยการปรับลดอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ให้แก่ผู้ซื้อบางกลุ่ม เพื่อลดความเสี่ยงด้านสินเชื่อและความเสี่ยงในตลาดอสังหาริมทรัพย์  รวมทั้งปรับปรุงคุณภาพสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป ซึ่งมาตรการใหม่นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรกซึ่งเป็นความต้องการอยู่อาศัยที่แท้จริง มากกว่านักลงทุนที่ซื้อที่พักอาศัยแล้วนำมาปล่อยเช่าเพื่อสร้างผลตอบแทนซึ่งมีสัญญาสินเชื่อหลายฉบับ แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะไม่บังคับให้ผู้พัฒนาโครงการต้องเรียกเก็บเงินดาวน์ขั้นต่ำในการทำสัญญา แต่ก็จะกระตุ้นให้ผู้พัฒนาโครงการเรียกเก็บเงินดาวน์ในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงหากลูกค้าทิ้งเงินดาวน์เมื่อถึงเวลาที่ต้องโอน ซึ่งจะทำให้ความต้องการจากนักเก็งกำไรลดลง เพราะต้องใช้เงินดาวน์สูงถึง 20 - 30% ต่างจากในปัจจุบันที่ใช้เงินดาวน์เพียง 10 - 15%  และมาตรการนี้จะช่วยชะลอความร้อนแรงและสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดโดยรวม   เนื่องจากเป็นที่คาดการณ์ว่าความต้องการภายในประเทศจะชะลอตัว อันเป็นผลจากข้อกำหนดใหม่ด้านสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซีบีอาร์อีคาดว่าจะมีผลต่อเนื่องทำให้ผู้พัฒนาโครงการหันไปพึ่งพาผู้ซื้อชาวต่างชาติที่ซื้อที่พักอาศัยด้วยเงินของตนเองเป็นหลัก เพราะเงินทั้งหมดต้องโอนมาจากต่างประเทศด้วยสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับด้านการเป็นเจ้าของอาคารชุดโดยชาวต่างชาติ ผู้พัฒนาโครงการหลายรายกล่าวว่าได้เพิ่มยอดขายคอนโดมิเนียมในส่วนที่มาจากผู้ซื้อชาวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจีนทั้งในรูปของการซื้อแบบรายบุคคลและการซื้อแบบยกล็อตโดยผ่านนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชาวจีน  หลายโครงการได้เปิดเผยว่าโควตาสำหรับผู้ซื้อต่างชาติเต็มแล้ว (49% ของพื้นที่ขาย) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นในอดีต   “เรื่องนี้ทำให้ซีบีอาร์อีมีความกังวลมากขึ้นว่าการพึ่งพายอดขายจากลูกค้าต่างชาติจำนวนมากจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ เพราะยังไม่แน่นอนว่าลูกค้าต่างชาติเหล่านี้จะโอนกรรมสิทธิ์หากเป็นนักเก็งกำไร และยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมเมื่อการก่อสร้างเสร็จสิ้น  ลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่เป็นนักลงทุน และอาจไม่มีความต้องการเที่จะซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง” นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าว   จากการสำรวจโดยแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี พบว่า ณ ไตรมาสที่ 3 ปี 2561 มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านใจกลางเมืองราว 7,200 ยูนิต เปรียบเทียบกับในช่วงสองไตรมาสแรกของปีนี้รวมกันมีเพียง 1,300 ยูนิต  โดยคอนโดมิเนียมใหม่ที่เปิดตัวในย่านใจกลางกรุงเทพฯ ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 8%เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว   ด้านราคาเสนอขายโดยเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมแบบฟรีโฮลด์ระดับไฮเอนด์ขึ้นไป ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้างในย่านใจกลางกรุงเทพฯ ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยประมาณ 1.7% ต่อปี มาอยู่ที่ 277,000 บาทต่อตารางเมตร  ซีบีอาร์อีไม่เชื่อว่าราคาเฉลี่ยในย่านใจกลางกรุงเทพฯ โดยทั่วไปจะปรับตัวลดลง เว้นแต่ในโครงการที่แล้วเสร็จแต่ยังมียูนิตเหลือขายจำนวนมาก  จากตัวเลขของผู้พัฒนาโครงการพบว่า คอนโดมิเนียมในย่านใจกลางเมืองที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างมียอดขายลดลงเหลือ 67% เทียบกับ 77% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน  ซีบีอาร์อีจึงมองว่าแนวโน้มด้านยอดขายจะค่อนข้างชะลอตัวสำหรับโครงการคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ในย่านใจกลางเมืองที่ผู้ซื้อคัดเลือกสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่มีราคาขายสูงกว่า 300,000 บาทต่อตารางเมตร  ผู้พัฒนาโครงการที่ต้องการทำราคาขายให้ได้ในระดับที่สูงจำเป็นต้องทำให้ผู้ซื้อมั่นใจว่าโครงการของตนมีความเหมาะสมกับราคาอย่างแท้จริง   แผนกวิจัย ซีบีอาร์อีรายงานว่า ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในย่านมิดทาวน์และย่านชานเมืองรวมทั้งสิ้น 18,200 ยูนิต ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวคอนโดมิเนียมที่มากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2556 เป็นต้นมา โดยคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวในย่านมิดทาวน์ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี2561 ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน    ปัจจุบันผู้พัฒนาโครงการต่างกำลังมุ่งไปที่ทำเลที่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว ส่วนต่อขยายรถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงิน และรถไฟใต้ดินสายสีส้ม สายสีเหลือง และสายสีชมพูที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง   ราคาเสนอขายโดยเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมที่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จในย่านมิดทาวน์และย่านชานเมืองปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 99,700 บาทต่อตารางเมตร เพิ่มขึ้น 5.6% ต่อปี  ในอัตราการขายของคอนโดมิเนียมที่มีมากกว่า 200 โครงการในย่านนี้อยู่ที่ระดับ 71% เปรียบเทียบกับ 59% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซีบีอาร์อีเชื่อว่ายอดขายที่ดีขึ้นนั้นเกิดจากการขายยกล็อตให้กับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ชาวจีน ถึงแม้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่ายอดขายเหล่านี้จะหมายถึงการโอนห้องจริงเมื่อโครงการแล้วเสร็จ   ปริมาณคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนด้านความต้องการภายในประเทศจากผู้ซื้อที่ต้องการพักอาศัยเอง รวมไปถึงความยั่งยืนของความต้องการจากลูกค้าต่างชาติ ทำให้แนวโน้มในตลาดคอนโดมิเนียมของกรุงเทพฯ มีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมในย่านใจกลางเมือง ผู้พัฒนาโครงการอาจจะต้องลดความคาดหวังที่มีต่อราคาขายระดับสูง หรือปรับเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นที่ทำเลใจกลางเมือง ไปสู่ทำเลที่ราคาที่ดินถูกกว่า เช่น สุขุมวิท63 (ซอยเอกมัย) มากกว่าสุขุมวิท 55 (ซอยทองหล่อ) สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมในย่านมิดทาวน์และย่านชานเมือง โครงการที่ผู้ซื้อสามารถกู้ซื้อได้และมีนักเก็งกำไรและนักลงทุนน้อยจำเป็นต้องพึ่งพาความต้องการจากผู้ซื้อคนไทยที่ต้องการพักอาศัยเองมากยิ่งขึ้น   สำหรับตลาดที่พักอาศัยให้เช่าในย่านใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับชาวต่างชาตินั้น จำนวนชาวต่างชาติที่ได้รับใบอนุญาตทำงานมีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 2.7% ต่อปี และงบประมาณต่อเดือนในการเช่าบ้านก็ยังคงที่ สถานการณ์ในตลาดโดยรวมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีอพาร์ทเมนท์ใหม่เกิดขึ้นน้อยมาก ขณะที่คอนโดมิเนียมกลับเพิ่มขึ้นโดยตลอด ซึ่งซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่าประมาณ 30-40% ของคอนโดมิเนียมใหม่จะถูกนำออกมาปล่อยเช่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ
เสนาฯ ติดตั้งเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้าภายใต้ชื่อ EV ready ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่

เสนาฯ ติดตั้งเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้าภายใต้ชื่อ EV ready ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่

กระแสรถยนต์ไฟฟ้า Electric Vehicle หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า รถ EV กำลังมาแรงทั่วโลก  ผู้บริหารหญิงคนเก่ง แห่งค่าย เสนาดีเวลลอปเม้นท์  ดร.ยุ้ย เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ก็ไม่พลาดที่จะตอบรับกระแสโดยการติดตั้งเครื่องชาร์จรถพลังงานไฟฟ้า (EV Charger ) ภายใต้ชื่อ EV ready รองรับยานยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งแบบไฮบริด และ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้าชนิดแบตเตอรี่ (BEV) ให้กับลูกค้าโครงการ เสนาพาร์คแกรนด์ รามอินทรา  และ เสนาพาร์ควิลล์ รามอินทรา - วงแหวน เพื่อตอบสนองความต้องการตลาดและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่จะเริ่มหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นงานนี้ นอกจากได้บ้านที่สวยด้วยฟังก์ชั่นและดีไซน์แล้ว ยังไม่ตกเทรนด์ด้วยน้า  สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติม โทร 1775
ภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร เปิดตัวออฟฟิศแคมปัสแห่งแรกใจกลางกรุงเทพฯ

ภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร เปิดตัวออฟฟิศแคมปัสแห่งแรกใจกลางกรุงเทพฯ

กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ระดับคุณภาพของประเทศไทย เปิดตัวอาคารสำนักงาน Office Campus ต้นแบบแห่งแรกใจกลางกรุงเทพมหานคร “อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร” บนทำเลทองถนนสาทร ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสุรศักดิ์ มุ่งเสริมWork-Life Balance ให้กับกลุ่มคนทำงานในเมืองด้วยพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจและพื้นที่สีเขียวร่มรื่น พร้อมร้านกาแฟชื่อดัง Roots และ ร้านอาหารสไตล์ fusion รสชาติเยี่ยมอย่าง Ocken เกิดเป็นโอเอซิสแห่งใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของคนทำงานทุกอาชีพ   นายปิติภัทร บุรี กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี กล่าวว่า “อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร เป็นต้นแบบของอาคารสำนักงานแบบใหม่ ในคอนเซ็ปต์ Office Campus แห่งแรกตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ พื้นที่โดยรอบเน้นการอำนวยความสะดวกด้านพื้นที่การทำงานที่หลากหลาย ความสะดวกสบาย รวมถึงพื้นที่สีเขียวที่หาได้ยากมากท่ามกลางเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกสูง เราต้องการสร้างความแตกต่างและสร้างความหมายให้กับทุกตารางเมตร รวมถึงสร้างโอกาสในการทำความรู้จักหรือมี Social Connection กับผู้คนรอบข้างได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นก็ยังมีร้านกาแฟ ร้านอาหารคุณภาพเยี่ยมให้ผู้คนได้เลือกกินดื่ม ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่อยู่ไม่ติดที่และต้องการความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดี”     ภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร เป็นกลุ่มอาคารสำนักงานแบบ Office Campus บนพื้นที่ขนาด 5 ไร่ แบ่งออกเป็น 3 แคมปัส ได้แก่ Campus A อาคารสูง 4 ชั้น, Campus B อาคารสูง 2 ชั้น และ Campus C อาคารชั้นเดียว ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสุรศักดิ์ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ให้เช่าส่วนอาคารสำนักงานจำนวน 3,500 ตารางเมตร ถือเป็นต้นแบบออฟฟิศแคมปัสในประเทศไทย ที่ตอบโจทย์คนทำงานทั้งในและนอกออฟฟิศในยุคปัจจุบัน พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวสำหรับการคิดนอกกรอบและพักผ่อนหย่อนใจ และร้านกาแฟภายใต้แนวคิด Cup-to-farm Ethos อย่าง Roots ที่จะช่วยเติมพลังให้กับคนทำงาน พร้อมด้วยร้านอาหารบรรยากาศสบายๆ และอบอุ่นอย่างOcken ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารตะวันตกสไตล์โมเดิร์น เหมาะกับเป็นจุดนัดสังสรรค์หลังเลิกงานยามเย็นได้เป็นอย่างดี     ภายในวันเปิดโครงการ ยังมีการจัดนิทรรศการภาพถ่าย “Birth” จากคุณพิชาญ สุจริตสาธิต ช่างภาพอิสระชื่อดัง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่อมุมมองย่านสาทรผ่านภาพถ่ายที่สะท้อนการถือกำเนิด เอกลักษณ์และความหวัง บนถนนสาทรออกมาได้อย่างโดดเด่น พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากอิมเมจ สุธิตา ที่ช่วยสร้างสีสันและบรรยากาศภายในงานได้อย่างน่าประทับใจ     กลุ่มบริษัทภิรัชบุรี เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ระดับคุณภาพ บนทำเลชั้นเยี่ยมทั่วกรุงเทพฯมากว่า 30 ปี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและเป็นเจ้าของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค อาคารสมัชชาวาณิช 2 (UBC II) วันอุดมสุข คอมมิวนิตี้มอลล์ และ อาคารภิรัชทาวเวอร์ แอท สาทร ที่ได้เปิดตัวล่าสุดนี้    
แสนสิริ เซตมาตรฐานวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดตัวครั้งแรกกับโมเดลธุรกิจเปลี่ยนโลก “Sansiri Green Mission” ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

แสนสิริ เซตมาตรฐานวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดตัวครั้งแรกกับโมเดลธุรกิจเปลี่ยนโลก “Sansiri Green Mission” ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำผู้นำอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทย ที่สร้างจุดเปลี่ยนเพื่ออนาคตของโลก ปั้นโมเดล “แสนสิริ กรีน มิชชั่น  – Sansiri Green Mission” สะท้อนปรัชญาของแนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน” หรือ “Circular Economy” ผสานการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีภายใต้การวิจัยและพัฒนาในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน วาง Green Roadmap ผลักดัน 4 คำมั่นสัญญาหลัก ได้แก่ Waste Management |  Energy Saving & Generation | Smart Move และ Sustainability เพื่อโลกและคุณภาพชีวิตที่ดีในการอาศัยอยู่ของลูกบ้านแสนสิริและประชาคมโลกอย่างยั่งยืน   นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ของแสนสิริที่ไม่เพียงแค่การพัฒนาหรือสร้างที่อยู่อาศัย แต่แสนสิริยังมุ่งมั่นส่งมอบไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตให้แก่ลูกค้าภายใต้แนวคิด customer-centric หรือความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญสูงสุดเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยให้กับลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ล่าสุดแสนสิริยังมีแนวคิด ในการเดินหน้าเป็นผู้นำเพื่อผลักดันและเซตมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและยั่งยืน โดยการให้ความสำคัญทั้งในด้านลดการใช้พลังงานและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมโลก ทั้งนี้ที่ผ่านมา แสนสิริได้จัดตั้งทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) และร่วมมือกับพันธมิตรจากสถาบันฯ และบริษัทฯ ชั้นนำระดับโลกกว่า 20 ราย เพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและจัดการพลังงานอย่างยั่งยืน  โดยเริ่มนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการทดสอบเข้าสู่กระบวนการติดตั้งในโครงการนำร่องต่างๆ อาทิ โครงการ Cooliving Designed Home นวัตกรรมบ้านระบายความร้อน การพัฒนาและติดตั้งกังหันลม ผลิตไฟฟ้า Wind Turbine รวมถึงการเปิดตัว Smart Move แพลตฟอร์มบริการเช่ารถพลังงานไฟฟ้า 100% เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้าน เป็นต้น”   โดยการดำเนินงานเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนในครั้งนี้ “แสนสิริ” ได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน มาประยุกต์ให้เข้ากับแบรนด์ดีเอ็นเอ (DNAs) ของบริษัท ด้วยแรงขับเคลื่อนจากทัศนคติที่พร้อมเปิดรับและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของแนวทางการจัดการของเสียและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแบบบูรณาการ บนหลักการ 2 ข้อใหญ่ ได้แก่ การรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรเพื่อประโยชน์สูงสุด และการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรการบริโภคให้น้อยที่สุด สอดรับกับ แผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ (พ.ศ. 2559 – 2564) เพื่อแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย ตามนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” รวมถึงร่างแผนจัดการขยะพลาสติกอย่างบูรณาการ            (พ.ศ. 2560 - 2564) เกิดเป็นโมเดลต้นแบบภายใต้ชื่อ “แสนสิริ กรีน มิชชั่น – Sansiri Green Mission” อันจะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญกับการเป็นผู้กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยในอนาคตที่เข้าใจและใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมี Green Roadmap เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนในทุกโครงการใหม่ของแสนสิริ ภายใต้ 4 คำมั่นสัญญาหลัก ได้แก่ Waste Management | Energy Saving & Generation | Smart Move และ Sustainability     นายอุทัย กล่าวต่อไปว่า “เราได้เตรียมงบประมาณไว้ 50 ล้านบาท ระหว่างปี พ.ศ. 2562 - 2564 โดยมุ่งมั่งสร้างความเป็นเลิศสู่ความยั่งยืนด้านพลังงานและกำจัดของเสีย ซึ่งในด้าน Waste Management หรือ การจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทวางจุดยืนที่ชัดเจน ในการลดปริมาณขยะคอนกรีตจากการก่อสร้างทั้งในรูปแบบก่ออิฐฉาบปูนและพรีคาสต์สู่นวัตกรรม “Earth Blox” ที่นำเศษคอนกรีตมวลเบาเหลือใช้จากการก่อสร้างกลับมาเป็นส่วนผสมในการแปรรูป เพื่อสร้างบล็อกคอนกรีตใหม่ นำกลับมาใช้ทำแผ่นทางเท้า ช่องลมระบายอากาศ และของตกแต่งภายในแลนด์สเคป โดยนับจากนี้ บริษัทจะเพิ่มการใช้การก่อสร้างด้วยระบบพรีคาสต์ในการก่อสร้างคอนโดมิเนียมจาก 50% เป็น 80% ภายในปีพ.ศ. 2564 ซึ่งจะสามารถลดขยะคอนกรีตที่เกิดจากการก่อสร้างโดยวิธีก่ออิฐฉาบปูนได้ถึง 1,600 ตันต่อปี ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถช่วยโลกลดก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gas) ได้มากกว่า 48 ตันต่อปี เท่ากับพื้นที่สีเขียวของป่าไม้ 36 ไร่ รวมทั้งตั้งเป้าหมายในการเดินหน้าประกาศภารกิจในการลดปริมาณขยะคอนกรีตจากการก่อสร้างในโรงงานพรีคาสต์ของแสนสิริเป็น 0% หรือ Zero Waste ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2562   ในด้านการกำจัดขยะจากการบริโภคของลูกบ้าน บริษัทได้ทุ่มงบประมาณ 600,000 บาท ติดตั้งเครื่อง Food Waste Machine จำนวน 10 เครื่อง บนพื้นที่ส่วนกลางในทุกโครงการแนวสูงที่จะพัฒนาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2562 เป็นต้นไป โดยตั้งเป้าหมายขยายการใช้งานใน 23 โครงการ ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยในช่วงปีแรกสามารถแปรรูปขยะมูลฝอยได้มากถึง 18 ตันต่อปี จาก 10 โครงการ และคาดว่าเมื่อครบทั้งสิ้น 23 โครงการ จะสามารถแปรรูปขยะมูลฝอยเฉลี่ย 42 ตันต่อปี นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้ง Refun Machine เครื่องรับคืนขวดพลาสติกและกระป๋องในทุกโครงการแนวสูง รวมทั้งสิ้น 23 โครงการ ภายในปี พ.ศ. 2564 และร่วมมือกับสตาร์ทอัพในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น Goo Greens เพื่อนำเสนอความรู้เกี่ยวกับการแยกขยะให้กับลูกบ้านและให้ลูกบ้านได้สนุกกับการสะสมคะแนนเพื่อแลกของสมนาคุณต่างๆ ซึ่งเริ่มนำมาใช้แล้ว ทั้งในโครงการแนวราบ ที่เศรษฐสิริ จรัญฯ-ปิ่นเกล้า และโครงการแนวสูงภายในฮาบิโตะมอลล์ รวมทั้งได้นำร่องติดตั้งเครื่อง Home bio gas หรือนวัตกรรมเครื่องเปลี่ยนขยะมูลฝอยเป็นก๊าซหุงต้มที่โรงแรมเอสเคป เขาใหญ่ และในส่วนของสำนักงานใหญ่ เซลล์ ออฟฟิศ และเซลล์ แกลอรี่ บริษัทตั้งเป้าหมายในการยกเลิกการใช้ขวดน้ำดื่มพลาสติก 100% ภายในปลายปีหน้า”     นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ส่งเสริมการพัฒนาด้าน Energy Saving & Generation เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนให้กับโครงการต่างๆ ของบริษัท โดยมีแผนติดตั้ง Solar Roof ครอบคลุม 31 โครงการ ภายในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งจะส่งผลให้ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 2 เมกกะวัตต์ พลังงานสะอาดที่ผลิตได้เทียบเท่ากับปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จสมาร์ทโฟนถึง 1,400 ล้านเครื่อง ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 2,223 ตันต่อปี หรือคิดเป็นพื้นที่ป่าสีเขียวประมาณ 1,600 ไร่ นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนลดการใช้พลังงานในโครงการที่อยู่อาศัยทั้งในโครงการแนวราบและแนวสูง ด้วยการใช้นวัตกรรมที่ช่วยถ่ายเทอากาศและลดอุณหภูมิในที่อยู่อาศัย ได้แก่ นวัตกรรม Cooliving Designed Home ที่ประกอบด้วย Solar Attic การใช้พัดลมที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยลด    ความร้อนใต้หลังคาบ้าน ทำให้อากาศภายในตัวบ้านเย็นลง และ Shading Screen ระแนงกันแดดที่ออกแบบโดยคำนึงถึงทิศทางของบ้าน เป็นต้น   นายอุทัย กล่าวต่อไปว่า “ด้านการเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตของลูกบ้านที่สมบูรณ์แบบ หรือ “Smart Move” บริษัทได้นำเสนอแนวคิด Complete your living experience และร่วมมือกับ 4 พันธมิตรหลัก Honda, Haupcar, SHARGE และ EA Anywhere สร้างแพลตฟอร์มบริการยานพาหนะระบบเช่า รวมทั้งติดตั้ง Electronic car sharing และ EV Charger ครบทุกโครงการแนวสูงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป ซึ่งปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 5 สถานีรวม 11 คัน และเตรียมเพิ่มอีก 4 สถานีรวม 6 คัน ในปีหน้า คาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 7.5 ตันต่อปี หรือคิดเป็นพื้นที่ป่าสีเขียวประมาณ 5.7 ไร่ พร้อมกันนี้ ยังได้วางเป้าหมายเพื่อต่อยอดโดยเปิดตัวพันธมิตรใหม่ e-scooter ให้บริการใน 2 โครงการสำคัญอีกด้วย และสุดท้ายในส่วนของ Sustainability การบริหารเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน บริษัทได้เตรียมความพร้อมสร้างความร่วมมือกับองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยนับเป็นอสังหาริมทรัพย์รายแรกที่จับมือกับกลุ่มอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในเมือง หรือ Big Tree เพื่อจัดการต้นไม้ใหญ่ในโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน โดยนำหลักสูตรรุกขกรรมมาอบรมนิติบุคคลและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโครงการ ดูแลตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ให้สวยงามและยั่งยืนในทุกโครงการ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของลูกบ้านและรักษาสภาพแวดล้อมให้ร่มรื่นและเพิ่มมูลค่าโครงการ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน หรือ Sustainability design ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการออกแบบให้ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน ผสานกับฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างลงตัว อาทิ การออกแบบที่พักตอบโจทย์เรื่องอยู่สบายและลดอุณหภูมิภายในบ้าน เพื่อลดปริมาณการใช้พลังงาน ด้วยนวัตกรรม Cooliving Designed Home ในโครงการแนวราบ และนวัตกรรม Ventilation Door คอนโดมิเนียมหายใจได้ใช้ในโครงการแนวสูง ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม เดอะ ไลน์ พหลโยธิน พาร์ค เป็น “Green Condominium”  เต็มรูปแบบ โครงการแรก และจะนำแนวคิดไปต่อยอดปรับใช้กับโครงการที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคตทุกโครงการ”   Sansiri Green Mission ทั้ง 4 คำมั่นสัญญาหลัก ได้แก่ Waste Management | Smart Move | Energy Saving & Generation และ Sustainability นับเป็นการผสมผสานนวัตกรรมสีเขียวตลอดวงจรธุรกิจ และเป็นโมเดลแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมสอดรับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนครบทุกวงจร ตั้งแต่ Reduce – Recycle – Design – Retailer – Consumers ซึ่งมั่นใจว่าภายใน 3 ปี Sansiri Green Mission จะเป็นกุญแจขับเคลื่อนการสร้างเมืองแห่งอนาคตที่มีความยั่งยืนด้านพลังงานอันจะนำมาซึ่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่จะยกระดับมาตรฐานของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยให้ก้าวสู่การให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” นายอุทัยกล่าวสรุป    
เมกาโฮม จัดโปรโมชั่นรับลมหนาว   ขนทัพเครื่องทำน้ำอุ่น จัดเต็มเพื่อลูกค้า

เมกาโฮม จัดโปรโมชั่นรับลมหนาว ขนทัพเครื่องทำน้ำอุ่น จัดเต็มเพื่อลูกค้า

เมกาโฮม ตอกย้ำการเป็นศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง ของใช้ในบ้านครบวงจร จัด “มหกรรมเครื่องทำน้ำอุ่น” รับลมหนาว โดยขนทัพเครื่องทำน้ำอุ่นจากแบรนด์ชั้นนำมาจำหน่ายให้ลูกค้าในราคาประหยัด และพิเศษด้วยโปรโมชั่นผ่อน 0 % สูงสุด 6 เดือน และไม่เพียงเท่านั้น ยังตอบแทนลูกค้าด้วยการมอบส่วนลดสุดว้าว คือ เมื่อซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นราคา 2,500 – 4,999 บาท รับส่วนลดทันที 100 บาท และเมื่อซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นราคา 5,000บาทขึ้นไปรับส่วนลดทันที 300 บาท นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษร่วมกับบัตรเครดิตอีกหลายรายการ เริ่มช้อปเครื่องทำน้ำอุ่นติดบ้าน รับลมหนาวกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 5 ธันวาคม 2561 ที่เมกาโฮม ทุกสาขา สามารถติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ www.megahome.co.th หรือwww.facebook.com/MegahomeCenter 
เกษตร-นวมินทร์ ทำเล โฮม ออฟฟิศ แหล่งงานและชุมชนที่ลงตัว

เกษตร-นวมินทร์ ทำเล โฮม ออฟฟิศ แหล่งงานและชุมชนที่ลงตัว

เกษตร-นวมินทร์ ทำเล โฮม ออฟฟิศ แหล่งงานและชุมชน ที่เติบโตต่อเนื่อง คราคร่ำไปด้วยผู้คน และบรรดาร้านอาหารอร่อย เพราะการคมนาคมขนส่งสะดวก เข้าออกได้หลายทาง เดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิไม่ยาก  อัลติจูด พรูฟ เกษตร-นวมินทร์ จึงเป็นโฮมออฟฟิศ ที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ เป็นสถานที่ทำงานและอยู่อาศัยได้อย่างลงตัว       เกษตร-นวมินทร์ แหล่งงานและชุมชน ระยะสิบกว่าปีที่ผ่านมาตั้งแต่มีการตัดถนนประดิษฐ์มนูญธรรม การขยายตัวของเมืองจากเส้นเอกมัย-รามอินทรา มีการเจริญเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด ยิ่งถนนประเสิรฐมนูญกิจ (ถนนเกษตร-นวมินทร์) ตัดเชื่อมเมืองสองฝั่งอีกหนึ่งสาย ความเจริญยิ่งตามมาเพราะถนนเส้นนี้เชื่อมฝั่งเมืองจากตะวันออกไปยังตะวันตก เส้นถนนที่ไปชนกับถนนพหลโยธิน ย่านนั้นเป็นย่านชุมชนที่มีทั้งมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ทั้งของของรัฐ และเอกชน     ในย่านนี้ถนนลาดปลาเค้า ตัดไปยังถนนลาดพร้าววังหิน ก็สามารถเดินทางไปยังถนนลาดพร้าวได้ง่าย เมื่อกล่าวถึงถนนลาดปลาเค้าซึ่งเชื่อมต่อไปยังถนนรามอินทรา ย่านนี้ก็คราคร่ำไปด้วยผู้คน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยทำมาหากิน และยังเต็มไปด้วยร้านอาหารดีๆเจ้าดังมากมาย รวมถึงคอมมูนิตี้มอลล์ ที่จะเป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจ เช่น The Jas รามอินทรา และวิ่งบนถนนรามอินทรา ก็มีทั้ง ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บิ๊กซี และห้างขนาดใหญ่อื่นๆ อีกหลายแห่ง   เช่นเดียวกันหากไม่เข้าถนนลาดปลาเค้าแต่ขับรถวิ่งไปตามเส้นถนนลาดพร้าววังหิน ต้องบอกว่าเป็นแหล่งชุมชนถนนของคนสายกิน เพราะเป็นแหล่งรวม ทั้งร้านค้าร้านอาหาร เลือกหาร้านก๋วยเตี๋ยว  ร้านอาหารไทย ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านเป็ดพะโล้ ร้านขนมของหวาน สารพัดร้านอาหาร และหลายร้านเป็นร้านอาหารบรรยากาศดีที่ให้เลือกแฮงเอ้าท์ได้หลังเลิกงาน รวมถึงย่านนี้ยังมีคอมมูนิตี้มอลล์ และตลาดสดมีให้จับจ่ายใช้สอยอย่างครบครัน แบบขาดเหลืออะไรก็หาได้ในย่านนี้ ถนนเส้นนี้ยังทะลุไปถนนโชคชัย 4 เข้าถนนลาดพร้าวได้ง่ายอีกด้วย   ทำเลเดินทางสะดวกเข้าออกได้หลายทาง   ทำเลเกษตร-นวมินทร์ เดินทางเข้าออกบนเส้นถนนสายหลักหลายสาย ถนนรามอินทรา ถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดี-รังสิต ย่านนี้เป็นแหล่งชุมชน และเป็นพื้นที่สำหรับการทำธุรกิจใหม่ๆ มีการสร้างโครงการ แหล่งงาน ที่อยู่อาศัย บ้าน โฮม ออฟฟิศ ที่สามารถเป็นที่อยู่และออฟฟิศไปพร้อมๆกัน ทำเล ย่านเกษตร-นวมินทร์ เป็นทำเลที่เรียกว่า BEST LOCATION FOR BUSINESS     สำหรับการเดินทางโดยทางด่วนพิเศษ ก็มีเส้นทางด่วน 4 สายที่สามารถเดินทางมาถึงย่านนี้ได้ง่ายไม่ว่าจะมาจากมุมเมืองด้านเหนือใต้ออกตก โดยทางด่วนพิเศษฉลองรัช, ทางพิเศษกาญจนาภิเษก, ทางยกระดับอุตราภิมุข และทางพิเศษศรีรัช     ขณะที่อนาคตในย่านนี้จะสามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ซึ่งมีการตัดผ่านของเส้นรถไฟฟ้าถึง 4 สาย สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี สายสีน้ำตาล แคราย-บึงกุ่ม สายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และนอกจากนั้น ย่านนี้ก็ถือว่าใกล้กับรถไฟสายสีแดงเข้ม ซึ่งเป็นระบบรถไฟชานเมือง ซึ่งเชื่อมต่อชานเมืองด้านทิศเหนือ และทิศใต้ อีกด้วย     ดังนั้น การเลือกหาสถานที่ทำงานเป็น โฮม ออฟฟิศ สักแห่งในย่านนี้จึงไม่ใช่เรื่องยาก และถือเป็นทำเลที่เหมาะสม มีความ Friendly Userคือพนักงานสามารถเดินทางได้ง่าย คล่องตัวทั้งผู้ที่ทำงานและผู้ที่มาติดต่อ โดยที่เนื้อที่โฮม ออฟฟิศ เนื้อที่กว้างขวางมีพื้นที่สีเขียว ตัวอาคารออกแบบให้เป็นพื้นที่พักอาศัยกับพื้นที่สำนักงานได้เป็นสัดส่วนลงตัว  บางโครงการมีลิฟท์ส่วนตัว และสามารถรองรับการจอดรถได้หลายคัน ซึ่งถือเป็นความได้เปรียบ   เกษตร-นวมินทร์ ย่านครีเอทีฟ ออฟฟิศ   โฮม ออฟฟิศ ที่มีพื้นที่กว้างขวางแบบนี้เหมาะกับผู้ประกอบการลักษณะ โดยเฉพาะในย่านเกษตร-นวมินทร์ เราจะพบเห็น บริษัทในลักษณะของครีเอทีฟ เช่น โปรดักส์ชั่น เฮาส์ ธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจความงาม การทำคลินิก ฯลฯ ธุรกิจของคนรุ่นใหม่หลากหลายบริษัท หรือแม้กระทั่งกลุ่มธุรกิจที่คุ้นเคยพื้นที่ในย่านเกษตร-นวมินทร์และใกล้เคียง หลายบริษัทขยายพื้นที่เพื่อรองรับการเติบโตในย่านนี้     รวมไปถึงกลุ่มเจ้าของกิจการที่ต้องการออฟฟิศในกรุงเทพเพื่อการติดต่อหรือประสานงานทางธุรกิจ โดยมีกิจการอยู่ในจังหวัดใกล้เคียงทางเหนือของกรุงเทพ เช่น ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น แม้กระทั่งกลุ่มเจ้าของกิจการที่มีการเดินทางด้วยเครื่องบินโดยใช้สนามบินดอนเมือง หรือสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งการเดินทางจากโครงการไม่ยาก และถึงสนามบินในเวลาประมาณ 30 นาที  และหรือกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการซื้อโครงการเพื่อนำไปปล่อยเช่าก็ทำได้     เลือกสมาร์ท โฮม ออฟฟิศ   บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ Prove Kaset Nawamin เป็นโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น พื้นที่ 44.7-77.9 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอย 339-375 ตารางเมตร จำนวน 8 ยูนิต บนถนนลาดปลาเค้า เชื่อมระหว่างถนนรามอินทรา ถ.เกษตร-นวมินทร์ ซึ่งโครงการห่างจากถนนรามอินทราเพียง 700 เมตร การดีไซน์ Double Volume กับบานกระจกหน้าต่างทรงสูง ใช้วัสดุก่อสร้างเกรดพรีเมี่ยม ระบบไฟ LED พื้น ชั้นล่างเป็นกระเบื้อง ชั้นบนเป็น ไวนิลลายไม้ ทนต่อการขูดขีด และการใช้งานในรูปแบบสำนักงาน     โดย โฮม ออฟฟิศ ของอัลติจูดออกแบบให้ชั้นบนสุดสามารถอยู่อาศัยได้มี 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ และจอดรถสูงสุดได้ 8 คัน เป็นสมาร์ทออฟฟิศที่มีลิฟท์ มีห้องประชุม พื้นที่ใช้งานในส่วนของออฟฟิศกว้างขวาง ระบบ Smart Office ที่มาพร้อมอุปกรณ์อัจฉริยะ รองรับการสั่งงานผ่านสมาร์ทโฟน ระบบนิรภัยทั่ว ตัวอาคาร พร้อมห้องนิรภัย มีกล้องวงจรปิดและระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง  
แต่งคอนโดฯ อย่างไร...ให้คอมพลีท!

แต่งคอนโดฯ อย่างไร...ให้คอมพลีท!

ยังคงเป็นปัญหาความยุ่งยากของใครหลายคน ที่เมื่อซื้อคอนโดฯ แล้วยังจะต้องหาเวลาไปเลือกเฟอร์นิเจอร์ตรงนั้นที ตรงนี้ที ไหนจะต้องโทรตามช่างมาติดตั้งอะไรต่างๆ นานา ไหนจะเจอปัญหาเฟอร์นิเจอร์ไม่พอดีกับพื้นที่ สายไฟตามผนังทำให้ดูรกหูรกตา ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ เอสบี ดีไซน์สแควร์ ผู้นำด้านนวัตกรรมและดีไซน์เฟอร์นิเจอร์เมืองไทย จึงปิ๊งไอเดียเปิดโมเดลธุรกิจใหม่เป็นของขวัญส่งท้ายปีด้วย “CONDO SOLUTIONS @ SB DESIGN SQUARE” (คอนโด โซลูชั่นส์ @ เอสบี ดีไซน์สแควร์) ทั้งยังนับเป็นเจ้าแรกที่รวบรวมบริการตกแต่งคอนโดแบบครบวงจร พร้อมตอบทุกเรื่อง ขจัดทุกปัญหา การแต่งคอนโดได้ในที่เดียว โดยเปิดตัวที่แรก ณ เอสบี ดีไซน์สแควร์ บางนา     นางธัญญรักข์ ชวาลดิฐ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอสบี เฟอร์นิเจอร์ เผยว่า สิ่งแรกเลย คือ เอสบีเข้าใจในความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริงว่า เมื่อลูกค้าซื้อคอนโดฯ ก็อยากจะตกแต่งห้องให้สวย แต่บางครั้ง   ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ทั้งสไตล์ที่ชอบ แบบที่ใช่ ช่างที่ไว้ใจได้ รวมถึงเรื่องงบประมาณ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะหมดปัญหาไปเมื่อได้มาที่ CONDO SOLUTIONS @ SB DESIGN SQUARE เพราะครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง ที่สามารถตอบโจทย์เพียงเรื่องการออกแบบ การใช้งาน คุณภาพและความสวยงามเท่านั้น แต่เอสบีจะเข้ามาช่วยดูแล “งานตกแต่งคอนโด” ให้กับลูกค้าแบบครบวงจร ทั้งงานปูพื้น  ดรอปฝ้า  ย้ายปลั๊ก ทำผนังตกแต่ง กรุกระจก เติมไฟประดับ  ติดฟิมล์กันความร้อน ผ้าม่าน วอลเปเปอร์ ติดตั้ง Digital Door Lock และระบบ Smart Home System   “การที่เอสบีมาทำแบบนี้ คือ การเดินเข้าสู่โลก Disruptive ซึ่งมันคือการเอา Pain Point ของผู้บริโภค มาหา Solution ให้ทุกอย่างง่ายขึ้น จึงเป็นที่มาของ CONDO SOLUTIONS ซึ่งทางเอสบีกำลังก้าวล้ำไปกว่า พวก Disruptive โดยทั่วไป คือ การเป็น Hybrid Disruptive ผนวกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ให้ผู้บริโภคเอง ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่วาง 3D และดึง Database ทุกอย่างที่เอสบีมีเอามาใช้ เรียกได้ว่า ลงตัวทั้งคนและโลกดิจิตอล ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ปล่อยให้เครื่องมือทำงานอย่างเดียว เพราะว่าบ้าน คือ การใส่ใจลงไปด้วย เรายังมีทีมงาน Interior Designer มืออาชีพคอยช่วยดูแลเรื่องออกแบบและสไตล์การตกแต่ง และทีม Condo Décor Planner ที่เป็นมากกว่าผู้ช่วยส่วนตัว คอยให้คำปรึกษา ติดตามงาน บริหารจัดการเวลาและวางแผนงานติดตั้งต่างๆ ให้กับลูกค้า เพื่อให้การแต่งคอนโดของลูกค้าเป็นเรื่องสะดวกสบายและง่ายขึ้น”   โดยในงานเปิดตัว CONDO SOLUTIONS @ SB DESIGN SQUARE ยังยกห้องตัวอย่างแปลนห้องจริงของคอนโดโครงการต่างๆ  พร้อมไอเดียการตกแต่งมาไว้ให้ดูถึง 6 แบบ ซึ่งแต่ละแบบเรียกว่าสะท้อนสไตล์ที่แตกต่างกันได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น แบบที่ 1 เป็นการนำแปลนห้องขนาด 33.5 ตารางเมตร จากโครงการ Ideo สุขุมวิท 93 มาตกแต่งเป็นสไตล์“Modern Luxury” ที่มีความเรียบหรู ดูทันสมัย ด้วยหลากวัสดุอินเทรนด์ อาทิ ลายหินอ่อนสีดำ Crystal High Gross อะลูมิเนียมสีทอง กระจกเงาเทา ขณะที่ แบบที่ 2 ด้วยพื้นที่เท่ากัน   ในโครงการเดียวกัน แต่มาในสไตล์ “Metro Luxe” ที่โฉบเฉี่ยวแบบแฟชั่นลุค โดดเด่นในธีมสีเทาเข้มขรึม แต่หยอดความมีชีวิตชีวาด้วยสีสันแห่งดีไซน์ ตามมาด้วย แบบที่ 3 กับขนาดพื้นที่ 33 ตารางเมตร โครงการ The Line สุขุมวิท 101 ถูกเนรมิตรในสไตล์ “Stylish Loft” ที่บ่งบอกเอกลักษณ์แห่งตัวตน สะท้อนความดิบ เท่ สไตล์ลอฟท์ ด้วยการตกแต่งที่เน้นเผยผิวสัมผัสของหลากวัสดุ ทั้งลายไม้ เหล็กและผ้า นอกจากการตกแต่งสไตล์เท่ๆ แล้ว ลองมาดูสไตล์หวานๆ กันบ้างกับ แบบที่ 4 ที่จำลองห้องขนาด 33.7 ตารางเมตร ของโครงการWhizdom Essence สุขุมวิท 101 มาตกแต่งในสไตล์  “Scandi Chic” ซึ่งมีความสวยเรียบ แต่ซ่อนเสน่ห์ด้วยลายไม้สีอ่อน ให้ความรู้สึกอบอุ่น และโปร่งสบาย สไตล์สแกนดิเนเวีย บอกรสนิยมอย่างมีระดับ ต่อกันด้วย แบบที่ 5 “Classy Urban” ที่หยิบเอาโครงการ Ideo Mobi สุขุมวิท 66 ขนาด 52.5 ตารางเมตร มาตกแต่งแบบไลฟ์สไตล์คนเมือง  ให้สัมผัสอบอุ่นแต่หรูหรามีสไตล์ ด้วยการผสานสีเอิร์ธโทนเข้ากับวัสดุ ลายหิน ลายไม้ และคริสตัลไฮกลอส และปิดท้ายด้วยสไตล์ที่หนุ่ม-สาวสายวินเทจห้ามพลาด กับ แบบที่ 6 “Classic White” ด้วยการเนรมิตห้องขนาด  22 ตารางเมตร ของโครงการ Knights Bridge Prime Onnut ให้ออกมาสวยคลาสสิค อ่อนหวาน ผสานความทันสมัย โดดเด่นด้วยหน้าบ้านสีพ่นสีขาว ดีไซน์คิ้วบัวสุดประณีต บอกเอกลักษณ์สไตล์วินเทจสุดๆ  พร้อมกันนี้  ทุกห้องยังสามารถติดตั้ง Digital Door Lock และเพิ่มระบบ Smart Home System เพื่อตอบรับการใช้ชีวิตแบบ Smart Metro Lifestyle ได้อย่างลงตัวอีกด้วย   และแม้ว่าเทรนด์การออกแบบตกแต่งคอนโดที่มาแรงในปี 62 นี้ จะเป็นสไตล์ลักซัวรี่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังคงขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วย เพราะการตกแต่งคอนโดฯ ให้ออกมาในแบบที่เป็นตัวเองที่สุด น่าจะตอบโจทย์ ตัวเราเองได้อย่างดีที่สุดเช่นกัน ซึ่งนอกจากทั้ง 6 แบบที่กล่าวมาแล้วนั้น ก็ยังมีอีกหลายร้อยแบบเพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า จะชอบแต่งคอนโดฯ สไตล์ไหน จะปรับ-เปลี่ยน-แต่งเติม-เพิ่มอะไร ให้ CONDO SOLUTIONS ดูแล คลิ๊กดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sbdesignsquare.com/th/condo_solutions
เมกาโฮม เอาใจช่างสีจัดโปรโมชั่น “ช้อปสีสุดคุ้ม”

เมกาโฮม เอาใจช่างสีจัดโปรโมชั่น “ช้อปสีสุดคุ้ม”

เมกาโฮม ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง ของใช้ในบ้านครบวงจร ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการรู้ใจช่างและคนรักบ้านตัวจริงจัดโปรโมชั่น “ช้อปสีสุดคุ้ม” เอาใจช่างสี และ ผู้ที่ต้องการตกแต่งบ้านส่งท้ายปีโดยเฉพาะ โดยมอบส่วนลดพิเศษยิ่งซื้อมากยิ่งลดมาก คือ เมื่อซื้อสินค้าประเภทสีและอุปกรณ์ทำสีที่ร่วมรายการ ครบ 20,000 บาท รับส่วนลดทันที 2,000 บาท หรือ ช้อปมากไปกว่านั้นจำนวน 40,000 บาท สามารถรับส่วนลดได้ 4,500 บาท และยิ่งไปกว่านั้นหากลูกค้าช้อปจุใจถึง 80,000 บาทจะได้รับส่วนลด 10,000 บาท ทันที สำหรับโปรโมชั่น ช้อปสีสุดคุ้ม จัดหนักเพียง 7 วันเท่านั้น ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 61ที่เมกาโฮม ทุกสาขา สามารถติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ www.megahome.co.th หรือ www.facebook.com/MegahomeCenter
ไซมิสฯ ผุดโครงการใหม่สุด Luxury

ไซมิสฯ ผุดโครงการใหม่สุด Luxury "ไซมิส เอ๊กซ์คลูซีพ รัชดา" เจาะลูกค้าคนไทย-กลุ่มนักลงทุน ราคาขายเริ่ม 3.8-10.8 ล้านบาท

ไซมิส แอสเสท ผุดคอนโดฯ โครงการใหม่แบรนด์ "ไซมิส เอ๊กซ์คลูซีพ รัชดา" (Siamese Exclusive Ratchada) โครงการ Luxury มูลค่ากว่า 3,700 ล้านบาท สะท้อนแนวคิดธุรกิจ " Assert of life... สร้างกำไรให้ทุกการใช้ชีวิต" เพื่อมอบสิ่งที่ดีและค้มค่าที่สุดตอบโจทย์เพื่อการอยู่อาศัยและการลงทุนโดดเด่นด้วยศักยภาพทำเลเพียง 90 เมตร MRT รัชดาฯ "ราคา" ขายเริ่มต้น 120,000 บาทต่อตร.ม.ถูกกว่าโครงการอื่นในย่านเดียวกัน     นายขจรศิษฐ์ สื่งสรรเสริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจภายในสโลแกน " Assert of life... สร้างกำไรให้ทุกการใช้ชีวิต"  กล่าวว่า โครงการ "ไซมิส เอ๊กซ์คลูซีพ รัชดา" ติดโอลิมเปียไทยทาวเวอร์ และ MRT  รัชดาภิเษก บนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ มีทั้งหมด 4 อาคาร รวมทั้งสิ้น  622 ยูนิต ประกอบด้วย อาคาร A สูง 4 ชั้น อาคาร B สูง 7 ชั้น อาคาร C สูง 37 ชั้นเป็นห้องชุดพักอาศัย จำนวน 560 ยูนิต และห้องชุดพาณิชยกรรม จำนวน 3 ยูนิต และอาคาร D  สูง 10 ชั้น ใต้ดิน 5 ชั้น (อาคารจอดรถอัตโนมัติ) จำนวนที่จอดรถ 281 ช่อง แบ่งเป็นที่จอดรถอัตโนมัติ 264 ช่อง และที่จอดรถส่วนกลาง 17 ช่อง   ทั้งนี้ ลักษณะห้องชุดพักอาศัยมีทั้งแบบ 1 ห้องนอน (1 ฺBedroom) และแบบ 2 ห้องนอน(2 Bedroom) ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่ม 31-36 ตารางเมตร(ตร.ม.) มีจำนวน 420 ยูนิต และขนาดพื้นที่ใช้สอย 50-57 ตร.ม. มีจำนวน 140 ยูนิต ราคาขายเริ่มต้นที่ 3.8 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการ 3,700 ล้านบาท มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 (ค.ศ.2021) โดยจับกลุ่มลูกค้าคนไทยและกลุ่มนักลงทุน   ชูจุดเด่น "ราคา-ทำเล และ Siamese Technology"   การกำหนดราคาขายนั้นยังเน้นต่ำกว่าคู่แข่งในตลาดย่านเดียวกัน กลยุทธ์นี้ถือเป็นจุดเด่นของไซมิส แอสเสท ที่ทำให้เป็นที่สนใจของนักลงทุน เพราะมั่นใจว่า Yield  หรือผลตอบแทนในการลงทุน 5 % ใน 2 ปี (การันตี) หลังจากนั้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้น จากประสบการณ์ในการพัฒนามาอย่างยาวนาน   โครงการดังกล่าวมีจุดเด่น เรื่องทำเลที่ตั้งเพียง 90 เมตรถึง MRT รัชดา และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น Lobby Lounge, Mail Box, Meeting Room, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, สวนพักผ่อน และพื้นที่สีเขียว พร้อม Luxurious Serivce ตลอด 24 ชม. และระบบระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. เป็นต้น นอกจากนี้ผู้อยู่อาศัยยังจะได้สัมผัส Siamese Technology  เพื่อความสุขที่มากกว่าในโครงการ "ไซมิส เอ๊กซ์คลูซีพ รัชดา"   สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานขายโครงการ "ไซมิส เอ๊กซ์คลูซีพ รัชดา" เบอร์โทร 099-441-0888,099-442-0888 หรือ http://www.siameseasset.co.th
“สยามสินธร” ดึง “เคมปินสกี้” แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลก  สร้างสรรค์โครงการใหม่ ที่พักอาศัยและโรงแรมระดับ 5 ดาว

“สยามสินธร” ดึง “เคมปินสกี้” แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลก สร้างสรรค์โครงการใหม่ ที่พักอาศัยและโรงแรมระดับ 5 ดาว

บริษัท สยามสินธร จำกัด จับมือพันธมิตรชื่อดังระดับโลก “เคมปินสกี้” สร้างสรรค์ที่พักอาศัย “เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท สินธร เคมปินสกี้” รวมถึง โรงแรมระดับ 5 ดาว สินธรเคมปินสกี้ และโรงแรมในเครือคิมป์ตัน ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการ “สินธร วิลเลจ” มิกซ์ยูสย่านหลังสวน ทำเลทองชั้นนำของเมืองไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง หลังจากเปิดตัว 3 โครงการที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ สินธร เรสซิเดนซ์, สินธร ต้นสน และสินธร ลุมพินี     นายชลาลักษณ์ บุนนาค กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสินธร จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามความร่วมมือกับ เคมปินสกี้ (Kempinski) แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลก เพื่อนำบริการระดับเวิลด์คลาสจากเคมปินสกี้ ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับระดับโลกมาบริหารโครงการที่พักอาศัยโครงการใหม่ ภายใต้ชื่อ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท สินธร เคมปินสกี้ (The Residences at Sindhorn Kempinski) มูลค่าโครงการกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่อยู่ภายใต้พื้นที่โครงการสินธร วิลเลจ ย่านหลังสวน     “เรามุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้อยู่อาศัย เมื่อเราพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพบนทำเลที่มีศักยภาพ สิ่งหนึ่งที่ต้องมาคู่กันกับที่พักอาศัย นั่นก็คือ การบริหารอาคาร เราจึงเลือกเคมปินสกี้ เพื่อมั่นใจได้ว่าการบริการลูกบ้านของเราจะเป็นระดับชั้นนำตามมาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพของแบรนด์เคมปินสกี้ที่มีมาอย่างยาวนาน”     นอกจากนี้ ในพื้นที่กับโครงการฯ ยังเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ชื่อ “โรงแรมสินธรเคมปินสกี้” ที่สามารถให้บริการด้านต่างๆ กับลูกบ้านของโครงการฯ อีกด้วย     เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท สินธร เคมปินสกี้ (The Residences at Sindhorn Kempinski) และโรงแรมสินธรเคมปินสกี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในโครงการสินธร วิลเลจ ที่มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 39,000 ล้านบาท ทำเลที่ตั้งใจกลางเมือง จุดกึ่งกลางระหว่างย่านสุขุมวิทและสีลม อยู่ใกล้กับสวนลุมพินี สวนสาธารณะขนาดใหญ่ เชื่อมโยงระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส ใกล้โรงพยาบาล แหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ ร้านค้า ร้านอาหาร และโรงเรียนชื่อดัง  

1 2 3 ... 138